ระบบโกงของฉันทำให้วันสิ้นโลกเป็นแค่วันธรรมดา
ข้อมูลเบื้องต้น
อาหารฉันไม่ขาด
น้ำสะอาดฉันก็มีให้ดื่มไม่มีจำกัด
ของวิเศษที่ปรากฏในชาติก่อนฉันก็จดจำมันได้ทั้งหมดว่าพวกมันจะเกิดเวลาใด และอยู่ที่ไหน
ฮ่าๆ ต้องขอบคุณไอ้ชั่วนั่นที่ชาติก่อนให้ฉันเป็นคนรวบรวมข้อมูลพวกนี้เอาไว้
[พิเศษเฉพาะโฮสต์เท่านั้น ระบบนี้เป็นระบบขั้นเทพ ทุกการสังหารซอมบี้ของโฮสต์ จะดรอปสิ่งของและทำการเก็บเกี่ยวให้โฮสต์อัตโนมัติ โฮสต์ไม่จำเป็นต้องไปชำแหละซอมบี้เพื่อเอาผลึกแห่งชีวิตแต่อย่างใด]
วันสิ้นโลกมันก็เป็นแค่ชื่อนิยายเท่านั้นแหละ เพราะฉันรู้สึกว่ามันไม่ต่างจากวันธรรมดาเลย
ไอ้พวกคนที่ทำให้ฉันเจ็บปวดในชาติก่อน ชาตินี้พวกแกลำบากแน่ !!
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาจากมโนของไรท์ เพื่อสนองนีทของไรท์ล้วนๆ
ไม่ได้อ้างอิงอะไรทั้งนั้น
สำนวนอาจจะบ่ได้สวยหรูเพราะไรท์ก็มีสำนวนของตัวเองอยู่บ้าง
อาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆคนก็ขอโทษด้วยนะเจ้าคะ
หากไม่สบายที่จะอ่านนิยายเรื่องนี้ ยังมีนิยายเรื่องอื่นให้อ่านเจ้าคะ
จิ้มลิ้งได้เลยค่ะ ♥
https://dekd.co/w/n/2433944
ข้ามาเป็นนางร้ายแต่สกิลเทพกว่านางเอกซะงั้น
https://writer.dek-d.com/nongfahmaread/writer/view.php?id=2285976
สตรีปลูกผักเช่นข้ามิง้อบุรุษ
https://writer.dek-d.com/nongfahmaread/writer/view.php?id=2172116
ข้าจะร่ำรวยกว่าพวกท่านให้ดู
https://dekd.co/w/n/2541205
ข้าเป็นเกษตรกรที่มีระบบติดบัคสุดโกง
ห้ามเผยแพร่หรือดัดแปลงทุกกรณี !!
ฉันย้อนเวลากลับมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เฮือกกกก
เสียงประตูดังขึ้นทำให้คนที่กำลังหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมา ดวงตากลมโตลืมขึ้น
หลัวซูซูดวงตาเบิกกว้าง เกิดความตกใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ มองเห็นเพดานสีขาวสะอาด อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ ของตัวเอง
ทำไมฉันถึงมองเห็น ? นี่ . . . ฉันมองเห็นแล้วจริงๆหรอ
หลัวซูซูอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาดู มือของเธอเรียวเล็ก นี่มันมือของเธอก่อนที่จะต้องถูกตัดอย่างนั้นหรือ หัวใจของหลัวซูซูเต้นแรงเหมือนจะระเบิดออกมา เมื่อเธอลองหยิกเข้าที่แขนของตนเอง ปรากฏว่ามันเจ็บ . . . นี่คือเรื่องจริง!!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“หลัวซูซูอยู่ด้านในหรือไม่ พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป้าด้านล่างบอกว่าเธออยู่ด้านใน ถ้าเช่นนั้นก็พังประตูเข้าไปเลยเถอะ เผื่อเธอมีอันตรายอยู่ในนั้น”
เสียงนอกประตูทำให้หลัวซูซูเบิกตากว้างขึ้นกว่าเดิม ภาพเหตุการณ์ต่างๆ พลันย้อนกลับคืนมา ภาพเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว เธอหนีออกจากบ้านเพราะแม่เลี้ยงขู่ว่าต้องมอบศิษย์การศึกษาให้กับน้องสาว ทั้งเธอยังจะต้องแต่งออกไปให้กับคนตระกูลเซียว เพราะตระกูลหลัวจะได้เงินสินสอดมาส่งน้องสาวร่ำเรียนในมหาวิทยาลัย
ดวงตาของหลัวซูซูเบิกกว้างขึ้นไปอีก ไวกว่าความคิด เธอสูดกลิ่นบริสุทธิ์โดยรอบเต็มปอด นี่มันกลิ่นที่ไม่มีความสะอิดสะเอียน กลิ่นธรรมชาติที่เธอแทบจะเผลอลืมเลือนไปแล้ว
เธอย้อนเวลากลับมา เธอย้อนเวลากลับมาจริงๆ !!!! หากจำไม่ผิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนวันสิ้นโลกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น . . . นี่เธอย้อนมาเวลากลับมาก่อนวันสิ้นโลกถึงหนึ่งเดือน
ตอนนี้เธออยู่ในห้องเช่าราคาถูกที่เธอเช่าเมื่อสามวันก่อน จำได้ว่าคนตระกูลหลัวแจ้งตำรวจจนพวกเขาหาเธอเจอ และยังพาเธอกลับไปที่บ้านตระกูลหลัวเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับชายอ้วนตระกูลเซียวอีกด้วย
หลัวซูซูย้อนเวลากลับมาดวงตาของเธอไม่ได้ไร้เดียงสาเฉกเช่นวันวาน เธอผ่านความตายมาหลายครั้งหลายหน ผ่านความเจ็บปวดในวันสิ้นโลกมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งโดนหักหลัง โดนหลอกใช้ โดนผู้คนเห็นแก่ตัวเอาเปรียบ
ก้มมองร่างกายที่ผอมแห้ง คล้ายกับคนขาดสารอาหารแล้วหลัวซูซูก็ถอนหายใจ
เดินไปยังประตูและเปิดประตูทันที
เบื้องหน้าเป็นตำรวจสามคน และมีคนที่คุ้นหน้าค่าตากับเธอสองคน แม่เลี้ยงม่านต่วชิงและหลัวต่งเหยาผู้เป็นน้องสาวต่างมารดา ทั้งสองทำสีหน้าไม่สบอารมณ์จับจ้องมาที่หลัวซูซู คิดว่าหลัวซูซูจะต้องพูดสิ่งที่พวกนางสองแม่ลูกเอารัดเอาเปรียบและเรียกร้องความสงสารจากตำรวจอย่างแน่นอน
“ฉันรู้แล้ว ออกไปก่อนฉันจะไปเก็บข้าวของแล้วตามพวกคุณกลับบ้านตระกูลหลัว”
หลัวต่งเหยาและมารดาของเธอถึงกับมองหน้ากันด้วยความตกใจ กลิ่นอายแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวนังหลัวซูซูแปลกไป พวกเขาไม่รู้ว่าแปลกไปที่ตรงไหน แต่ว่าปกติแล้วต้องเห็นท่าทางขลาดกลัวของหลัวซูซู แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นกลับกลายเป็นดวงตาเย็นชา ดูปลงกับชีวิต และใบหน้าซีดเผือดท่าทางดูป่วยไม่ผิดเพี้ยน
ตำรวจทั้งสามจับจ้องมาที่เธอด้วยแววตาแปลกใจ เพราะใบหน้าของหลัวซูซูเรียบเฉยจนเกินไป
“แม่หนู เป็นอะไรรึเปล่า” ตำรวจอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
หลัวซูซูตอบเรียบง่าย ยิ้มออกมาน้อยๆ ใบหน้าที่งดงามของหลัวซูซูทำให้ตำรวจคาดเดากันไปต่างๆ นานา คนทั้งสองที่มาแจ้งความบอกว่าเป็นบุตรสาวคนเล็กของพวกเขาที่หนีออกจากบ้านเพื่อหนีตามผู้ชาย แต่ดูแล้วเด็กสาวคนนี้ดูอ่อนแอและมีเรื่องคับข้องใจมากกว่า
สองแม่ลูกถึงกับชะงักไป เหตุใดมันถึงว่าง่ายขนาดนี้ ตอนแรกยังค้านหัวชนฝาและยังแอบหนีออกจากบ้าน วันนี้ต้องละทิ้งความสงสัยไปก่อนเพราะใกล้ถึงกำหนดเวลาที่พวกเขาจะมาเจรจาเรื่องสินสอดแล้ว อย่างไรหลัวซูซูก็ต้องอยู่ที่นั่น
สองแม่ลูกยืนรอภายในห้องเพราะกลัวว่าหลัวซูซูจะคิดไม่ซื่อและแอบหนีไป ในความคิดของพวกเขาทั้งสองคือหลัวซูซูมันทำตัวว่าง่ายในตอนที่ตำรวจอยู่ แต่สุดท้ายแล้วก็หนีไป
“พี่ซูซู พี่ต้องช่วยฉันนะ ฉันอยากเข้าเรียนมหาลัยจริงๆ แต่ต้องใช้เงินจำนวนมาก หากพี่ไม่แต่งกับพี่เซียว ฉันก็คงไม่มีเงินไปเรียนแน่ๆ ฉันจะบอกพี่ว่า ถ้าฉันเรียนจบมีงานทำ ฉันจะเลี้ยงดูแลพี่ไม่ให้พี่ลำบากเลย”
ใบหน้าของหลัวซูซูเฉยชา เธอไม่กล่าวสิ่งใดสักคำ ข้าวของของเธอแทบไม่มีเลยจึงไม่ได้ต้องเวลามากมายในการเก็บ . . และเธอก็ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเฉกเช่นที่ควรจะเป็น
“ไปกันเถอะ กลับบ้านตระกูลหลัว”
หลัวซูซูนึกถึงชาติก่อน เธอหลบหนีออกจากบ้านตระกูลหลัวเพราะหนีงานแต่งกับตระกูลเซียว ออกไปเร่ร่อนหาเช้ากินค่ำทำงานอย่างหนักแทบทุกวัน ได้รู้ว่าตระกูลหลัวร่ำรวยขึ้นทุกวัน อยู่ดีๆ ก็มีเงินใช้ในการส่งหลัวต่งเหยาเรียนทั้งยังกลายเป็นคุณหนูตระกูลหลัวก่อนวันสิ้นโลก
หลัวซูซูมารู้ทีหลังหลังเกิดวันสิ้นโลกได้หนึ่งปี ว่าที่แท้เงินทองเหล่านั้นเป็นของเธอทั้งสิ้น มารดาของเธอก่อนตายได้ซุกซ่อนเครื่องประดับและทองคำเอาไว้จำนวนหนึ่ง ซุกซ่อนโดยการเจาะหนังสือเป็นช่องและยัดทองคำแท่งและเครื่องประดับเอาไว้
หลัวต่งเหยาเข้าไปขว้างปาข้าวของในห้องของหลัวซูซูเพื่อระบายความโกรธที่ทำให้เธอชวดเงินสำหรับร่ำเรียนในสำนักศึกษาเพราะหลบหนีไป สุดท้ายก็ได้พบกับข้าวของที่มารดาของหลัวซูซูทิ้งเอาไว้ให้ สุดท้ายก็มีเงินใช้ เมื่อถึงวันสิ้นโลกก็สามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้ง่ายดายขึ้น
หลัวซูซูนั่งอยู่ภายในรถคันเก่า เห็นสายตาของแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดามองมาอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่สนใจ มองไปด้านนอกหน้าต่างของรถ อย่างไรตอนนี้สิ่งที่เธอจะต้องคิดก็คือการกักตุนอาหารและข้าวของเครื่องใช้ เงินที่ทิ้งไว้ของแม่จะเป็นเงินที่ทำให้เธอได้ตระเตรียมทุกอย่างได้ก่อนจะถึงวันสิ้นโลก
สิ่งที่หลัวซูซูไม่รู้ก็คือ ทั้งสองคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าหลัวซูซูออกจากบ้านไปสามวันไม่รู้ผ่านเหตุการณ์ใดมาถึงได้เป็นเช่นนี้อย่างกับเป็นคนละคน
หลัวซูซูจดจำภาพสถานที่เหล่านี้ในความทรงจำได้ชัดเจน ภาพถนนที่เต็มไปด้วยรถ ภาพบนถนนที่มีแต่ซอมบี้เดินยั้วเยี้ยนับร้อย ภาพผู้คนที่เข่นฆ่ากันเองเพื่ออาหาร และยังภาพต่างๆ ที่แสดงถึงจุดสิ้นสุดของโลกวนมาเป็นฉากๆ
อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะเริ่มต้นวันสิ้นโลก . . . อุณหภูมิทั่วทั้งโลกจะต่ำขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถรับมือกับอากาศหนาวได้ตายไปเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก แต่ทว่าอีกหนึ่งปีถัดมาอากาศจะเปลี่ยนเป็นร้อนจัด คนจะเริ่มล้มตายอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เหลือประชากรไว้เพียง 60 เปอร์เซ็นต์ของโลก
แต่ทว่านั่นแหละคือฝันร้าย เมื่อองค์กรของรัฐบาลประเทศของเธอได้ทำการคิดค้นเซรุ่มที่จะช่วยเหลือให้ผู้คนทนทานต่อสภาวะอากาศ แต่เซรุ่มนั้นจะไม่ได้ผลแต่กลับจะสร้างซอมบี้ขึ้นมา
ซอมบี้เหล่านี้จะไม่ตายและยังพัฒนาตนเองได้อีก นั่นต่างหากคือสุดสิ้นสุดของมนุษยชาติที่แท้จริง มันคือหายนะที่แท้จริง
แต่เซรุ่มนั้นก็จะทำให้เกิดขึ้นของ ผู้ตื่นขึ้น พวกเขาจะมีพลังอำนาจเหนือผู้อื่น มีพลังพิเศษต่างๆ และยังสามารถดูดซับ ผลึกแห่งชีวิต ของเหล่าซอมบี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้อีก
หลัวซูซูนั่งจัดระเบียบความคิดและเรียบเรียงความสำคัญต่างๆ อยู่ภายในรถ ดวงตาเหม่อมองไปด้านนอก โชคดีที่เธอยังมีเวลาให้ตระเตรียมความพร้อมสำหรับวันสิ้นโลกที่จะมาถึงในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ถึงตอนนั้นเธอก็คงมีทุกอย่างพร้อมจะต่อสู้กับสภาวะอากาศและซอมบี้แล้ว
มาแล้วค่ะแม่ ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
คิดถึงพ่อๆแม่ๆที่สุดเลยยยย ♥
วันนี้เปิดเรื่อง ไรท์มา 10 ตอน ทุกๆครึ่ง ชม. เลยน้าาาา
รับประกันความเทพทรูค่ะ ♥
วันสิ้นโลกก็แค่วันธรรมดา
เมื่อถึงบ้านตระกูลหลัว เป็นบ้านขนาดกลางๆมีการตกแต่งที่ไม่แย่ แต่ค่อนข้างจะไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไหร่ ตอนนั้นเป็นแม่ของหลัวซูซูที่เป็นคนสร้างบ้านนี้ขึ้นมา และยังดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ก่อนที่บิดาจะแต่งงานใหม่กับแม่เลี้ยง
หลัวซูซูเพิ่งมารู้ทีหลังว่าจริงๆ ครอบครัวเดิมของแม่ของเธอนั้นร่ำรวย แต่เพราะแม่หลงในถ้อยคำหวานของพ่อจึงได้ถูกตัดขาดจากตระกูลเดิม และแต่งงานกับพ่อ โดยเริ่มสร้างฐานะจากศูนย์
“นังเด็กนี่กลับมาแล้วสินะ เฮอะ เตรียมตัวเร็วเข้าวันนี้ตระกูลเซียวจะเดินทางมาดูตัวเจ้าสาวของเขา”
หลัวซูซูใช้สายตามองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดา . . . ตอนแม่อยู่เขาก็เกาะแม่กิน ตอนนี้พอเงินเริ่มหมดก็ขายลูกสาวเพื่อเงิน ดวงตาของหลัวซูซูแสดงออกมากเกินไปจนผู้เป็นบิดาถึงกับชะงัก รู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดของบุตรสาวคนโตที่แสดงออก
“ทำไมถึงมองพ่อแกด้วยสายตาแบบนั้น นังเด็กนี่มัน . . .”
พ่อของหลัวซูซูยกมือขึ้นหมายจะตบตีบุตรสาวแบบที่เคยทำ เขาไม่ชอบสายตาเช่นนั้น มันคือสายตาดูหมิ่นชัดเจน เขาเคยได้รับสายตานี่มาจากอดีตภรรยาที่ตายไป สายตาของนังเด็กนี่เหมือนกับแม่ของมันไม่มีผิด
“พ่อ อย่าทำพี่สาวเลย ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวพี่สาวจะเป็นแผลเอาได้” หลัวต่งเหยารีบเข้ามาห้ามพ่อของเธอ ภายในใจเกิดความไม่สบายใจสายหนึ่ง พี่สาวกลับมาคราวนี้ท่าทางแปลกไปชัดเจน ทั้งพูดน้อย ทั้งไม่ร้องห่มร้องไห้ ทำให้เธอเดาใจไม่ออก อยากจะรีบให้พี่สาวคนนี้แต่งให้กับคุณชายเซียวใจจะขาดจะได้ไปจากบ้านหลังนี้
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลัวซูซูไม่ได้พูดสักคำ ดวงตาของก็เฉยชา กลับเข้าห้องของตัวเองแล้วปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนา เธอมองดูห้องของตัวเองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
น้ำตาที่ไม่ไหลมาตลอดหลายปีกำลังก่อที่ขอบดวงตา ห้องนี้ห้องของเธอจริงๆ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ยังเป็นแบบเดิม
หลัวซูซูปาดน้ำตาแล้วจับจ้องไปที่ชั้นหนังสือ เธอจัดการดูค่อยๆ ตรวจสอบหนังสือทีละเล่ม ทีละเล่ม จนพบเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูหนาและเก่า หลัวซูซูเปิดหนังสือออก แสงเจิดจ้าก็ทำให้เธอต้องหลับตาลงครั้งหนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมา
[ระบบวันสิ้นโลกก็แค่วันธรรมดา เริ่มทำการติดตั้ง]
[ขอให้โฮสต์นอนราบไปกับเตียงนอนของโฮสต์และห้ามขยับเขยื้อน]
ดวงตาของหลัวซูซูเบิกกว้าง เธอมองเห็นหน้าต่างโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้น ลองขยับมือไปปัดหน้าต่างนี้ก็ไม่สามารถปัดไปได้ นี่เป็นระบบอะไรกัน เธอไม่เคยเห็นหรือพบเจอมาก่อน ชาติที่แล้วก็ไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน เธอจึงลองไปนอนบนเตียงนอนของเธอและนอนหงายราบไปกับเตียงตามที่ระบบได้สั่งการ
[ระบบเริ่มทำการแสกนร่างกายของโฮสต์ นับถอยหลัง 5 4 3 2 1]
หลัวซูซูรู้สึกร่างกายหนักอึ้งจนแทบขยับตัวไม่ได้ เธอไม่ได้ต่อต้าน เธอเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มรู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังเริ่มเบาขึ้นเรื่อยๆ
[ติ๊ง แสกนร่างกายเสร็จสมบูรณ์]
หลัวซูซู
LEVEL : 1 (0/50)
ทักษะ : -
ทักษะโกง : ช่องเก็บของอนันต์
[ติ๊ง โฮสต์ได้รับรางวัลติดตั้งระบบ ช่องเก็บของอนันต์]
คำอธิบาย : ช่องเก็บของอนันต์ - สิ่งจำเป็นที่สุดในวันสิ้นโลก สามารถเก็บของได้ไม่จำกัด ทั้งยังสามารถแยกสิ่งของออกเป็นอย่างๆ ทับซ้อนกันได้สูงสุด 999 ชั้น
วิธีใช้ - เพียงแค่แตะไปยังสิ่งของที่โฮสต์ต้องการจะเก็บแล้วตั้งจิตให้มั่นว่าเก็บ หากต้องการจะนำของออกมาก็ทำเช่นเดียวกัน คิดถึงสิ่งของนั้นๆ แล้วตั้งมั่นว่านำออก
หลัวซูซูอดไม่ได้ที่จะมือสั่นขึ้นมา ใช้มือลองเก็บหมอนที่อยู่บนหัวของตัวเอง หมอนหายวับไปกับตา แต่ทว่าปรากฏเป็นหน้าต่างโปร่งแสงที่เป็นช่อง มีรูปหมอนของเธออยู่ในช่องช่องหนึ่ง และคำอธิบายเมื่อเธอกำลังมองดูอยู่
[หมอนเน่า - หมอนของหลัวซูซูที่เต็มไปด้วยน้ำลาย]
หลัวซูซูอดไม่ได้ที่จะชะงัก คำอธิบายนี้มันอะไรกัน เธอไม่ได้นอนน้ำลายไหลซะหน่อย คิดเช่นนั้นก็สำรวจช่องเก็บของอีกรอบ ช่องทั่วไปที่เธอเก็บของเป็นช่องสีเขียว แต่ด้านล่างสุดกลับมีช่องแปลกๆ เป็นช่องสีแดง ทำให้หลัวซูซูแปลกใจ ลองอ่านคำอธิบาย
[ช่องเก็บของอนันต์ - จะทำการปลดล็อกเมื่อท่านเริ่มกักตุนข้าวของในปริมาณที่ช่องเก็บของกำหนด]
[คุณสมบัติ - เมื่อท่านปลดล็อกแต่ละช่องแล้ว สามารถใช้ของหนึ่งชิ้นเข้าไปภายในช่องเก็บของอนันต์ ของชิ้นนั้นจะสามารถใช้ไม่มีวันหมด ทับซ้อน 999 ตลอดเวลา]
เพี๊ยะ!
หลัวซูซูยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองหนึ่งครั้งเพื่อเป็นการย้ำเตือนว่านี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? มันเจ็บ เจ็บจริงๆ นี่ไม่ใช่ความฝัน ช่องเก็บของนี่จะเป็นประโยชน์ต่อเธอในวันสิ้นโลกมากแน่นอน
หลัวซูซูเป็นคนยอมรับทุกอย่างได้รวดเร็ว เพราะเคยผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในวันสิ้นโลกแล้ว เรื่องของวิเศษก็มีให้เห็นจากชาติก่อนมาแล้ว เธอยกยิ้มอย่างมีความสุขแล้วจึงเริ่มหาของที่แม่ของเธอเก็บเอาไว้
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็พบหนังสือนวนิยายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกอยู่นับสิบเล่ม เมื่อเปิดออกมาก็เป็นทองคำแท่ง อัญมณี แม้แต่โฉนดที่ดินยังมี นี่แม่ของเธอเก็บของทุกอย่างนี่ให้เธอ แต่ทว่าในชาติก่อนกลับไม่ได้ใช้มันแม้แต่แดงเดียว
หลัวซูซูเก็บทั้งหมดเข้าไปช่องเก็บของ ไม่หลงเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว เธอจะนำพวกมันไปขายทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนพวกมันเป็นเงิน มาซื้ออาหารและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันสิ้นโลกที่กำลังจะมาถึง
ตอนนี้ระบบช่องเก็บของอนันต์ยังไม่ปลดล็อก ไม่อย่างนั้นจะต้องรวยเละเทะอย่างแน่นอน
หลัวซูซูอารมณ์ดีเดินออกมาจากห้องพร้อมกับใส่เสื้อผ้าตัวเดิมของตนเอง เดินไปอย่างไร้อารมณ์
“นั่นแกจะไปไหนน่ะ เดี๋ยวหกโมงเย็นตระกูลเซียวจะมาแล้วนะ แกไปไหนไม่ได้”
“เดี๋ยวหนูจะกลับมาก่อนหกโมงเย็นค่ะ ไม่ต้องห่วง หนูจะไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว”
“แกเอาเงินมาจากไหน จำได้ว่าฉันยังไม่ทันได้ให้เงินรายเดือนกับแกเลยนิ” แม่เลี้ยงพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหลัวซูซูด้วยความสงสัย คล้ายกับคิดว่ากลัวว่าหลัวซูซูจะแอบเอาของให้บ้านออกไปยังไงอย่างงั้น
“ฉันไปทำงานพาร์ตไทม์อยู่ร้านสะดวกซื้อสองวัน ฉันก็มีเงินของฉัน ป้ายังไม่ได้ให้เงินรายเดือนกับฉันก็เอาออกมาเถอะค่ะ ฉันจะได้ไปซื้อของของฉัน”
“ไม่มี เดือนนี้พ่อแกก็ไม่ได้ไปทำงาน ฉันก็ป่วย น้องแกก็ใกล้จะเข้ารั้วมหาวิทยาลัยแล้ว แกก็ใช้เงินที่แกหามาไปก่อนแล้วกัน”
“…”
สายตาของหลัวซูซูแสดงออกถึงความเอือมระอา เธอไม่พูดสิ่งใดต่อ สวมใส่รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ขาดๆ พร้อมกับออกจากบ้านไป
“แม่ หลัวซูซูจะกลับมาจริงหรอ ไม่ใช่ว่าจะใช้โอกาสนี้หนีไปหรอกนะ”
“เธอไม่เอาอะไรไป ไม่น่าจะหนีได้หรอก ต่อให้หนีไปได้เราก็ลากคอเธอกลับมาได้เช่นกัน เธอยังอายุไม่ถึง 20 ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ พ่อแม่มีสิทธิ์เต็มที่”
ดวงตาของหลัวต่งเหยาเป็นกังวล สังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้ เธอเดินหายกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ตั้งใจจะแต่งหน้าแต่ตัวให้น่าเกลียดที่สุด เพราะกลัวว่าคุณชายเซียวผู้นั้นจะต้องตาเธอเข้า
หลัวซูซูไปยังร้านขายทอง โชคดีที่ทองแท่งของแม่มีใบรับประกันและยังมีที่มาที่ไปชัดเจน เด็กอย่างหลัวซูซูไปขายก็ไม่ได้ถูกเอาเปรียบแต่อย่างใด เธอจัดการขายทุกอย่างที่ได้รับมา ทองคำ อัญมณีและเครื่องประดับต่างๆ จนได้เงินมาถึงเกือบหนึ่งแสนหยวน แม้แต่โฉนดที่ดินยังขายเกลี้ยง
เงินทั้งหมดถูกเก็บไว้ในช่องเก็บของ
หลัวซูซูตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อและซื้อพวกอาหารและน้ำดื่มเข้าไปกักตุนจำนวนมาก น้ำเป็นแพคๆ แพคละเก้าขวดเองก็ถูกซื้อไม่มาก หลัวซูซูเลือกอาหารสำเร็จรูป และยังมีพวกอาหารกระป๋องจำนวนมาก เธอเองไม่สนใจว่าคนจะมองยังไง เพราะว่าของเหล่านี้จะทำให้เธออยู่รอดในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน
หลายคนมองเด็กสาวที่เข้ามาซื้อก็แปลกใจ สภาพของเธอเองก็ไม่เหมือนคนใช้บ้านเศรษฐีซะหน่อย แต่ทำไมถึงเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่มาซื้อของมากมายเช่นนี้คนเดียว
“พี่คะ เอาไปวางกองรวมกันข้างร้านก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้คนมายกไปเองค่ะ”
หลัวซูซูจ่ายเงินออกไปเหมือนน้ำ พนักงานพวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่เอาข้าวของไปกองรวมกันในตรอกข้างๆ ร้านสะดวกซื้อของตัวเองเท่านั้น
ลับตาคนหลัวซูซูก็มองไปโดยรอบ เมื่อไม่มีใครอยู่ก็เก็บของทั้งหมดเข้าช่องเก็บของทันที ช่องเก็บของของเธอจึงมีทั้งอาหารและน้ำดื่มอยู่มาก
[เก็บของเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อปลดล็อกช่องเก็บของอนันต์หนึ่งช่อง]
ฝากกดติดตามให้ไรท์ด้วยนะค้าาา
คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ♥ !!!
ซัพพอร์ตนักเขียนคนนี้หน่อยได้ไหมค๊าาาาาา ♥
เริ่มเตรียมตัว
หลัวซูซูตัดสินใจไปซื้อเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าผ้ากันหนาวที่ใช้สำหรับอากาศหนาวและอากาศร้อน . . .
เพราะอากาศที่หนาวขึ้นฉับพลันทำให้เสื้อผ้าและอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นราคาแพงขึ้นถึง 10 เท่า นานวันเข้าก็สูงขึ้นถึง 20 เท่าและสูงขึ้นเรื่อยๆ หลัวซูซูในชาติก่อนต้องทนหนาวอยู่ภายในห้องเล็กๆ ฝ่าอากาศหนาวออกไปภายนอกหาซื้ออาหารได้เพียงขนมปังแห้งแข็งๆ เพราะเธอไม่มีเงิน
สุดท้ายมีคนสงสารก็ได้มอบผ้าพันคอเก่าๆ และถุงมือเก่าๆ ให้เธอ พร้อมกับขนมปังแห้งๆ อีกหนึ่งชิ้น
คนคนนั้นก็คือไอ้บัดซบแซ่เจียง เจียงมู่หลง ชายที่ทำให้เธอซาบซึ้งจนยอมทำทุกอย่างใด ยอมเป็นโล่ ยอมเป็นคนชั่วเพื่อให้เขาได้สบาย . . . เพียงเพราะเขาให้ผ้าพันคอและถุงมือให้เธอไม่คลายหนาวเท่านั้นและคอยทำเป็นมีใจให้กับเธอ
ตอนนั้นเธอเข้าใจว่ามันเป็นความรัก เป็นความห่วงใย แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวความสงสารเล็กน้อยที่หลอกเธอให้กลายเป็นคนโง่เท่านั้น
เธอเข้าร้านเครื่องนุ่งห่ม ซื้อเสื้อกันหนาวหนาๆ ผ้าพันคอและหมวกหนาๆ สำหรับอุณหภูมิติดลบ 10 องศามาหลายชุด และยังซื้อผ้าห่ม และยังซื้อเครื่องทำความร้อนที่จะสามารถใช้ได้ในวันสิ้นโลก
“ฉันจะต้องหาซื้อบ้านสักหลัง ต้องปลอดภัยและอยู่นอกเมือง เพื่อจะได้หาซื้อโซล่าเซลล์ให้เร็วที่สุด ถ้าไม่อย่างงั้นวันสิ้นโลกมาถึงแล้วโซล่าเซลล์จะราคาสูงกว่านี้หลายสิบเท่า และยังจะหาซื้อยากเป็นอย่างมาก”
รีบซื้อและให้พนักงานของร้านทำแบบเดิม นำไปรวมกันไว้ข้างร้าน . . . เธอรีบเก็บเข้าไปในช่องเก็บของและรีบเดินทางไปยังที่ซื้อขายที่ดิน
หลัวซูซูมองหาที่ดินพร้อมบ้านราคาถูก เธอไม่สนใจว่าบ้านหลังที่เลือกจะมีความเป็นมาเช่นไร ตอนนี้เธอต้องหาเลือกที่บ้านที่รั้วรอบขอบชิดดูแน่นหนา และต้องเป็นบ้านที่สามารถต่อเติมได้ และต้องเป็นบริเวณสถานที่ที่เธอเล็งเอาไว้เท่านั้น
“แม่หนู หลังนี้เป็นยังไงบ้าง”
“หนูอยากได้บ้านที่รั้วรอบขอบชิด รั้วหนาๆ หน่อยค่ะ”
“ถ้างั้นก็เหลือสามหลังนี้ พ่อแม่หนูไปไหน ทำไมปล่อยเด็กสาวอย่างเธอมาหาซื้อบ้านล่ะ”
“แม่หนูตายแล้วค่ะ” หลัวซูซูทำหน้าเศร้าจนทำให้เจ้าหน้าที่ขายที่ดินเห็นใจมากจริงๆ เขาตั้งใจเลือกที่ดินให้เธออย่างขยันขันแข็ง
สุดท้ายหลัวซูซูก็เลือกที่ดินพร้อมบ้านที่หนึ่ง เป็นบ้านปูน กำแพงสูงถึงสองเมตร ดูแล้วแข็งแรงมาก บ้านหลังนี้ขายในราคาถูกกว่าบ้านหลังอื่นเพราะมีประวัติไม่ดีนัก คนในบ้านฆ่าตัวตายกันยกครอบครัว ทำให้บ้านหลังนี้ไม่มีใครกล้ามาอยู่ ไม่มีใครกล้าซื้อแม้จะราคาถูกกว่าปกติเพียงใด
แต่คนที่ผ่านความตายและผ่านโลกที่โหดร้าย ซากศพเต็มท้องถนน และกลิ่นเหม็นเน่าทุกหย่อมหญ้า จะหวาดกลัวทำไมกับเพียงแค่บ้านที่มีคนตาย?
อีกอย่างหลัวซูซูจดจำได้ นี่คือหมู่บ้านแห่งความรัก . . . แต่หลังจากวันสิ้นโลกหมู่บ้านแห่งความรักก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านแห่งความตาย โดยรอบบริเวณนี้จะมีผู้คนเข้ามาจัดการซอมบี้ไม่พักจนกลายเป็นที่กบดานของผู้รอดชีวิตสุดท้ายถูกจัดตั้งเป็น ฐานที่มั่นของผู้รอดชีวิตที่ 1
หลัวซูซูตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะไปดูบ้านและซื้อโซล่าเซลล์ไปติดตั้ง หากช้ากว่านี้กลัวว่าจะไม่ทันการณ์อีกทั้งจะปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับวันสิ้นโลกอีกด้วย
ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ โทรศัพท์รุ่นเก่าของเธอก็ดังขึ้น เธอมองไปที่หมายเลขปลายสายแล้วถอนหายใจออกมาหนักหน่วง พร้อมกับกดรับสาย
“แกจะมาได้หรือยัง ใกล้เวลาที่คุณชายเซียวจะมาแล้วนะ แกจะกลับบ้านมาดีๆ หรือจะให้ฉันลากตัวแกกลับมา กลับมาเดี๋ยวนี้!!”
เสียงตะโกนของผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อดังออกมาจากโทรศัพท์ ดวงตาของหลัวซูซูกลอกตามองบน เธอไม่จำเป็นต้องกลับไปบ้านหลังนั้นอีกแล้ว ตอนนี้เธอได้ทรัพย์สินของผู้เป็นแม่ครบแล้ว และข้าวของของเธอก็ถูกเก็บเข้าช่องเก็บของหมดบ้านแล้ว
“ให้ฉันกลับไปแต่งงานกับไออ้วนนั่นเพื่อลูกของคุณ ฉันไม่กลับไปให้โง่หรอก ให้ลูกของคุณแต่งสิ จะได้มีเงินใช้ มีเงินไปร่ำเรียน”
หลัวซูซูตอบกลับน้ำเสียงแตกต่างไปจากเดิม ไม่มีความเสียใจ ไม่ฟูมฟาย มีแต่น้ำเสียงเยาะเย้ยเท่านั้น
“นังเด็กสารเลว อกตัญญู จะให้ต่งเหยาไปแต่งกับคุณชายเซียวได้ยังไง ต่งเหยาร่ำเรียนได้ดี ไปร่ำเรียนในวิทยาลัยย่อมดีกว่า แกควรสนับสนุนน้องแก ต่อไปน้องแกจะกตัญญูต่อแกแน่นอน”
“ฮ่าๆ คุณตาบอดหรอ ไม่เห็นหรอว่าที่ผ่านมาเด็กนั่นมันรังแกฉันขนาดไหน น้องอย่างงั้นหรือ ชีวิตใครก็จัดการกันเอาเอง ฉันจะไม่ยอมเอาชีวิตตัวเองอุทิศเพื่อคนอื่นอย่างแน่นอน และไม่ต้องคิดจะตามหาฉัน เพราะฉันจะหนีจากคุณ หนีตลอดไป ฉันไม่ต้องการคุณ แค่นี้แหละ”
หลัวซูซูกดตัดสายโทรศัพท์ เธอแกะโทรศัพท์และหักซิมโยนทิ้งในทันที สุดท้ายก็ตัดสินใจจะไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง พรุ่งนี้เธอถึงจะเดินทางไปยังบ้านที่เธอเพิ่งจะซื้อ
บ้านตระกูลหลัวตอนนี้เคร่งเครียดเป็นอย่างมาก ดวงตาแต่ละคนมีแต่ความกังวลชัดเจน มีเพียงผู้เป็นบิดาเท่านั้นที่มีแต่ความโมโห
“ฉันคิดเอาไว้แล้วว่ามันออกไปครั้งนี้ไม่ธรรมดา”
“ใครจะไปคิดล่ะคะคุณ เห็นมันไม่ได้เอาอะไรออกไปเลย น่าจะไปซื้อของร้านสะดวกซื้อแบบทุกที”
“แล้วทีนี้จะทำยังไงดี เดี๋ยวคุณชายเซียวก็มาแล้ว แย่แล้ว หรือเราจะชวดเงินก้อนนี้ไปจริงๆ หากชวดไปแล้วจะทำยังไงล่ะ”
“ต่งเหยา ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลูกก็แต่งเข้าตระกูลเซียวดีไหม จะได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ช่วงนี้งานของพ่อชะงักไป แม่ก็ไม่ได้มีรายได้ขนาดนั้น คุณชายเซียวจะต้องถนอมลูกอย่างแน่นอน"
“หนูไม่แต่ง ยังไงหนูก็ไม่แต่ง เขาทั้งอ้วนทั้งเตี้ย มีเมียสองสามคน ยังไงหนูก็ไม่แต่งกับคนขี้เหร่นั่นหรอก ไม่งั้นหนูจะเข้าเรียนวิทยาลัยได้ยังไงล่ะ”
“นั่นน่ะสิ หากลูกแต่งงานก็เข้ามหาลัยไม่ได้น่ะสิ”
สองสามีภรรยาถึงกับขมวดคิ้วแน่น สุดท้ายจึงตัดสินใจโทรไปหาคุณชายเซียวขอยกเลิกนัดทานอาหารให้วันนี้ อ้างเหตุผลว่าลูกสาวของเขาท้องเสียกะทันหัน และต้องเข้าโรงพยาบาล คุณชายเซียวก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร ได้แต่แสดงความห่วงใยมาเท่านั้น
“เราจะต้องลากตัวนังซูซูนั่นกลับมาให้ได้นะคะ ไม่งั้นหนูจะเอาเงินที่ไหนมาเรียนวิทยาลัยล่ะ”
“ตกลง ถ้าอย่างงั้นก็ไปสถานีตำรวจอีกรอบเถอะ รอบนี้หากมันกลับมาแม่จะขังมันเอาไว้ในห้องไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอย่างแน่นอน”
หลัวต่งเหยาพยักหน้าให้กับผู้เป็นมารดา นังนั่นมันไร้ประโยชน์ ใบหน้าก็ไม่ได้งดงามสะสวยมาก แค่ดีที่แม่ของมันพอจะรวยอยู่บ้าง พ่อถึงได้เลี้ยงมันเอาไว้ เอามันไว้ต่อรองกับบ้านเดิมของแม่มัน แต่ตอนนี้พวกเขาคล้ายกับตัดทุกช่องทางต่อรองจากบ้านตระกูลหลัวทำให้พ่อไม่คิดจะเก็บนังหลัวซูซูเอาไว้ จะให้มันแต่งเพื่อหาเงินแทน
หลัวซูซูรู้อยู่แล้วว่าบ้านหลัวต้องการจะทำอะไรหากเธอคิดก่อกบฏในบ้านเช่นนี้ แต่เธอไม่ได้สนใจขนาดนั้น สิ่งที่เธอสนใจในตอนนี้คือการตุนเสบียง ตุนข้าวสารอาหารแห้งในวันสิ้นโลกเท่านั้น ช่วงเวลาสองปีก่อนที่จะเกิดการพัฒนาของซอมบี้จะเป็นช่วงที่ใช้ชีวิตยากที่สุด
คนทั่วไปจะไม่คิดว่ามันจะยาวนานถึงเพียงนี้ แต่หลัวซูซูรู้ว่าช่วงเวลาที่อากาศแปรเปลี่ยนไปมันทรมานที่สุด ผู้คนไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ ได้แต่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่านั้น
แต่ว่ารัฐบาลไหนจะช่วยเหลือได้ทั่วถึงเพียงนั้น พวกเขาเลือกช่วยแต่กลุ่มพนักงานของรัฐ และพวกที่มีฐานะก่อนเสมอ คนที่มีระดับรากหญ้าตั้งแต่ชนชั้นกลางถึงชนชั้นล่าง กว่าจะได้รับการช่วยเหลือก็ตายไปกว่าครึ่งแล้ว และการช่วยเหลือของพวกเขาเพียงแค่ให้อาหารแห้งและเครื่องนุ่งห่มเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้พอให้อุ่นขึ้นมาด้วยซ้ำ
“เอาล่ะ ฉันจะต้องไปจัดการเรื่องโซล่าเซลล์ ยังไงช่วงเวลาสองปีแรกยังไม่มีซอมบี้ ก็คงจะต้องใช้ชีวิตภายในบ้านเพื่อทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”
รักกกกกกกก
♥