‘กองทัพจีน’ เปลี่ยนปืนประจำกายทหารเป็น ‘QBZ-191’ ตอบโจทย์หลักสรีรศาสตร์ - ลดข้อจำกัดติดตั้งอุปกรณ์เสริม
THE STATES TIMES
อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2568 เวลา 04.00 น. • ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคลในการสวนสนามครั้งใหญ่ครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะเหนือญี่ปุ่น เมื่อ 3 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา หากสังเกตอาวุธปืนเล็กยาวประจำกายของทหารจีนดี ๆ แล้ว ในขบวนสวนสนามจะพบว่า กองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เปลี่ยนปืนเล็กยาวประจำกายของทหารจีนทั้งหมดจากปืนเล็กยาวแบบ QBZ-95 เป็นปืนเล็กยาวแบบ QBZ-191 ทั้งหมดแล้ว
การเปลี่ยนแบบปืนเล็กยาวประจำกายของกองทัพถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่ เช่นเดียวกับกองทัพบกไทยที่ตัดสินใจเลือกปืนเล็กยาวแบบ IMI Tavor TAR-21 เพื่อทดแทนปืนเล็กยาวแบบ M-16 ซึ่งใช้งานมานานร่วม 50 ปีแล้ว สำหรับเหตุผลหลักในการเปลี่ยนแบบปืนเล็กยาวทั้ง ๆ ที่กองทัพบกไทยมีความต้องการปืนเล็กยาวแบบ M-16 รุ่นใหม่ก็คือ การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ระงับการขายอาวุธให้ไทย โดยอ้างถึง (1)ข้อผูกพันตาม กฎหมายของตนเอง ที่ต้องระงับความช่วยเหลือประเทศที่มีการรัฐประหาร (2)เป็นการแสดงจุดยืนทางประชาธิปไตย และกดดันให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้ไทยต้องหาพันธมิตรทางทหารรายใหม่ และกระจายการจัดหาอาวุธไปยังประเทศอื่น ๆ เช่น รถถังแบบ VT-4, ปืนใหญ่, เรือดำน้ำ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน รถถังแบบ OPLOT จากยูเครน
การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งของกองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเปลี่ยนขนาดกระสุนปืนเล็กยาวจากขนาด 7.62x39 ม.ม. ซึ่งแม้จะมีพลังทำลายสูง แต่หนักและควบคุมยากในโหมดการยิงแบบอัตโนมัติ และเป็นกระสุนมาตรฐานของค่ายคอมมิวนิสต์มาช้านาน มาเป็นขนาด 5.8×42 ม.ม. ที่กองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนพัฒนาขึ้นมาใช้เองกับปืนเล็กยาวแบบ QBZ-95 ในขณะที่สหภาพโซเวียตก่อนที่จะมาเป็นสหพันธรัฐรัสเซียก็ได้เปลี่ยนปืนเล็กยาวจากขนาด 7.62x39 ม.ม. มาเป็น 5.45x39 ก่อนหน้าแล้ว โดยผสมข้อดีของกระสุนขนาด 5.56x45 มาตรฐาน NATO (น้ำหนักเบา, กระสุนความเร็วสูงกว่าเดิม และมีความแม่นยำกว่าเดิม (พลังทำลายสูง) กระสุนนี้ถูกใช้เป็นมาตรฐานใหม่ ทำให้ต้องพัฒนาปืนใหม่ที่รองรับกระสุนขนาด 5.8×42 ม.ม. ซึ่งเป็นกระสุนเฉพาะของจีน เป็นกระสุนปืนขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีความเร็วสูง มีอัตราการเจาะเกราะที่ดีกว่าและมีวิถีกระสุนที่ราบเรียบกว่ากระสุนขนาด 5.56x45 มม. ในระยะไกล เหมาะสำหรับการใช้งานทางทหาร ทำให้ได้ปืนเล็กยาวแบบ QBZ-95 เข้าประจำการในกองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ปี 1997
ด้วยเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ หลักสรีรศาสตร์ และยุทธวิธีหลายประการ กองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงได้เปลี่ยนปืนเล็กยาวประจำกายของทหารจีนทั้งหมด รายละเอียดพอสรุปโดยสังเขปของสาเหตุที่มีการเปลี่ยนได้แก่ ปืนเล็กยาวแบบ QBZ-95 เป็นปืนเล็กยาว Bullpup ซึ่งซองกระสุนหรือแมกกาซีน และกลไกจะอยู่ด้านหลังชุดไกปืน ทำให้เกิดปัญหาในการใช้งาน อาทิ
- หลักสรีรศาสตร์ไม่ดี ไม่เหมาะกับการเปลี่ยนบรรจุซองกระสุนใหม่ และใช้งานยากเมื่อใช้กับเกราะป้องกันร่างกายหรือในพื้นที่แคบ
- ปัญหาการยิงปืนของคนถนัดซ้าย การออกแบบไม่เหมาะกับคนถนัดซ้าย เพราะปลอกกระสุนจะดีดออกมาใกล้ใบหน้าของผู้ยิง
- ข้อจำกัดของอุปกรณ์เสริม การติดตั้งอุปกรณ์กล้องเล็ง เลเซอร์ หรือด้ามจับทำได้ยากกว่าปืนเล็กยาวทั่วไป
- ประสบการณ์ของกองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะในหน่วยรบพิเศษและกองกำลังประจำการในต่างประเทศ พบปัญหาและข้อจำกัดในปืนเล็กยาวแบบ QBZ-95 หลายประการ
- ประสบการณ์ในการฝึก การใช้งานในภารกิจรักษาสันติภาพและการสังเกตการณ์ความขัดแย้งทั่วโลก (เช่น ซีเรีย ยูเครน) แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการใช้ปืนเล็กยาวที่สามารถปรับเปลี่ยนได้มากขึ้น
สำหรับปืนเล็กยาวแบบ QBZ-191 เป็นปืนเล็กยาวแบบ Conventional layout ที่มีความเป็นโมดูล (ชิ้นส่วนต่าง ๆ สามารถมานำประกอบเข้าด้วยตามแต่การใช้งานในภารกิจที่แตกต่างกัน) และการรองรับอุปกรณ์เสริม ด้วยระบบรางที่ทันสมัย (Picatinny/KeyMod) ช่วยให้ปรับแต่งติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้ง่าย สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์กล้องเล็ง เลเซอร์ ด้ามจับ และไฟฉาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรบของทหารราบยุคใหม่ ความแม่นยำและประสิทธิภาพของปืนเล็กยาวแบบ QBZ-191 ที่เหนือกว่า อันเนื่องจากสมดุลของลำกล้อง และกลไกของระบบไกที่ดีกว่า มช่วยให้ควบคุมและสมดุลได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในระหว่างทำการยิงด้วยระบบอัตโนมัติ ปืนเล็กยาวแบบ QBZ-191 มีลักษณะใกล้เคียงกับอาวุธปืนตามแบบ NATO เพื่อให้ทัดเทียมกับระบบของตะวันตกอย่างปืนเล็กยาวแบบ M4A1 หรือ HK416 ซึ่งมีประโยชน์ในการทำงานร่วมกันในการรักษาสันติภาพหรือภารกิจในต่างประเทศ จึงเหมาะมากกว่าสำหรับทหารจีนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีมากขึ้นและคาดหวังต่ออุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการทำสงครามในศตวรรษที่ 21 เหมาะกับความต้องการอาวุธปืนเล็กยาวในการรบตามความคาดหวังของทหาร และตอบสนองเป้าหมายในการปรับปรุงกองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งในปัจจุบันให้มีความก้าวหน้าและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
กองทัพบกไทยได้จัดซื้อจัดหาปืนเล็กยาวจู่โจมแบบ QBZ-195T จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อใช้ในหน่วยรบพิเศษ การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้กองทัพบกไทยเป็นลูกค้าส่งออกรายแรกของที่ปืนเล็กยาวจู่โจมแบบ QBZ-195T ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการในการปฏิบัติการของกองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นปืนเล็กยาวจู่โจมซีรีส์ QBZ-191 แต่ใช้กระสุนขนาด 5.56x45 ม.ม. มาตรฐาน NATO ซึ่งแตกต่างจากกระสุนขนาด 5.8x42 มม. ที่ใช้ในกองทัพปลดปล่อยแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเปิดตัวโดยบริษัท NORINCO ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับการพัฒนาปรับปรุงตามหลักสรีรศาสตร์ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนได้ และตัวเลือกการปรับแต่ง พานท้ายปืนสามารถปรับได้ 4 ตำแหน่ง ปุ่มเลือกการยิงสำหรับใช้ทั้งสองมือ และซองกระสุน (แมกกาซีน) โพลีเมอร์ที่ออกแบบใหม่พร้อมช่องตรวจกระสุนแบบโปร่งใส การปรับปรุงเหล่านี้คาดว่าจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติการของกองกำลังพิเศษของไทยในสถานการณ์การรบที่หลากหลาย กองทัพไทยตัดสินใจที่จะกระจายการจัดซื้อจัดหาอาวุธเบา ซึ่งรวมทั้งอาวุธจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล สะท้อนถึงแนวทางเชิงกลยุทธ์ของไทยในการไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงรายเดียว กลยุทธ์นี้ทำให้กองทัพไทยมีคลังอาวุธที่ใช้งานได้หลากหลายและเชื่อถือได้ การนำปืนเล็กยาวจู่โจมแบบ QBZ-195T มาใช้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางทหารให้กับหน่วยรบพิเศษของกองทัพไทย โดยนำเสนอคุณสมบัติขั้นสูงที่ตอบสนองความต้องการในการรบสมัยใหม่ นอกจากนี้ ปืนเล็กยาวจู่โจมรุ่นนี้ยังเข้ากันได้กับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น กล้องเล็ง เลเซอร์ และเครื่องยิงลูกระเบิด ทำให้สามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์พิเศษได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปืนเล็กยาวจู่โจมแบบ QBZ-195T ได้เข้าประจำการในกองทัพบกไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งส่วนหนึ่งคงจะถูกนำไปปฏิบัติการรบในสงครามระหว่างไทยกับเขมรด้วย