เหตุผลที่ “เสียงฝน” ทำให้เราง่วงและหลับดี
จะมีอยู่คืนหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นคนนอนหลับยากแค่ไหนก็จะหลับดีกว่าปกติ แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นคนตื่นยากอยู่แล้ว วันนั้นก็จะต้องตื่นยากมากขึ้นไปอีก เพราะการนอนหลับในวันนั้น มันช่างเย้ายวนกว่าปกติจาก “เสียงฝน’” ที่ตกลงมาตลอดค่ำคืน ยิ่งถ้าเป็นในประเทศไทยที่แทบจะร้อนตลอดทั้งปีแล้ว ก็ยิ่งทำให้วันที่ “ฝนตก” แตกต่างจากวันอื่น ๆ มากขึ้นไปอีก เพราะสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นกว่าปกติ
ฝนมี “มนตร์วิเศษ” อะไรบ้างที่ทำให้เราหลับง่ายและหลับดีในวันที่ต้องการพักผ่อน ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอ่อนเพลียและอยากขยับกลับเข้าไปในที่นอนแทนที่จะทำงาน
Lux Graves / Unsplash
“เสียงฝน” ช่วยคนนอนไม่หลับ
ช่วงเวลาแรกที่เรารู้ว่า “ฝนตก” ก็คือช่วงเวลาที่เราได้ยินฝนตกลงกระทบกับหลังคาหรือพื้น แค่เริ่มต้นเสียงฝนที่ตกลงเป็นจังหวะก็ทำให้รู้สึกว่าผ่อนคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังตกต่อเนื่องเรื่อย ๆ และสม่ำเสมอ
งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า เสียงฝนทั่วไปจะมีความถี่อยู่ระหว่าง 0 ถึง 20 kHz เป็นช่วงเสียงที่ทำให้สบายใจ ทำให้สมองผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว เมื่อสมองผ่อนคลายก็จะส่งผลให้รู้สึกง่วงนอนและอยากขึ้นเตียงพักผ่อน
ในบางทฤษฎีอธิบายถึง “ทฤษฎี” ของเสียงสีต่าง ๆ อย่าง “เสียงสีขาว” (White noise) เสียงที่มีคลื่นความถี่สูง-กลาง-ต่ำมาควบรวมกัน และมีจังหวะที่ราบเรียบสม่ำเสมอ ส่วนมากจะเป็นเสียงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยเป็นเสียงที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ตัวอย่างเสียงสีขาวก็คือ เสียงแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงน้ำไหลในลำธาร เสียงพัดลม หรือเสียงอุปกรณ์บางอย่างในบ้านที่ทำงานซ้ำ ๆ
ขณะที่ “เสียงฝน” จัดอยู่ในประเภท “เสียงสีชมพู” (Pink noise) ที่ผสมผสานระหว่างคลื่นความถี่ต่าง ๆ ที่มนุษย์สามารถได้ยินได้ เสียงสีชมพูจะเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกลึก แบน ต่ำ แต่นุ่มนวลกว่าเสียงสีขาว ตัวอย่าง “เสียงสีชมพู” มีหลากหลาย อย่างเช่นเสียงน้ำตก เสียงลมพัด เสียงคลื่นกระทบฝั่ง โดยเสียงสีชมพูมักจะใช้คลื่นความถี่หรือระดับเสียงที่สม่ำเสมอ โดยเสียงสีชมพูจะทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกผ่อนคลาย
ยิ่งผู้บำบัดอาการนอนไม่หลับด้วยแสงสีนี้มีอายุมากขึ้นเท่าไร เสียงสีชมพูก็ยิ่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเท่านั้น รวมถึง “เสียงฝนตก” ด้วย จึงไม่แปลกที่เสียงฝนจะทำให้เราผ่อนคลายและอยากนอนหลับ จนหลายคนเลือกใช้เสียงฝนจาก Youtube หรือเสียงฝนในรูปแบบ ASMR เพื่อที่จะทำให้นอนหลับได้ง่ายและไวขึ้น
Nadia Valko / Unsplash
ไม่ใช่แค่เสียง แต่ “แสงครึ้ม” ก็ส่งผลต่อ “ฮอร์โมน”
นอกจากเสียงแล้ว ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ “ฝน” ที่ทำให้คนเราง่วงและนอนหลับดีเวลาที่ฝนตก ปกติแล้วเมื่อถึงเวลานอนหลับพักผ่อน ร่างกายของมนุษย์จะผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่า “เมลาโทนิน” ที่จะทำให้เรารู้สึกง่วง เหนื่อย และสมองเริ่มเข้าสู่ภาวะปิดตัวลงจากการทำงานไปสู่การพักผ่อน ปกติการหลั่งของเมลาโทนินจะได้รับการกระตุ้นจากช่วงที่ไม่มีแสงหรือแสงน้อย อย่างในช่วงที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว และเริ่มเข้าสู่ช่วงกลางคืนเวลาประมาณ 21.00 น. โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะคงอยู่ในกระแสเลือดเป็นเวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนจะค่อย ๆ ลดระดับลงตอนที่ใกล้เช้าและวัดระดับไม่ได้ในเวลาประมาณ 9.00 น.
ถ้าหากนับตามนาฬิกาชีวภาพ หรือลักษณะทางชีววิทยาตลอด 24 ชั่วโมงของมนุษย์แต่ละคนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย “วงเวลากลางวัน-กลางคืน” คือปัจจัยสำคัญที่กำหนดการหลั่งเมลาโทนินของร่างกาย ยิ่งหลั่งเมลาโทนินมากเท่าไร ก็ยิ่งหลับได้ง่ายขึ้นและนานขึ้นเท่านั้น
เมลาโทนินมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “Dracula of hormones” เพราะจะหลั่งออกมาในเวลากลางคืน ในที่มืด หรือแสงน้อย และจะไม่หลั่งเมื่ออยู่ใต้แสงไฟอย่างหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่พอฝนตก สภาพอากาศมืดครึ้ม แล้วร่างกายของเราจึงหลั่งเมลาโทนินออกมา และทำให้เราง่วงนอนมากขึ้น
พอทำ “กิจกรรมกลางแจ้ง” ไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้ง่วง
นอกจากแสง สี เสียง สภาพบรรยากาศส่งผลต่อปัจจัยภายในร่างกายแล้ว ข้อจำกัดในการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่หายไปก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราง่วงได้ง่วงดี หลับได้หลับดี เพราะปกติมนุษย์มีกิจกรรมมากมายที่อยากออกไปทำกลางแจ้ง ไม่ว่าจะไปออกกำลังกาย เดินเล่น หรือว่าช้อปปิ้ง แต่พอต้องมานั่งหรือนอนเฉย ๆ ดูโทรทัศน์ เล่นโทรศัพท์มือถือแล้วจึงไม่แปลกที่ทุกคนจะพากันเข้าสู่ภาวะง่วงนอน
Gil Ribeiro / Unsplash
เลือกหลับได้ตามใจ หรือจะใช้ “เคล็ดลับ” ไม่หลับก็ได้
ถ้าไม่มีอะไรที่จำเป็นจะต้องทำ แน่นอนว่าการนอนหลับพักผ่อนก็เป็นตัวเลือกที่ดีในช่วงเวลาที่ฝนตก แต่ถ้านอนพักผ่อนเพียงพอแล้ว ไม่อยากให้การงีบระหว่างวันมารบกวนวงจรการนอนหลับตามปกติ หรือจำเป็นต้องทำงานทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่สามารถนอนหลับได้ เคล็ดลับต่อสู้กับอาการง่วงนอนจากการได้ยินเสียงฝน เห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม และอยู่ใต้บรรยากาศหนัก ๆ ความชื้นสูง ๆ เองก็มีอยู่
อย่างแรก คือ ทำตัวให้ยุ่งอยู่ตลอด กระฉับกระเฉง และหากิจกรรมมาทำระหว่างรอฝนหยุดตก
อย่างที่สอง คือ พูดคุยกับเพื่อน ทำกิจกรรมร่วมกัน การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างจะทำให้เราตื่น
อย่างที่สาม คือ เน้นอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างเข้าไว้ ถ้าอยู่บ้านหรือออฟฟิศก็เลือกบริเวณที่สว่างกว่า
ถ้าทำทั้งหมดแล้วยังคงง่วงอยู่ ตัวเลือกที่ดีที่สุดอาจจะเป็นการแวะงีบหลับสักเล็กน้อย 10-20 นาที เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน เติมออกซิเจน และสามารถตื่นมาใช้ชีวิตอย่างกระปรี้กระเปร่า
ในทางกลับกันคือ ถ้าปกติแล้วคุณนอนหลับยาก การเลียนแบบช่วงเวลาฝนตกอย่างการปิดไฟให้มืดสนิท เปิดเสียงฝนตกคลอเบาๆ ไปพร้อมๆ กับการปรับอุณหภูมิให้เย็นขึ้นเล็กน้อย หยุดใช้โทรศัพท์มือถือหรือว่าโทรทัศน์ รวมถึงปล่อยตัวเองให้ว่างจากการทำกิจกรรมก็อาจจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
จนถึงตอนนี้คงพอจะสรุปได้แล้วว่า นอกจาก “เสียง” ของ “ฝน” แล้วยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยในช่วงเวลาฝนตกที่มีผลต่อความง่วงและการพักผ่อนนอนหลับ หมดคำถามคาใจว่า ทำไมเราถึงง่วงนักหนาและหลับได้หลับดีเวลาที่มีฝน
ที่มา : บทความ “Breakdown: Why does rain make us sleepy?” โดย Erin Thomas จาก actionnews5.com
บทความ “Rainy Day Naps: Understanding Why Rain Makes Us so Sleepy” โดย Andrew Krosofsky จาก greenmatters.com
บทความ “4 Reasons Why you Feel Tired on Rainy Days” โดย ABS Tract Fitness จาก abstractfitness.ca
บทความ “White Noise, Pink Noise, and Brown Noise: What's the Difference?” โดย Kara Mayer Robinson จาก webmd.com
บทความ “Why Does Rain Make Us Sleepy?” โดย Naturepedic Team จาก naturepedic.com
บทความ “Why do people fall asleep more quickly when it rains?” โดย yufeizhang จาก blogs.unimelb.edu.au
บทความ “Rain will make you fall asleep quicker. Here's why.” โดย Keystone Medical Media จาก sleephealthgroup.com.au
เรื่อง : Techa S.