โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘ทำงาน 8 ชั่วโมง’ สิทธิแรงงานที่แลกมาด้วยคราบเลือดและชีวิตที่ ‘เฮย์มาร์เก็ต’

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

ในประวัติศาสตร์ของสิทธิแรงงาน ไม่มีสิทธิไหนที่ได้มาโดยปราศจากการลุกขึ้นสู้ของตัวแรงงานเอง ไม่ว่าจะเรื่องสภาพการจ้างงาน ความปลอดภัยในการทำงาน เรื่องค่าแรงเท่าเทียมระหว่างแรงงานชายและหญิง สิทธิการลาคลอดและลาเลี้ยงบุตร รวมไปถึง สิ่งที่จะทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ที่เราเห็นเป็นเรื่องปกติในทุกวันนี้ ก็เป็นเรื่องที่แรงงานเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ใช้ชีวิตเข้าแลกเพื่อเรียกร้องมาเช่นเดียวกัน และการเรียกร้องเรื่องเวลาทำงานนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของการนับเอาวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันแรงงานสากล

ชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง: การนัดหยุดงานครั้งใหญ่และการชุมนุมอย่างสันติ

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สภาพการทำงานในสหรัฐอเมริกานั้นเลวร้ายเกินทน คนงานต้องเผชิญกับการทำงานหนักเกินกำลัง ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานถึง 10-12 ชั่วโมงต่อวัน ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ได้หยุดงานเพียงวันเดียวคือวันอาทิตย์ ค่าแรงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดความไม่พอใจและการรวมตัวของขบวนการแรงงานเพื่อเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน หนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญคือการจำกัดชั่วโมงการทำงานให้เหลือเพียง 8 ชั่วโมงต่อวัน

ในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1886 ขบวนการแรงงานทั่วสหรัฐอเมริกาได้นัดหยุดงานครั้งใหญ่ เพื่อกดดันให้นายจ้างและรัฐบาลตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว หัวหอกของการนัดหยุดงานนี้คือ องค์กร The International Working People’s Association (IWPA) องค์กรแรงงานในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ที่มีคนงานหลายหมื่นเข้าร่วมการประท้วง การนัดหยุดงานครั้งนี้มีข้อเรียกร้องหลักคือให้แบ่งเวลาใน 1 วันเป็น 3 ช่วง เรียกว่าระบบ 8-8-8 กล่าวคือ ทำงาน 8 ชั่วโมง เอาเวลาไปทำกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ 8 ชั่วโมง และนอนหลับพักผ่อน 8 ชั่วโมง

เสียงระเบิดที่เปลี่ยนทุกสิ่ง: ความรุนแรงและการปราบปราม

การชุมนุมดำเนินมาอย่างสันติ แต่ในวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ.1886 เกิดเหตุตำรวจยิงใส่กลุ่มผู้ประท้วงที่โรงงานแมคคอร์มิค ฮาร์เวสเตอร์ และเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้มีแรงงาน 2 คนเสียชีวิต

เช้าวันรุ่งขึ้น 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1886 กลุ่มแรงงานได้จัดการชุมนุมอีกครั้งที่จัตุรัสเฮย์มาร์เก็ต เพื่อประท้วงการกระทำของตำรวจที่โรงงานแมคคอร์มิค ฮาร์เวสเตอร์ การชุมนุมดำเนินไปอย่างสงบในช่วงแรก แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีผู้ขว้างระเบิดใส่กลุ่มตำรวจที่กำลังเข้ามาสลายการชุมนุม แรงระเบิดส่งผลให้มีตำรวจเสียชีวิต 7 นาย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ซึ่งฝั่งตำรวจได้โต้ตอบด้วยการใช้กระสุนจริง สุดท้ายมีรายงานว่านอกจากฝั่งเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตแล้ว ยังมีพลเรือนเสียชีวิตอีกราว 4-8 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบราย

เหตุการณ์ระเบิดที่เฮย์มาร์เก็ตได้พลิกสถานการณ์จากการเรียกร้องสิทธิแรงงานอย่างสันติ กลายเป็นการปราบปรามอย่างรุนแรงต่อขบวนการแรงงาน รัฐบาลและนายจ้างใช้โอกาสนี้ในการกล่าวหาว่าขบวนการแรงงานเป็นพวกอนาธิปไตยและก่อความไม่สงบ มีการจับกุมผู้นำแรงงานและนักเคลื่อนไหวหลายสิบคน โดยปราศจากหลักฐานที่ชัดเจน

การพิจารณาคดีที่เต็มไปด้วยข้อกังขา: ความอยุติธรรมและการเสียสละ

การพิจารณาคดีผู้นำแรงงาน 8 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการวางระเบิด เต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากลและอคติ ผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดระเบิด และไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงพวกเขาโดยตรงกับการกระทำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสความหวาดกลัวและความต้องการที่จะปราบปรามขบวนการแรงงาน ศาลได้ตัดสินประหารชีวิต 7 ผู้นำแรงงาน 7 คน และให้จำคุกอีกคนที่เหลือ

แม้จะมีการประท้วงและการเรียกร้องความยุติธรรมจากทั่วโลก แต่ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1887 ผู้นำแรงงาน 4 คน ได้แก่ อัลเบิร์ต พาร์สันส์ (Albert Parsons), ออกัสต์ สไปส์ (August Spies), อดอล์ฟ ฟิสเชอร์ (Adolph Fischer) และ จอร์จ เองเจิล (George Engel) ได้ถูกประหารชีวิตอย่างอยุติธรรม และหลุยส์ ลิงก์(Louis Lingg) จบชีวิตตัวเองในเรือนจำการเสียสละชีวิตของพวกเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานและความยุติธรรมทางสังคม

สำหรับอีก 3 คนคือ ไมเคิล ชวาบ(Michael Schwab), ออสการ์ นีบ(Oscar Neebe), และซามูเอล ฟีลเด็น(Samuel Fielden) ในปี 1893 ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ จอห์น ปีเตอร์ อัลท์เกลด์ ได้รับคำร้องจากทนายความแคลเรนซ์ ดาร์โรว์ และคนอื่นๆ ให้ลดหย่อนโทษจำเลยที่เหลือรอดชีวิต 3 คน หลังจากศึกษาบันทึกคดี อัลท์เกลด์สรุปว่าจำเลยไม่ได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม เนื่องจากผู้พิพากษามีอคติ คณะลูกขุนถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ของฝ่ายโจทก์ และหลักฐานส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้น การตัดสินใจของเขาในการออกคำสั่งนิรโทษกรรมถูกประณามอย่างกว้างขวางจากกลุ่มอุตสาหกรรมและสื่ออนุรักษ์นิยม แต่ได้รับการยกย่องจากนักปฏิรูปแรงงาน

มรดกจากเฮย์มาร์เก็ต: จุดกำเนิดวันแรงงานสากลและการทำงาน 8 ชั่วโมง

ถึงแม้เหตุการณ์ที่เฮย์มาร์เก็ตจะจบลงด้วยความสูญเสียและความอยุติธรรม แต่ผลกระทบของมันกลับยิ่งใหญ่และยาวนาน การสังหารหมู่และการพิจารณาคดีที่เต็มไปด้วยข้อกังขาได้จุดประกายความเห็นอกเห็นใจและความสนับสนุนต่อขบวนการแรงงานจากทั่วโลก

ในปี ค.ศ. 1889 สมัชชาสากลที่ 2 (Second International) ได้ประกาศให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็น วันแรงงานสากล (International Workers' Day หรือ May Day) เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของคนงานในชิคาโกและการเรียกร้องสิทธิในการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน วันแรงงานสากลได้กลายเป็นวันสำคัญที่คนงานทั่วโลกออกมาเฉลิมฉลองและเรียกร้องสิทธิของตนเอง

และท้ายที่สุดระบบการทำงานแบบ 8-8-8 หรือการจำกัดชั่วโมงการทำงานปกติที่วันละ 8 ชั่วโมง ก็ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อจำกัดชั่วโมงการทำงาน และการกำหนดค่าแรงที่เป็นธรรมตามมาในภายหลัง

บทเรียนที่ยังคงอยู่: ความสำคัญของการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม

เหตุการณ์การสังหารหมู่เฮย์มาร์เก็ตเป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดถึงความอยุติธรรมและความรุนแรงที่คนงานต้องเผชิญในการเรียกร้องสิทธิของตนเอง มันยังเป็นอนุสรณ์ถึงความกล้าหาญและการเสียสละ และตอกย้ำถึงความสำคัญของการรวมพลัง การเรียกร้องความเป็นธรรม และการยืนหยัดเพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทำงานทุกคน เพื่อสภาพการทำงานที่ดีขึ้นและชีวิตที่มีศักดิ์ศรี

ในปัจจุบัน ที่โลกของการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บทเรียนจากเฮย์มาร์เก็ตยังคงมีความสำคัญ การเรียกร้องสิทธิแรงงานในรูปแบบใหม่ๆ ยังคงเกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าคนทำงานทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม มีสภาพการทำงานที่ปลอดภัย และได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม การรำลึกถึงเหตุการณ์เฮย์มาร์เก็ตจึงเป็นการตอกย้ำว่าการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมนั้นไม่มีวันสิ้นสุด และเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมที่จะร่วมกันสร้างโลกของการทำงานที่ดีขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...