โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“หยวนต้า” คงน้ำหนักลงทุน “กลุ่มแบงก์” ชู SCB-KBANK-KKP เด่นรับสินเชื่อโต-ปันผลสูง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยบทวิเคราะห์กลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ (Banking Sector) โดยระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคาร "เท่ากับตลาด" (Neutral) อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มดังกล่าวยังคงมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาว เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ดึงดูดใจ ประกอบกับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงวิกฤต COVID-19 รวมถึงมีการดำเนินนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล

สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรม ล่าสุดพบว่ายอดสินเชื่อรวมในเดือนเมษายน 2569 ขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของกลุ่มสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ โดยพบว่า บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ บริษัท ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP มีการขยายตัวของสินเชื่อที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นในกลุ่ม หลังจากมีฐานลูกค้ากลุ่มบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิเบื้องต้นของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง และคาดว่าจะทรงตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังประเมินว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) จะยังมีทิศทางเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับภาระการตั้งสำรองที่ปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย หยวนต้า ได้แนะนำหุ้นเด่นในกลุ่มคือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 149 บาทต่อหุ้น เนื่องจากมีความน่าสนใจจากแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 ที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้น และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 8.3%

นอกจากนี้ SCB ยังมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1. การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการปล่อยออกไปในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 2. คาดการณ์ว่ากำไรจากเงินลงทุนจะเร่งตัวขึ้น สอดรับกับการฟื้นตัวของสินทรัพย์ในกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศ 3. คาดการณ์การตั้งสำรองจะยังคงทรงตัว เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่มีแรงกดดันที่น่ากังวล และ 4. มีโอกาสที่ยอดการปล่อยสินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...