รัฐบาลปลื้ม ไทยติดกลุ่ม Rising Star ห่วงโซ่อุปทานโลก รับแรงหนุนลงทุน AI
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 มิ.ย.69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เผยแพร่บทวิเคราะห์อ้างอิงรายงานของ Verisk Maplecroft บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศ “Rising Stars” หรือดาวรุ่งด้านห่วงโซ่อุปทานโลก ร่วมกับอาร์เจนตินาและฟิลิปปินส์ โดยประเมินว่า ประเทศเหล่านี้มีศักยภาพได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของโลก และจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะฐานการผลิตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
รายงานระบุว่า ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของไทยลดลงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ประเทศไทยมีความพร้อมรองรับห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยมีจุดแข็งด้านความเปิดกว้างของตลาด ความเข้มแข็งของกฎระเบียบ และมาตรฐานด้านสิทธิแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนระยะยาว
นางสาวรัชดา กล่าวว่าต่อว่า ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทย และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เดินหน้ายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ฐานการผลิตและการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงของภูมิภาค
ล่าสุด รัฐบาลได้เปิดตัว Thailand FastPass ซึ่งบูรณาการการทำงานของ 8 หน่วยงานภาครัฐ เร่งรัดการอนุมัติและอนุญาตโครงการลงทุน ช่วยปลดล็อกการลงทุนมูลค่ากว่า700,000 ล้านบาท สร้างงานคุณภาพและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
“รัฐบาลเชื่อว่าโอกาสของประเทศไทยกำลังเปิดกว้างมากกว่าที่เคย เมื่อโลกกำลังมองหาฐานการผลิตแห่งใหม่ ประเทศไทยต้องพร้อมคว้าโอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์กับคนไทยทุกคน รัฐบาลจะเดินหน้าลดอุปสรรคในการลงทุน พัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสร้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง ประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้น และประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของภูมิภาค” นางสาวรัชดา กล่าว