ทวารวดี...วัฒนธรรมแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ อารยธรรมไทยที่รุ่งเรืองมาก่อนเขมรโบราณนับร้อยปี
THE STATES TIMES
อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2568 เวลา 04.00 น. • ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคลคนไทยสมัยนี้ มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวัฒนธรรมทวารวดีค่อนข้างน้อย ทำให้เข้าใจว่า ไทยรับเอาวัฒนธรรมทวารวดีมาจากจักรวรรดิขะแมร์หรือเขมรโบราณ ทั้ง ๆ ที่วัฒนธรรมนี้ได้เกิดขึ้นในดินแดนสุวรรณภูมิหรือราชอาณาจักรไทยในปัจจุบันตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 – 16 แล้ว โดยทวารวดีมักจะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอารยธรรมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เนื่องจากมีอิทธิพลต่อการพัฒนาวัฒนธรรม ศาสนา และสังคมในพื้นที่นี้ จากการสํารวจทางโบราณคดีที่ผ่านมาได้พบหลักฐานแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีประมาณ 106 แหล่ง ราว 70 แหล่ง อยู่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตามลำน้ำเจ้าพระยาและภาคตะวันออก ส่วนที่เหลือ อยู่ในภาคอีสานประมาณ 30 แหล่ง นอกเหนือจากนั้นอยู่ในเขตภาคเหนือ 2 -3 แหล่ง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มใกล้ลำน้ำสำคัญ สามารถติดต่อกับชุมชนอื่นได้สะดวก โดยเริ่มจากบริเวณเมืองท่าใกล้ชายฝั่งทะเล หรือตาม เส้นทางการค้าในสมัยโบราณ
ดังนั้นจึงพบเมืองโบราณในสมัยทวารวดีมีพบกระจายอยู่ทั่วไปในเขตภาคกลาง โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่ถือว่าน่าจะเป็นศูนย์กลางหรือดินแดนเมื่อแรกครับวัฒนธรรมทางศาสนา คือ บริเวณลุ่มแม่น้ำแม่กลองและท่าจีน คือ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณนครปฐม (นครชัยศรี) จังหวัดนครปฐม เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และอีกกลุ่มหนึ่ง คือ บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำป่าสัก เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีที่พบเมืองโบราณอยู่เป็นจำนวนมากทั้งฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ลพบุรี สระบุรี จนกระทั่งขึ้นไปถึง เมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนทางฝั่งตะวันตกพบเมืองโบราณในเขตจังหวัด อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ เมืองโบราณที่สำคัญ คือ เมืองโบราณลพบุรี จังหวัดลพบุรี เมืองโบราณคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เมืองโบราณอู่ตะเภา จังหวัดชัยนาท และเมืองโบราณจันทร์เสน จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น ลักษณะของผังเมืองโบราณสมัยทวารวดีมีลักษณะไม่เป็นรูปทรงเรขาคณิตมากนัก ส่วนใหญ่มีลักษณะเกือบเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมมุมมน บางเมืองมีลักษณะเป็นไปตามสภาพของแม่น้ำที่เมืองนั้น ๆ ตั้งอยู่
วัฒนธรรมทวารวดีมีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับการพัฒนาของวัฒนธรรมไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของศาสนา พิธีกรรม ศิลปะ และการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่อชีวิตและความเชื่อของคนไทยในปัจจุบัน รูปแบบการบูชาและการสร้างวัดในสมัยทวารวดีได้รับอิทธิพลจากศิลปะและวัฒนธรรมอินเดีย เช่น การสร้างเจดีย์ทรงกรวยหรือทรงกระบอกที่พบในหลายพื้นที่ รวมถึงการสร้างพระพุทธรูปที่มักมีลักษณะศิลปะแบบอินเดียในช่วงคุปตะ การตั้งถิ่นฐานและการจัดระเบียบเมืองในสมัยทวารวดีเป็นรูปแบบของเมืองรัฐ (City-State) ที่มีการปกครองแบบรวมศูนย์และเมืองย่อยต่างๆ เป็นลักษณะเด่นของทวารวดี ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับการตั้งเมืองในไทยในภายหลัง ศิลปะและสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดีมีอิทธิพลต่อศิลปะไทยในหลายแง่มุม โดยเฉพาะในเรื่องของการปั้นพระพุทธรูป การสลักลวดลาย และสถาปัตยกรรมพุทธศาสนา พระพุทธรูปในศิลปะทวารวดีมักมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับพระพุทธรูปสมัยคุปตะในอินเดีย เช่น พระพุทธรูปที่มีการแสดงออกทางอารมณ์แบบสงบ เสมือนการบอกถึงความรู้สึกและความเฉลียวฉลาดของพระพุทธเจ้า การสร้างเจดีย์ในรูปแบบต่างๆ ก็เป็นการสะท้อนถึงวัฒนธรรมพุทธศาสนาและศิลปะที่ได้แพร่หลายในภูมิภาค พิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและการบูชาพระพุทธรูป เช่น การถวายเครื่องบูชา การอัญเชิญพระพุทธรูป การสร้างเจดีย์ และการจัดงานเทศกาลทางพุทธศาสนา ได้รับอิทธิพลจากพิธีกรรมในสมัยทวารวดี ความเชื่อเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า (เช่น การทำบุญ, การรักษาศีล) ยังคงมีบทบาทสำคัญในสังคมไทย
ทวารวดีเป็นอาณาจักรที่มีการค้าขายอย่างกว้างขวางทั้งกับอินเดียและจีน ทำให้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากทั้งสองประเทศ และทำให้สังคมทวารวดีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การคมนาคมทางน้ำและทางบกเป็นสิ่งสำคัญในทวารวดี ซึ่งได้แผ่ขยายไปสู่สังคมไทยในภายหลัง มีการเขียนอักษรด้วยภาษาสันสกฤตและปาลี ซึ่งได้รับอิทธิพลจากอินเดีย โดยมีการใช้ตัวอักษรที่พัฒนามาจากระบบอักษรอินเดีย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการเขียนภาษาไทยในยุคหลัง ในบรรดาเมืองโบราณทวารวดีที่กล่าวถึงพบว่า หลายเมืองเหลือสภาพเฉพาะความเป็นเมืองโบราณที่มี คูน้ำ คันดิน คือ กำแพงเมือง ส่วนหลักฐานที่เป็นสิ่งปลูกสร้างและหลักฐานทางโบราณคดี โดยเฉพาะโบราณสถานหลงเหลืออยู่น้อยมาก เมืองที่พบหลักฐานทางโบราณคดีและศิลปกรรมที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็นเมืองขนาดใหญ่ เช่น เมืองโบราณนครปฐม เมืองโบราณอู่ทอง เมืองโบราณคูบัว เมืองโบราณลพบุรี เมืองโบราณศรีมโหสถ และเมืองโบราณศรีเทพ
จากหลักฐานความเป็นเมืองโบราณ หลักฐานทางโบราณคดี และงานศิลปกรรม พบว่า เมืองโบราณศรีเทพแห่งนี้มีหลักฐานความเป็นของแท้ดั้งเดิมเหลืออยู่สมบูรณ์กว่าเมืองอื่น ๆ ด้วยสาเหตุสำคัญ คือ เป็นเมืองโบราณที่มีขนาดใหญ่ มีความสำคัญ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลาง ในขณะที่เมืองอื่น ๆ เช่น เมืองอู่ทอง เมืองนครชัยศรี เมืองคูบัว เมืองลพบุรี ส่วนใหญ่มีชุมชนในรุ่นหลังมาตั้งถิ่นฐานอยู่ และเป็นเมืองใหม่สร้างซ้อนทับเมืองเดิม จึงทำให้ความเป็นของแท้ดั้งเดิมในสมัยทวารวดีเหลืออยู่น้อยลง ส่วนเมืองศรีเทพนั้นถูกทิ้งร้างไปตั้งแต่หมดยุควัฒนธรรมเขมรในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 18 และไม่มีการสร้างเมืองใหม่ในที่แห่งนี้ โดยย้ายเมืองใหม่มาตั้งที่เมืองวิเชียรบุรี จึงทำให้เมืองโบราณศรีเทพยังคงความครบถ้วนสมบูรณ์ของความเป็นเมืองไว้ และเป็นตัวอย่างของหลักฐานเมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ยังหลงเหลืออยู่ ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ จึงถือว่าเป็นเมืองโบราณในยุคต้นของสมัยประวัติศาสตร์ที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยในวัฒนธรรมทราวดี และได้รับการประกาศเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2566 ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 2 แสดงถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือในพื้นที่ในวัฒนธรรมใด ๆ ของโลกผ่านการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรม หรือทางเทคโนโลยีอนุสรณ์ศิลป์ การวางแผนผังเมือง หรือการออกแบบภูมิทัศน์ และเกณฑ์ข้อที่ 3 เป็นพยานหลักฐานที่ยอดเยี่ยม หรือหาที่เสมอเหมือนไม่ได้ของประเพณีวัฒนธรรม หรือวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่หรือสูญหายไปแล้ว
ทวารวดีจึงเป็นอารยธรรมแรก ๆ ในแถบอ่าวไทยที่รับอิทธิพลอินเดียเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่วนเขมรโบราณ (ในสมัยจักรวรรดิขะแมร์) เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองในเวลาใกล้เคียงกันหรือตามหลังวัฒนธรรมทวารวดี และเข้ามีอิทธิพลต่อศิลปะและวัฒนธรรมทวารวดีตอนปลาย (ราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15-16) ซึ่งมีการรับอิทธิพลศิลปะเขมรโบราณเข้ามาผสมผสานด้วย เมื่ออารยธรรมทวารวดีเริ่มเสื่อมลงหลังจากพุทธศตวรรษที่ 15 สันนิษฐานว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากอิทธิพลของอาณาจักรเขมรโบราณที่ขยายอำนาจและวัฒนธรรมเข้ามาในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้เมืองโบราณลพบุรีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทวารวดีถูกทำลายจนย่อยยับ พื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของทวารวดี ได้ถูกแทนที่ด้วยอารยธรรมเขมรโบราณ และต่อมาได้พัฒนาเป็นอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยาในที่สุด ซึ่งมีคำว่า "ทวารวดี" เป็นส่วนหนึ่งของชื่อของอยุธยา คือ กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา
ดังนั้น เมือง ตลอดจนสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม สมัยทวารวดีจึงไม่ใช่การรับเอาวัฒนธรรมจากเขมรโบราณในอดีต แต่เกิดขึ้นก่อนโดยได้รับอิทธิพลจากอินเดียผ่านการติดต่อค้าขาย และความเชื่อทางศาสนา ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นในดินแดนสุวรรณภูมิ จึงไม่ได้เป็นการรับเอาอิทธิพลมาทางวัฒนธรรมจากเขมรโบราณมาแต่อย่างใด การกล่าวอ้างของเกรียนคีย์บอร์ดของเขมรในเรื่องนี้จึงไม่ถูกต้อง เพราะวัฒนธรรมเขมรโบราณเองก็เกิดขึ้นไม่ต่างไปจากวัฒนธรรมทวารวดี คือ การได้รับอิทธิพลจากอินเดียผ่านการติดต่อค้าขาย และความเชื่อทางศาสนา ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เฉกเช่นเดียวกัน