โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะงบ AOT คาดกลับมาดีสุด นับตั้งแต่โควิด

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 02.41 น. • The Bangkok Insight

เจาะงบ AOT คาดกลับมาดีสุด นับตั้งแต่โควิด-19 พร้อมย้อนดูผลกำไร 5 ปี อยู่ในสภาพไหน? พร้อมประเมินช่วงไตรมาส 1 ปี 2568

หุ้น AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

AOT ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับกระทบอย่างมากจากช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มต้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นปัจจัยลบกดดันธุรกิจท่องเที่ยวมากทีเดียว โดยเฉพาะสนามบินที่เป็นเหมือนประตูด่านแรกในการต้นรับนักท่องเที่ยว

AOT

ผลกำไรย้อนหลังของ AOT ตั้งแต่งวดปี 2563 - 2567 (งบการเงินบริษัทสิ้นสุด ณ เดือนกันยายน)

  • ปี 2563 กำไร 4,320.68 ล้านบาท
  • ปี 2564 ขาดทุน 16,322.01 ล้านบาท
  • ปี 2565 ขาดทุน 11,087.87 ล้านบาท
  • ปี 2566 กำไร 8,790.87 ล้านบาท
  • ปี 2567 กำไร 19,182.39 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะเห็นว่าผลประกอบการของ AOT เริ่มกลับมามีกำไรแล้วตั้งแต่งวดปี 2566 และเติบโตขึ้นต่อเนื่องในปี 2567 ทว่าในปี 2568 นี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าผลงาน AOT จะทำสถิติสูงสุดใหม่หลังโควิดได้สำเร็จ ตามการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ประเมินผลงานบริษัทในช่วงไตรมาส 1/2568 (ต.ค.-ธ.ค. 2567) คาดว่ากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 6,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% YoY และเพิ่มขึ้น 44.2% QoQ คิดเป็น 26.4% ของประมาณการกำไรเต็มปีที่ 23,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% จากงวดปีก่อน

มองว่าในไตรมาสนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่หลังโควิดของ AOT โดยคาดว่าจำนวนผู้โดยสารรวมจะอยู่ที่ 33.6 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.85 ล้านคน ผู้โดยสารในประเทศ 12.77 ล้านคน ส่วนจำนวนเที่ยวบินรวมจะอยู่ที่ 204,532 เที่ยว เพราะเป็นช่วงที่การท่องเที่ยวแข็งแกร่งตามฤดูกาล

ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของ AOT เพิ่มขึ้นเป็น 79.2 ล้านคน ในปี 2568 หรือเท่ากับ 94% ของระดับก่อนโควิดระบาด และจะเพิ่มขึ้นเป็น 87.2 ล้านคนในปี 2569 สูงกว่าระดับก่อนโควิดระบาดประมาณ 3.7%

AOT

อีกทั้งอัตรากำไรจะเพิ่มขึ้นจากการประหยัดต่อขนาด และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในช่วงนี้ ถึงแม้ว่า AOT จะขอคืนพื้นที่เชิงพาณิชย์บางส่วนมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 แต่คิดว่าจำนวนผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง น่าจะทำให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นได้

AOT ยังมีอัพไซด์การเติบโตจากความสามารถในการรองรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นจาก 68 เที่ยว/ชั่วโมง เป็น 94 เที่ยว/ชั่วโมง หลังการเปิด runway ใหม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ประกอบกับการขยายอาคารผู้โดยสารฝั่งทิศใต้ (South Terminal) เพื่อรองรับผู้โดยสาร 70 ล้านคน/ปี (ยังไม่มีข้อสรุป) และการพัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟส III เพื่อรองรับผู้โดยสาร 50 ล้านคน/ปี ภายในปี 2573

ขณะที่มุมมองบทวิเคราะห์ บล. ดาโอประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1/2568 (ต.ค.-ธ.ค. 2567) ที่ระดับ 5,700 ล้านบาท จากการเริ่มเข้า High Season ของการท่องเที่ยว ประเมินจำนวนผู้โดยสารรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 33.6 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เติบโตจากผู้โดยสารระหว่างประเทศที่จะดีขึ้นเป็น 20.9 ล้านคน โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2567 ที่จำนวนผู้โดยสารทำสถิติสูงสุดได้ต่อเนื่อง

ภาพเฟซบุ๊ก: Suvarnabhumi Airport

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2568 คาดว่าผลงานจะยังดีขึ้นและเป็นระดับสูงสุดของปี อย่างไรก็ดี กรณีที่มีข่าวนักแสดงชาวจีนตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวช้ากว่าคาดได้บ้าง แต่จะยังได้ชดเชยจากนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย, อาเซียน และเอเชียตะวันออกที่ยังเติบโตดี รวมถึงนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ที่โดยปกติจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงต้นปี ส่งผลให้ประเมินจำนวนผู้โดยสารปี 2568 ที่ 132 ล้านคน

ทั้งนี้ พบว่าความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น AOT เริ่มกลับมา Outperform SET +2% ได้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงโมเมนตัมเชิงบวกของราคาหุ้นที่กลับมาอีกครั้งแล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...