โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCAP รุกหนัก “ล็อกโฟน” กางแผนดันพอร์ตสิ้นปี 10% คุม NPL ต่ำ 3%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 10.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาวธิดา แก้วบุตตา นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายผลักดันสัดส่วนสินเชื่อล็อคโฟน (Lock Phone) ให้เติบโตแตะระดับ 10% ของพอร์ตสินเชื่อรวมภายในสิ้นปี 2569 และคาดหวังในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า จะขยับสัดส่วนขึ้นเป็น 15-25% ของพอร์ตรวม โดยปัจจุบันบริษัทมียอดปล่อยสินเชื่อประเภทนี้เฉลี่ย 200-300 ล้านบาทต่อเดือน มีอัตราดอกเบี้ยรับอยู่ที่ 25-30% และกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ที่ระดับ 60-70%

สำหรับกลยุทธ์การขยายตลาดสินเชื่อล็อคโฟน บริษัทมองเห็นโอกาสจากขนาดตลาดมือถือที่ใหญ่ถึง 10-17 ล้านเครื่องต่อปี แม้บริษัทจะไม่มีช่องทางจำหน่ายของตนเอง แต่มองว่าเป็นข้อดีที่ทำให้ไม่ต้องรับภาระต้นทุนสต็อกสินค้า โดยมุ่งเน้นจับมือกับพันธมิตรร้านค้า ปัจจุบันร่วมมือแล้ว 6-8 แบรนด์ และมีแผนขยายให้ครอบคลุมทุกแบรนด์หลัก เช่น OPPO, Vivo และ Xiaomi เพื่อกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งนี้ บริษัทสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อล็อคโฟนให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา และมีเป้าหมายบริหารจัดการไม่ให้เกิน 3%

ขณะที่แนวโน้มต้นทุนทางการเงินของบริษัทปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปรับลดลงประมาณ 1.80% ซึ่งเป็นผลจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และการที่บริษัทได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือเป็นระดับ A- สะท้อนได้จากต้นทุนการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่ลดลง อาทิ หุ้นกู้อายุ 2 ปี ดอกเบี้ยลดลงจาก 4.50% เหลือ 2.75% และอายุ 3 ปี ลดลงจาก 4.90% เหลือ 3.10% ซึ่งช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไรสุทธิสามารถรักษาระดับเป้าหมายที่ 25-30% ได้

ด้านค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเฉพาะผลขาดทุนจากการขายรถยึด มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและมีการปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในไตรมาส 2 จนถึงสิ้นปีอาจมีผลขาดทุนส่วนนี้เพิ่มขึ้นบ้าง แต่จะไม่กลับไปสูงถึงระดับร้อยล้านบาทเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทางด้านการตั้งสำรองหนี้ (ECL) บริษัทจะรักษาระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 1 เป็นเกณฑ์มาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จะยังคงเป็นธุรกิจหลักของ SCAP ต่อไป โดยวางเป้าหมายการเติบโตที่ 5-10% และคาดว่าในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าจะยังคงมีสัดส่วนราว 70-75% ของพอร์ตสินเชื่อรวม บริษัทยังคงคิดอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระดับ 23% และเน้นบริหารจัดการค่าคอมมิชชั่นของตัวแทนจำหน่ายให้ลดลงอย่างต่อเนื่องเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ทางด้านคุณภาพหนี้ บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดด้วยการปรับโครงสร้างพอร์ตและเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมาตลอด 2-3 ปี มีการกำหนดเงินดาวน์ 10-30% เพื่อลดความเสี่ยง ทำให้ปัจจุบัน NPL เกิดใหม่มีจำนวนน้อยลง ส่วนตัวเลข NPL รวมที่เห็นว่าขยับขึ้นจาก 4.24% เป็น 5.44% นั้น เกิดจากฐานสินเชื่อรวมลดลง แต่ในเชิงมูลค่า (Absolute Number) บริษัทยังควบคุมได้ตามแผน ส่วนนโยบายการตัดหนี้สูญจะดำเนินการเฉพาะกรณีที่ลูกค้าหายตัวหรือไม่สามารถติดต่อได้เท่านั้น พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่ม (Top-up) ให้ลูกค้าประวัติดีในสัดส่วน 10-20% เพื่อรักษาฐานลูกค้า

นอกจากนี้ การจัดทำงบการเงินในไตรมาส 1 เป็นเพียงการจัดประเภทรายการใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเกณฑ์ของ ธปท. ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิ สำหรับปัจจัยท้าทายด้านมหภาค เช่น หนี้ครัวเรือน ภัยแล้ง และสถานการณ์สงคราม บริษัทประเมินว่าการล้างพอร์ตอย่างต่อเนื่องทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ประกอบกับมีเครือข่ายพนักงานทั่วประเทศที่พร้อมดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ส่วนประเด็นการพิจารณาจ่ายเงินปันผล จะขึ้นอยู่กับการประเมินของคณะกรรมการบริษัทตามผลประกอบการในอนาคต

ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 420.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,461.96 ล้านบาท จากพอร์ตลูกหนี้คงค้างที่ 25,624.69 ล้านบาท สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ธุรกิจใหม่อย่าง Locked Phone ที่สร้างผลกำไรโดดเด่น และการควบคุมต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...