รู้จักระบบ CARE ปฏิรูป "บำนาญประกันสังคม" เป็นธรรมและยั่งยืน
ระบบ CARE หรือ Career Average Revalued Earnings เป็นระบบการคำนวณเงินบำนาญชราภาพที่บอร์ดประกันสังคมของประเทศไทยกำลังพิจารณาและผลักดันให้มีการปรับใช้ แทนระบบเดิมที่เรียกว่า Final Average Earnings (FAE) ซึ่งใช้เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณเป็นฐานคำนวณ
ระบบ CARE ถูกนำมาใช้ในหลายประเทศที่มีระบบบำนาญที่พัฒนาแล้ว เช่น เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร โดยเน้นการคำนวณเงินบำนาญจากรายได้เฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานทั้งหมด แทนการใช้เฉพาะช่วงท้ายของชีวิตการทำงาน
ในประเทศไทย การปฏิรูประบบบำนาญนี้เริ่มถูกหยิบยกขึ้นมาหลังจากผู้ประกันตนเรียกร้องมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากระบบ FAE เดิมถูกมองว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ที่มีรายได้สูงในช่วงต้นหรือกลางชีวิตการทำงาน แต่ลดลงในช่วงท้าย หรือผู้ที่เปลี่ยนสถานะจากมาตรา 33 ไปเป็นมาตรา 39 ซึ่งมีฐานเงินสมทบต่ำกว่า
จุดเด่นของระบบ CARE
- เป็นธรรม คำนวณจากรายได้ทั้งหมดตลอดอายุการทำงาน ทำให้สะท้อนความสามารถในการ稼เงินของผู้ประกันตนได้ดีกว่า
- ยั่งยืน ช่วยลดภาระกองทุนประกันสังคมในระยะยาว โดยกระจายการคำนวณให้สมดุล ไม่เน้นที่เงินเดือนสูงสุดช่วงท้าย
- ครอบคลุมทุกกลุ่ม ปรับให้เหมาะกับผู้ประกันตนทุกมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 39 ที่เดิมถูกจำกัดฐานเงินสมทบที่ 4,800 บาท ซึ่งอาจได้บำนาญน้อยเกินไป
ข้อจำกัดของระบบ CARE
- ผู้ที่มีเงินเดือนสูงช่วงท้ายอาจได้บำนาญน้อยกว่าระบบเดิม
- ต้องใช้ระบบฐานข้อมูลที่แม่นยำเพื่อติดตามรายได้ทั้งชีวิต
ความแตกต่างระหว่าง FAE และ CARE
สูตรเดิม FAE : คำนวณบำนาญจากร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (สูงสุด 15,000 บาท) และเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก ๆ 12 เดือนที่เกินจาก 180 เดือน
สูตรใหม่ CARE : คำนวณบำนาญจากรายได้เฉลี่ยตลอดอายุการทำงานของผู้ประกันตน ซึ่งจะสะท้อนรายได้ที่แท้จริงของผู้ประกันตนมากขึ้น
ตัวอย่างการคำนวณบำนาญสูตร CARE ผู้ประกันตน ม.33
- นายชลธีมีประวัติการทำงานดังนี้
ปีที่ 1-10 : เงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท
ปีที่ 11-20 : เงินเดือนเฉลี่ย 20,000 บาท
ปีที่ 21-30 : เงินเดือนเฉลี่ย 30,000 บาท
- ขั้นตอนการคำนวณ
คำนวณรายได้รวมตลอดอายุการทำงาน
10 ปีแรก : 10,000 บาท x 12 เดือน x 10 ปี = 1,200,000 บาท
10 ปีถัดมา : 20,000 บาท x 12 เดือน x 10 ปี = 2,400,000 บาท
10 ปีสุดท้าย : 30,000 บาท x 12 เดือน x 10 ปี = 3,600,000 บาท
รวมรายได้ทั้งหมด : 1,200,000 + 2,400,000 + 3,600,000 = 7,200,000 บาท
- คำนวณรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตลอดอายุการทำงาน
7,200,000 บาท ÷ 360 เดือน (30 ปี) = 20,000 บาท/เดือน
- คำนวณอัตราบำนาญ
20% สำหรับ 180 เดือนแรก (15 ปี) = 20%
1.5% ต่อปีสำหรับปีที่เกินจาก 15 ปีแรก (30 ปี - 15 ปี) x 1.5% = 22.5%
รวมอัตราบำนาญ : 20% + 22.5% =42.5%
- คำนวณจำนวนเงินบำนาญต่อเดือน
20,000 บาท x 42.5% = 8,500 บาท/เดือน
ดังนั้น นายชลธีจะได้รับบำนาญชราภาพ เดือนละ 8,500 บาทตลอดชีวิต
ตัวอย่างการคำนวณบำนาญสูตร CARE สำหรับผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39
- นายอำนาจมีประวัติการทำงานดังนี้
มาตรา 33 : ทำงานในบริษัทเอกชนเป็นเวลา 20 ปี โดยมีเงินเดือนเฉลี่ยดังนี้ :
- ปีที่ 1-10 : เงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท
- ปีที่ 11-20: เงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท
มาตรา 39 : หลังจากลาออกจากงาน นายอำนาจสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 และ ส่งเงินสมทบต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี โดยฐานเงินเดือนสำหรับการคำนวณคือ 7,200 บาท (ฐานใหม่)
- ขั้นตอนการคำนวณ
คำนวณรายได้รวมตลอดอายุการทำงาน
มาตรา 33 :
10 ปีแรก: 10,000 บาท x 12 เดือน x 10 ปี = 1,200,000 บาท
10 ปีถัดมา: 15,000 บาท x 12 เดือน x 10 ปี = 1,800,000 บาท
รวมรายได้มาตรา 33: 1,200,000 + 1,800,000 = 3,000,000 บาท
มาตรา 39 :
ฐานเงินเดือน 7,200 บาท x 12 เดือน x 10 ปี = 864,000 บาท
รวมรายได้ทั้งหมด (ม.33 + ม.39) : 3,000,000 + 864,000 = 3,864,000 บาท
- คำนวณรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตลอดอายุการทำงาน
3,864,000 บาท ÷ 360 เดือน (30 ปี) = 10,733.33 บาท/เดือน
- คำนวณอัตราบำนาญ
20% สำหรับ 180 เดือนแรก = 20%
1.5% ต่อปีสำหรับปีที่เกินจาก 15 ปีแรก : (30 ปี - 15 ปี) x 1.5% = 22.5%
รวมอัตราบำนาญ : 20% + 22.5% = 42.5%
- คำนวณจำนวนเงินบำนาญต่อเดือน
10,733.33 บาท x 42.5% = 4,561.67 บาท/เดือน
ดังนั้น นายอำนาจจะได้รับบำนาญชราภาพ เดือนละประมาณ 4,561.67 บาทตลอดชีวิต
อ่านข่าว :