โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปฏิวัติ” ฉบับรามเกียรติ์ การยึดอำนาจกรุงลงกา โดยบุตรที่เกิดมาหลังบิดาตาย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 พ.ย. 2567 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2567 เวลา 07.26 น.
จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ วัดพระแก้ว ห้องที่ 129 ท้าวจักรวรรดิยกทัพประชิดลงกา พิเภกรบแพ้ถูกจำตรุขังไว้ (ภาพจาก เว็บไซต์ สำนักพระราชวัง)

เหตุการณ์ตอนท้าย ๆ ของรามเกียรติ์ หลังพญายักษ์ทศกัณฐ์สิ้นชีวิต มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย นั่นคือการ “ปฏิวัติ” ฉบับรามเกียรติ์ ที่ทายาทของทศกัณฐ์ผู้ล่วงลับ ซึ่งยังไม่ลืมตาดูโลกตอนบิดาถูกสังหาร ได้ยึดอำนาจกรุงลงกา นำไปสู่การกวาดล้างเหล่าวงศ์เผ่าพงศ์ยักษ์ระลอกสุดท้ายโดยกองทัพของพระราม ยักษ์ตนสำคัญในเรื่องราวครั้งนั้นคือ “ทศพิน”

ทศพิน มีนามแรกกำเนิดว่า“ไพนาสุริยวงศ์” เป็นลูกของทศกัณฐ์ เกิดกับนางมณโฑที่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ ได้ 1-2 เดือน ตอนบิดาตายด้วยศรพระราม เมื่อพิเภกได้รับการสถาปนาเป็นเจ้ากรุงลงกานาม “ท้าวทศคีรีวงศ์”ก็กำชับข้าราชบริพารให้อบรมยักษ์น้อยประหนึ่งว่าเป็นบุตรของตน ไพนาสุริยวงศ์จึงเติบโตโดยเชื่อว่าตนคือลูกท้าวทศคีรีวงศ์

แต่ไพนาสุริยวงศ์ยิ่งโตก็ยิ่งมีรูปลักษณ์คล้ายอินทรชิต (ลูกชายคนโตของนางมณโฑกับทศกัณฐ์) โดยมีเพื่อนรักที่เติบโตร่วมกันคือ “อสุรผัด” บุตรของหนุมานกับนางเบญกาย (ลูกสาวพิเภก) ซึ่งเป็นลูกครึ่งลิง-ยักษ์ มีรูปร่างเป็นยักษ์ หน้าเป็นวานร

เมื่อเติบใหญ่ ยักษ์พี่เลี้ยงชื่อ วรณีสูร(ลูกท้าวชิวหา) ที่ภักดีต่อทศกัณฐ์ ยุแหย่ให้ไพนาสุริยวงศ์เป็นกบฏต่อท้าวทศคีรีวงศ์ผู้เป็นบิดาเลี้ยง ด้วยการเล่าความจริงทั้งหมดว่าท้าวทศคีรีวงศ์ไม่ใช่บิดาที่แท้จริง แถมมีส่วนช่วยพระรามทำสงครามฆ่าล้างวงศาคณายักษ์ให้ต้องล้มตายไปมากมาย รวมถึงทศกัณฐ์ บิดาตัวจริงด้วย ไพนาสุริยวงศ์จึงเคียดแค้นพิเภกมาก ดังความในบทละครเรื่องรามเกียรติ์ว่า

๏ เมื่อนั้น ไพนาสุริย์วงศ์ยักษี

ฟังแจ้งไม่แคลงวาที อสุรีนิ่งขึงตะลึงไป

ความเจ็บความอายความแค้น แน่นอกทอดถอนใจใหญ่

สิ้นรักให้แหนงแคลงใจ ในท้าวทศคิริวงศ์กุมภัณฑ์

ให้คิดพยาบาทมาดหมาย ดั่งศรพิษติดกายตรึงมั่น

กอดพระพี่เลี้ยงร่วมชีวัน พากันแสนโศกโศกี ฯ

หลังทราบเรื่องจากพี่เลี้ยง ไพนาสุริยวงศ์รีบไปถามนางมณโฑผู้เป็นมารดาเพื่อยืนยันความจริง นางมณโฑก็เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ซึ่งตรงกันกับความจากวรณีสูร แต่นั้นก็เริ่มวางแผนแก้แค้นให้บิดา โดยแสร้งลาท้าวทศคีรีวงศ์ไปเรียนวิชา แต่การร่ำเรียนมีเจตนาต่อเนื่องคือการไปขอความช่วยเหลือจาก ท้าวจักรวรรดิ แห่งกรุงมลิวัน ให้มาช่วยโค่นล้มบิดาเลี้ยงผู้ทุรยศ

หลังเข้าพบและเล่าความทั้งหลายให้ท้าวจักรวรรดิฟัง พญายักษ์ 8 กร ซึ่งเป็นพันธมิตรและสหายของทศกัณฐ์อีกตนหนึ่งก็ตอบรับด้วยความสงสารและเห็นใจหลานรัก ดังว่า “ตรัสแล้วสั่งมหาเสนี ให้เตรียมโยธีซ้ายขวา กูจะไปพิชัยลงกา เข่นฆ่าอริราชภัยพาล”

ว่าแล้วกองทัพจากเมืองมลิวันก็ยกพลไปปิดล้อมกรุงลงกาทันที ซึ่งเดิมท้าวจักรวรรดิจะให้ท้าวทศคีรีวงศ์ยอมจำนนแต่โดยดี แต่ปรากฏว่าลงกาไม่ตอบรับ จึงเกิดการต่อสู้กัน ท้าวทศคีรีวงศ์นั้นแต่เดิมไม่ถนัดเรื่องสงครามหรือการสู้รบอยู่แล้ว (ถนัดแต่โหราศาสตร์) จึงถูกท้าวจักรวรรดิแผลงศรเป็นพญานาคราชตัวมหึมาจับจับกุมไว้อย่างไม่ยากเย็น ดังกลอนว่า

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวแปดกรยักษา

ต้องศรเจ็บช้ำทั้งกายา อสุราร่ายเวทเพลิศพราย

ครั้นครบสามคาบก็ลูบลง เจ็บปวดทั้งองค์ก็สูญหาย

ไม่มีบาดแผลกับกาย จับศรพาดสายแล้วแผลงไป

สำเนียงดั่งเสียงฟ้าฟาด เป็นพญานาคราชตัวใหญ่

เจ็ดเศียรพ่นพิษเป็นควันไฟ ไล่มัดพิเภกอสุรี

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศคีรีวงศ์ยักษี

มาครัดมัดทั่วทั้งอินทรีย์ ก็ล้มลงกับที่สุธาธาร

สงครามกรุงลงกากับกรุงมลิวันจึงเป็นอันยุติ ท้าวจักรวรรดิสถาปนาไพนาสุริยวงศ์ให้ปกครองกรุงลงกาในนาม “ท้าวทศพิน”

แต่ท้าวทศพินไม่ได้สั่งประหารพิเภก ด้วยเห็นว่าเลี้ยงดูตนมาเป็นอย่างดี เพียงแต่จองจำไว้เท่านั้น

ฝ่ายอสุรผัดผู้เป็นหลานตาของพิเภกหวังช่วยพระเจ้าตาให้พ้นความทุกข์ทรมาน ได้ออกตามหาบิดา (หนุมาน) ที่สุดจึงพบหนุมานในเพศนักบวช เมื่อหนุมานทราบเรื่องราวก็ลาจากสมณเพศแล้วชวนสุครีพไปเข้าเฝ้าพระราม เพื่อรายงานถึงสถานการณ์ข้างกรุงลงกา

พระรามทราบดังนั้นได้ทรงมีบัญชาให้ 2 พระอนุชา คือพระพรตและพระสัตรุต ยกทัพไปกู้กรุงลงกาคืนจากท้าวทศพิน กองทัพอโยธาสามารถเอาชนะกองทัพกรุงลงกาได้ ประหารท้าวทศพินและวรณีสูรในศึกคราวนั้น แล้วแต่งพิเภกขึ้นครองกรุงลงกาอีกครั้ง แล้วยังยกทัพไปกำราบท้าวจักรวรรดิที่เมืองมลิวันได้อีกด้วย

การ “ปฏิวัติ” ฉบับรามเกียรติ์ ว่าด้วยการยึดอำนาจกรุงลงกาของไพนาสุริยวงศ์ จึงสิ้นสุดลงในระยะเวลาอันสั้น สงครามที่สืบเนื่องกันยังเป็นผลให้ฝ่ายพระรามสามารถกำราบเครือข่ายยักษ์ที่ยังเป็นปฏิปักษ์อยู่จนหมดสิ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, กรมศิลปากร. บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช.ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ.

ทรงวิทย์ ดลประสิทธิ์, เรียบเรียงจากการแสดงบรรยายของ เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ. (2545). โคตรวงศ์ทศกัณฐ์.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ปฏิวัติ” ฉบับรามเกียรติ์ การยึดอำนาจกรุงลงกา โดยบุตรที่เกิดมาหลังบิดาตาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...