โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สั่งบริษัทเอกชนปรับแบบสร้างรั้วกันช้างป่าสลักพระใหม่ขีดเส้นเสร็จไม่เกิน 31 พ.ค.นี้

แนวหน้า

เผยแพร่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

กรมอุทยานแห่งชาติเร่งบริษัทเอกชนปรับแบบสร้างรั้วกึ่งถาวรกันช้างป่าสลักพระ ใหม่ให้ถูกต้อง พร้อมขีดเส้นระดมสรรพกำลังลุยสร้างให้แล้วเสร็จไม่เกิน 31 พ.ค.65 นี้

จากกรณีบริษัทเอกชนได้รับงานประมูลในการสร้างรั้วกึ่งถาวรเพื่อป้องกันช้างป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ออกนอกพื้นที่มากินและทำลายพืชผลทางเกษตรของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ โดยรั้วดังกล่าวก่อสร้างเป็นระยะทาง 13 กิโลเมตรวงเงินงบประมาณ 19,410,000 บาท แต่ถูกช้างป่าดันล้มเสียหายจำนวนหลายต้น ลวดสลิงขาดหลายจุด ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (8 มี.ค.65) ที่ห้องประชุมสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ หมู่ 4 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นายเผด็จ ลายทอง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ นายภานุมาศ สามสีเนียม ผอ.ส่วนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และน.ส.วาริกา รวดเร็ว นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้าโป่ง) คณะกรรมการผู้ควบคุมงาน ได้ประชุมปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาข้างต้น โดยมีนายดนัย ทรัพย์คง ช่างผู้ควบคุมงานบริษัทบี เพาเวอร์ แฟคตอรี่ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด นายโอภาส  ใยสีอ่าง วิศวกรโยธา ของบริษัทฯ และนายมีชัย  ภัทรธนากร ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทฯ เข้าร่วม โดยการประชุมใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

จากนั้นคณะทั้งหมดได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานโครงการสร้างสร้างรั้วกึ่งถาวร โดยเฉพาะบริเวณจุดที่ถูกช้างป่าดันล้มเสียหาย เริ่มตั้งแต่ท้องที่ ต.วังด้ง ไปจนถึงท้องที่บ้านโป่งปัด ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ตลอดระยะทางเกือบ 13 กิโลเมตร โดยพบเสารั้วกึ่งถาวรบางต้นถูกช้างป่าดันล้มและมีร่องรอยแตกหักมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ นายเผด็จ ลายทอง ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ เปิดเผยภายหลังว่า จุดประสงค์ที่มาในวันนี้เพื่อมาพูดคุยกับคณะผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบ ซึ่งนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มอบหมายให้ลงมาดูพื้นที่จริง เนื่องจากว่าการก่อสร้างรั้วกึ่งถาวรเพื่อป้องกันช้างป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ออกนอกพื้นที่มีปัญหาเกือบทุกจุด

โดยวันนี้ได้มีการพูดคุยกับประธานกรรมการตรวจรับ รวมทั้งผู้ควบคุมงาน และฝ่ายผู้รับจ้าง จากนั้นได้เข้ามาดูที่หน้างาน เพื่อหาแนวทางสรุปร่วมกันว่าจะหาแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหากันอย่างไร แต่ทุกอย่างมันมีระเบียบและแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ที่หน้างานจะมีการปรับซึ่งปัญหามันจะไม่เหมือนกัน และหากจะทำอะไรก็ต้องดำเนินการตามแนวทางที่มันถูกต้องและปรับแก้ไปตามหน้างาน โดยทุกอย่างมันจะต้องมีกรอบระยะเวลาในการแล้วเสร็จ เพื่อที่จะตอบกับทุกคนได้ว่ามันจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่

ส่วนในรูปแบบของรั้วกันช้างกึ่งถาวร คงจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้สามารถมีผลสัมฤทธิ์ในการป้องกันช้างป่าให้ได้มากที่สุด หลังจากนี้ไปก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับรูปแบบที่เราคิดว่าน่าจะดีที่สุดและมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนให้มากที่สุด ซึ่งท่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีความกังวลเพราะปัญหาช้างป่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนทางกรมอุทยานฯก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงมอบหมายให้ตนรีบลงมาดูพื้นที่จริงแล้วรีบสรุปให้ทราบว่าจะดำเนินการในลักษณะอย่างไรต่อไป

ถามว่าการออกแบบของวิศวกร และจากการที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแตกต่างกันอย่างไรนั้น เรื่องนี้ถากหากมีการสร้างรั้วกึ่งถาวรตามแบบที่ออกมาตามปกติ มันก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องของสภาพผิวดินอ่อน และอาจจะมีปัญหาเชิงสภาพภูมิประเทศอยู่บ้าง เพราะพื้นด้านล่างเป็นหินที่ไม่สามารถทำตามแบบได้จึงต้องมีการปรับแก้แบบ การปรับแก้แบบจะต้องได้การรับรองจากวิศวกรผู้ที่มีความชำนาญการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนการประชุมในวันนี้ เราได้พยายามเร่งรัดกับผู้ควบคุมงานของบริษัทฯเพื่อให้รู้วันแล้วเสร็จ สุดท้ายเราได้กำหนดกรอบเวลาร่วมกันว่าให้ทางผู้รับจ้างไปพูดคุยปรึกษาหารือกับทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ รวมทั้งผู้ควบคุมงานและได้กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าให้จัดทำแผนในการปฏิบัติงานที่มีความสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มกำลังว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่เท่าไหร่

จากการพูดคุยกันอย่างละเอียดจึงมีความเห็นพร้อมกันว่าบริษัทฯผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการสร้างรั้วกึ่งถาวรให้แล้วเสร็จภายในไม่เกินวันที่ 31 พ.ค.65 เพราะหลังจากนั้นอาจจะติดปัญหาเรื่องของฝนตก โดยผู้รับจ้างจะต้องระดมสรรพกำลังเข้ามาเร่งดำเนินการ แต่ที่สำคัญจะต้องมีการปรับแก้แบบให้ถูกและจะต้องได้รับอนุญาตจากวิศวกรผู้ชำนาญการก่อนจึงจะสามารถเข้ามาดำเนินการสร้างรั้วกึ่งถาวรได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...