โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ป.ป.ช.ตรังลุยต่อ บุกสนง.ปศจ.ตรัง เรียกเอกสารจัดซื้อ-ทะเบียนคุม-เบิกจ่าย ยาฆ่าเชื้อโค หลังชาวบ้านร้องเพจดังขนยาบูดฉีดโคชาวบ้าน ผงะ!สนง.แทบร้าง ปศจ.ลาพักร้อนรวดเดียว 5 วัน จนท.เผยตั้งกก.สอบภายในแล้ว

77kaoded

อัพเดต 26 ม.ค. 2568 เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 04.05 น. • 77Kaoded

ตรัง-ป.ป.ช.ตรังลุยสอบต่อ บุกสนง.ปศจ.ตรัง เรียกเอกสารจัดซื้อ-ทะเบียนคุม-เบิกจ่าย ยาฆ่าเชื้อโค หลังชาวบ้านร้องเพจดังขนยาบูดฉีดโคชาวบ้าน ผงะ!สนง.แทบร้าง ลาหยุดกันหมด ปศจ.ลาพักร้อนรวดเดียว 5 วัน จนท.เผยตั้งกก.สอบภายในแล้ว ให้ระดับอธิบดีแจงเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง สงสัยจัดฉากเอายาเก่ามาถ่ายแฉหรือไม่ เล็งขอเอกสารเบิกค่าเช่าบ้านไปทำเช่าซื้อต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า จากกรณีมีชาวบ้านส่งหลักฐาน เป็นภาพถ่ายกล่อง และขวดยา ร้องเพจชมรมตรังต้านโกง ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนติดตามตรวจสอบการทุจริต และส่งเรื่องร้องเรียนมายังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดตรัง (ป.ป.ช.) ว่า จากกรณีเกิดโรคระบาดปากเท้าเปื่อยในพื้นที่ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีการนำยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะหมดอายุไปฉีดให้กับโคของชาวบ้าน จึงได้ส่งหลักฐานร้องต่อป.ป.ช. โดยเพจชมรมกลางต้านโกง ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพขวดบรรจุยาที่ระบุวันหมดอายุบนฉลาก 11-2023 (เดือน พ.ย.2023) และหมดอายุ ปี 2020 บนฉลากอย่างชัดเจน พร้อมภาพลังใส่ขวดยาจำนวนนับสิบขวด โดยโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้างว่าเกิดเหตุนำยาหมดอายุไปฉีดให้วัวของเกษตรกรจริงหรือไม่ โดยผู้ใช้ผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายราย ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการการจัดซื้อยา ว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใสหรือไม่ โดยภาพดังกล่าวมีรายงานข่าวแจ้งว่าถ่ายขึ้นในพื้นที่อำเภอห้วยยอด ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีโรคปากเท้าเปื่อยระบาดในพื้นที่ โดยเกษตรกรเป็นผู้ถ่ายเอาไว้เนื่องจากมีข้อกังวลว่ายาซึ่งหมดอายุแล้วดังกล่าว จะมีผลรักษาโรคปากเท้าเปื่อยได้จริง หรือเป็นอันตรายต่อวัวของเกษตรกรหรือไม่

โดยนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์กฤษณ์ วีระวงศ์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง ได้เปิดศาลากลาง จังหวัดตรัง แถลงข่าวด่วนชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยขอตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อน รวมทั้งการออกมายอมรับเกิดปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง ทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานจนเกิดกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ความทันต่อสถานการณ์การควบคุมโรค จนกรมปศุสัตว์ ต้องส่งทีมควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยและทีมวัคซีนลงมาปูพรมทำงานในพื้นที่ในขณะนี้

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรังพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ตรัง ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการป.ป.ช.ตรัง เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายสัตวแพทย์กฤษณ์ วีระวงศ์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง เพื่อขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานการจัดซื้อจัดจ้าง และการเบิกจ่ายยาฆ่าเชื้อรักษาโรคปากเท้าเปื่อยในโคแล้ว

โดยนายยุทธนา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ป.ป.ช.ตรังได้เข้าดำเนินการตรวจสอบ ภายหลังจากได้มีชาวบ้านร้องเรียนผ่านศูนย์ CDC ของเลขาธิการป.ป.ช. ว่าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง นำยารักษาโรคเชื้อปากเท้าเปื่อยหมดอายุไปฉีดรักษาให้แก่โคของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอห้วยยอด เมื่อต้นเดือนธันวาคม2568ที่ผ่านมา

สำหรับหนังสือที่ป.ป.ช.ตรังมีถึงปศุสัตว์จังหวัดตรัง ระบุ ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้รับเรื่องข้อมูล เบาะแส กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับยารักษาโรคปากและเท้าเปื่อยในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดของวัวในพื้นที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง นั้น เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง จึงขอเอกสารหลักฐานสัญญาในการจัดซื้อจัดจ้างยารักษาโรคปากและเท้าเปื่อย เอกสารเบิกจ่ายยาให้กับปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด แบบฟอร์มรายงานการฉีดยาและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในปีงบประมาณ 2566 -2567 พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ภายใน 15 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ตรังเข้าส่งหนังสือขอข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างยาดังกล่าว พบว่าทั้งปศุสัตว์จังหวัดตรัง เลขานุการปศุสัตว์จังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่พัสดุ ต่างพร้อมใจกันลา โดยเฉพาะปศุสัตว์จังหวัดตรัง ได้ลาพักร้อน 5 วัน (24-28ม.ค.68) ทำให้เบื้องต้นได้พบกับสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่สัตวบาลที่มารับหน้า โดยได้มีการพูดคุยซักถามข้อมูลในเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ได้ซักถามถึงวิธีการจ่ายยาให้ปศุสัตว์อำเภอว่าจ่ายยาในรูปแบบไหน อย่างไร มีทะเบียนคุมหรือไม่ ทั้งการจ่ายยาและการจัดเก็บกล่องและขวดคืน ขณะที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวให้ข้อมูลว่า ภาพขวดและกล่องยาดังกล่าวที่ถูกร้องเรียน อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นยาที่จ่ายให้กับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอไปนานแล้ว แต่ใช้ไม่หมด อาจหมดอายุได้ จึงอาจจะมีคนจัดฉากหรือกลั่นแกล้งนำมาถ่ายรูปเพื่อร้องเรียน โดยไม่ได้มีการฉีดจริงก็ได้ และเมื่อเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ขอตรวจสอบโกดังการจัดเก็บ กลับได้รับคำตอบว่าเจ้าหน้าที่พัสดุ ซึ่งดูแลห้องจัดเก็บลาหยุด ไม่สามารถให้เข้าตรวจสอบได้ แต่ทั้งนี้ ในเรื่องดังกล่าวขณะนี้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ต้องให้ปศุสัตว์จังหวัด และให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ชี้แจงเท่านั้น และทางปศุสัตว์จังหวัดจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้จากการที่ป.ป.ช.ตรังลงตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้วยยอด ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า ยาทุกขวดจะต้องเบิกทุกครั้งจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด โดยจะมีการเบิกตามจำนวนที่ใช้จริงเท่านั้น ไม่ได้มีการจัดเก็บยาที่หน่วยงานประจำอำเภอแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อใช้แล้วก็ต้องส่งคืนทั้งกล่อง และขวด ไปจัดเก็บที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรังทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ป.ป.ช.จะทำการตรวจสอบกรณีปรากฏทางสื่อออนไลน์ เรื่องการเบิกค่าเช่าบ้านในลักษณะของการเช่าซื้อทั้งที่มีบ้านพักราชการอยู่แล้วของปศจ.จังหวัดด้วย ว่าจริงข้อเท็จเป็นอย่างไร โดยจะต้องเรียกหลักฐานมาตรวจสอบต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...