โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“สุขสมรวย” อัดฉีด 38.53 ล้านสู่ 570 กองทุน เร่งปลุกเศรษฐกิจฐานราก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. เวลา 12.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ว่า รัฐบาลได้อนุมัติเงินเพิ่มทุนรอบแรกให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินรวม 38.53 ล้านบาท

เงินดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ซึ่งมีเป้าหมายลดภาระต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน และสนับสนุนการนำเงินทุนไปต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน

การอนุมัติครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะกองทุนที่ยื่นคำขอและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการแล้ว โดยรัฐบาลคาดหวังให้เม็ดเงินเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจฐานรากในช่วงที่ครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและต้นทุนประกอบอาชีพ

นอกจากการเพิ่มทุนรอบใหม่แล้ว นางสุขสมรวยยังมอบนโยบายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งสะสางโครงการฟื้นฟูและจัดสรรเงินเพิ่มทุน 1 ล้านบาท หรือ “เงินล้านที่ 2” ซึ่งมีภารกิจค้างมาตั้งแต่ปี 2555

โครงการดังกล่าวมีวงเงินรวมประมาณ 3.4 พันล้านบาท และยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี โดย สทบ. ได้ระดมผู้บริหารจากส่วนกลางและสำนักงานสาขาทั่วประเทศร่วมจัดทำโรดแมป เพื่อดำเนินการในแนวทาง “ฟื้นฟูควบคู่เพิ่มทุน” ในระยะที่ 3

สำหรับพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่ายังมีกองทุนจำนวน 15 แห่ง ที่ไม่ได้รับเงินล้านที่ 2 และอยู่ระหว่างกระบวนการฟื้นฟู โดยได้เร่งประสานงานและอำนวยความสะดวกด้านเอกสาร เพื่อผลักดันให้กองทุนที่ผ่านเกณฑ์สามารถรับเงินและนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชนได้โดยเร็ว

นางสุขสมรวยระบุว่า การเร่งจ่ายเงินเพิ่มทุนจะต้องดำเนินไปพร้อมกับการยกระดับธรรมาภิบาล เนื่องจากปัญหาการยักยอกเงิน การใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ และการแสวงหาผลประโยชน์จากกองทุน เป็นปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและลดโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน

จึงได้กำหนดมาตรการ Zero Tolerance โดยยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือการนำเงินส่วนรวมไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

มาตรการแรกคือการเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ สทบ. ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชน สมาชิกกองทุน และผู้พบเห็นความผิดปกติสามารถส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานเข้าสู่ระบบได้โดยตรง พร้อมกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส

มาตรการที่สองคือการตั้งทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หากพบว่าข้อร้องเรียนมีมูลและเข้าข่ายความผิด สทบ. จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งต่อให้สำนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมถึงการติดตามทรัพย์สินที่ถูกยักยอกหรือใช้ผิดวัตถุประสงค์กลับคืนสู่กองทุน เพื่อรักษาเม็ดเงินให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจชุมชนและสร้างประโยชน์แก่สมาชิกอย่างแท้จริง

นางสุขสมรวยกล่าวว่า เงินกองทุนหมู่บ้านถือเป็นแหล่งทุนสำคัญของประชาชนและเป็นกลไกหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานราก ผู้ที่ทุจริตหรือแสวงหาประโยชน์จากเงินส่วนรวมจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนการทุจริตได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หรือประสานสำนักงาน สทบ. ในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...