โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มเขมรหนีคดีกว่า 4 ปีแอบดอดกลับมาหาเพื่อน ตำรวจกระทุ่มแบนดักรวบ

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

หนุ่มเขมรหนีคดีไปกว่า 4 ปีแอบดอดกลับมาหาเพื่อน ตำรวจกระทุ่มแบนดักรอรวบ

วันที่ 22 มีนาคม 2568 ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เวลาประมาณ 03.40 น. ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่นถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งถนนเศรษฐกิจ 1 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้พากันขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามไปจับกุมตัวคนร้ายได้หลายรายเกือบทั้งหมดเหลือเพียงแค่นายเลน ไข่ ชาวกัมพูชา อีก 1 รายที่หนีไปได้ พ.ต.อ.สร ซื่อตรงพานิช ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง รอง ผกก.สส.สภ.กระทุ่มแบน ให้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาให้ได้ จนล่าสุดสืบทราบมาว่าผู้ต้องหารายนี้แอบกลับมาหาเพื่อนและญาติๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มี.ค.68 เวลาประมาณ 12.30 น. พ.ต.ท.สุเชาว์ เหมือนมิ่ง สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน และ ร.ต.อ.ภรบัญชา ช่างเกวียนดี รอง สวป.(ปฏิบัติหน้าที่สืบสวน) สภ.กระทุ่มแบน พร้อมชุดสืบสวนได้ทราบมาว่าผู้ต้องหารายนี้ได้แอบกลับมาแล้วจึงวางแผนบุกเข้าไปรวบตัวนายเลน ไข่ อายุ 25 ปี ชาวกัมพูชาได้พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู้บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร”

ผู้ต้องหารายนี้ยอมรับสารภาพว่าได้ลงมือร่วมกับพวกทำร้ายผู้อื่นจริงแล้วจึงรีบหลบหนีไปได้ 4 ปีแล้วคิดว่าตำรวจไม่สนใจและไม่ได้ได้ตามจับแล้ว จึงแอบกลับมาหาเพื่อนหาญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้กับที่ก่อเหตุไม่คาดคิดว่าตำรวจยังตามตัวอยู่จนมาถูกจับกุมตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาชาวเขมรรายนี้ส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...