อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ)
ข้อมูลเบื้องต้น
“อันซูหยวน” พนักงานสาวผู้ได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นทุกปี เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เรียบง่ายในโลกสีน้ำเงินไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่แสนจะน่าเบื่อสำหรับหลายๆคน แต่เธอก็มีความสุขดีกับชีวิตนี้ ขอเพียงได้เล่นเกม “ฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลก” ก็พอ
ซึ่งนอกจากจะเป็นเกมแนวสโลว์ไลฟ์ เน้นการทำการเกษตรไปวันๆแล้ว ยังสามารถเปิดโหมดการต่อสู้เพื่อฟาร์มไอเทมมากมายได้อีกด้วย
ทว่า…อันซูหยวนที่กำลังเล่นเกมอย่างสนุกสนาน เธอจะคาดคิดได้อย่างไรว่าตนเองจะถูกดึงมาอยู่ในโลกแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยสัตว์และพืชกลายพันธุ์สุดอันตราย หลังจากที่เพื่อนร่วมงานผู้ไม่ชอบหน้าจงใจกลั่นเเกล้งกันจนตาย
มาช่วยกันลุ้นว่า “อันซูหยวน” อดีตพนักงานดีเด่นจะใช้ชีวิตให้ดีได้อย่างไรในโลกใบใหม่นี้ ซึ่งโชคดีที่เธอยังมีเเต้มต่ออย่าง “ฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวย” จากเกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลกที่เธอใช้เวลาอย่างยาวนานในการเลื่อนระดับ
…………………………….
สวัสดีค่ะ รี้ดที่น่ารักทุกท่าน
บทที่ 2 ดาวเคราะห์
บทที่ 2 ดาวเคราะห์
การกลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆของเพื่อนร่วมงานนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่หนึ่งคน และแน่นอนว่าที่บริษัทจะต้องมีกล้องวงจรปิดเพื่อลากคนกระทำการอันประมาทเหล่านี้ไปลงโทษ จากที่ควรจะมีอนาคตที่ดีและยังมีงานทำอยู่ พวกเขากลายเป็นผู้ต้องโทษทางคดีและถูกบริษัทไล่ออกทันที
แต่ละคนร้องไห้ออกมามากเท่าไรก็ไม่อาจจะชดเชยสิ่งที่เสียไปได้ รวมถึงความเสียใจของพวกเขาด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะไม่ชอบอันซูหยวน กระนั้นก็แค่หมันไส้ที่อีกฝ่ายทำผลงานได้ดีกว่าตนเองเท่านั้น ลึกๆแล้วไม่มีใครคาดหวังว่าหญิงสาวที่เงียบขรึมแต่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบคนนั้นจะต้องทิ้งชีวิตไปเพราะพวกเขา
ได้ชื่อว่า “ฆาตรกร” ไม่มีผู้ใดรู้สึกยินดีไปกับมันหรอก
แต่ที่พวกเขาไม่ทันได้สังเกตก็คือ ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของอันซูหยวนนั้นได้ปรากฏข้อความหนึ่งขึ้นมาก่อนที่จะหายไป อีกทั้งยังทำให้โทรศัพท์ทั้งเครื่องเปิดไม่ได้ไปอีกตลอด นั่นก็คือข้อความที่ว่า “ยินดีต้อนรับผู้เล่น “อันซูหยวน” สู่การท้าทายใหม่ๆในเกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลก ขอให้สนุกและเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมของเรา”
………………
ท้องฟ้าจำลองค่อยๆเปิดม่านออก ปรากฏให้เห็นสีที่แท้จริงของดาวเคราะห์แห่งนี้ แสงสีดำสลับกับส้มหม่นเนื่องจากสารพิษอันรุนแรงจากด้านนอกม่านฟ้าทำให้ผู้คนมากมายรู้สึกหดหู่ไปกับมัน การเปิดให้เห็นสีที่แท้จริงของดาวเคราะห์นี้ก็เพื่อจะแสดงให้เห็นเวลาสำหรับการพักผ่อนของประชากรในดาว ทั้งยังเป็นการประหยัดพลังงานไปในตัวด้วย
เวลาเช้าตรู่ พวกเขาจึงจะใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นให้เปิดท้องฟ้าจำลองขึ้นอีกครั้ง และเวลานั้นจึงจะได้เห็นท้องฟ้าที่เป็น “สีฟ้า” จริงๆ
“ได้เวลาทำงานแล้ว รีบตื่นเร็วเข้า” ในขณะที่คนอื่นๆกำลังจะได้พักผ่อน ช่วงเวลาที่ท้องฟ้าจำลองปิดตัวลงนี้กลับเป็นช่วงเวลาของชาวรัตติกาลทั้งหลาย พวกเขามองดูท้องฟ้าก่อนจะเรียกปลุกคนงานในพื้นที่ หากไม่เร่งลงมือทำงานในเวลานี้ ก็จะทำงานที่ได้รับมาไม่ทันเวลา
หญิงสาวผู้มึนงงนั่งมองส่งคนอื่นๆออกไปทำงาน ในขณะที่ตนเองต้องทำความเข้าใจเรื่องราวต่างๆให้มากขึ้น อันซูหยวนจำได้ว่าตนเองนอนตายอยู่ในรถทั้งๆที่ยังเล่นเกมไม่จบด้วยซ้ำ ความเสียใจเดียวก็คือการที่ไม่ได้เล่นเกมจนมีระดับมากที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ ส่วนเรื่องอื่นๆ….อันซูหยวนไม่มีอะไรให้ต้องนึกถึง
ครอบครัว? เพื่อน? สิ่งเหล่านั้นไม่มีในชีวิตของเธอมานานแล้ว พ่อแม่ที่จากกันตั้งแต่เยาว์วัยและทิ้งเอาไว้เพียงความทรงจำดีๆ และพวกเพื่อนที่ไม่เคยจริงใจกับตนเอง อันซูหยวนรู้สึกว่าทั้งชีวิตของเธอเหลือแค่เกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลกเท่านั้นที่ยังพอจะให้รู้สึกคะนึงหาอยู่บ้าง
แต่เธอไม่ได้คิดเลยว่าเมื่อตนเองตายจากโลกที่น่าเบื่อนั้นไปแล้ว จะถูกส่งมายังโลกที่แปลกประหลาดและอาจจะน่าเบื่อยิ่งกว่าเดิมเสียอีกเช่นนี้
อันซูหยวนได้มาอยู่ในร่างของ “อันซูหยวน” ผู้มีชื่อเสียงเรียงนามเดียวกันกับเธอ ซึ่งจากที่ฟังข้อมูลมา เมื่อสองวันก่อน อันซูหยวนคนนี้ออกไปทำภารกิจ “เก็บขยะ” ร่วมกับทุกๆคน ทว่าโชคร้ายที่มีสัตว์กลายพันธุ์ตนหนึ่งยังไม่ตายดี มันใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อหวังคร่ากุมชีวิตของใครสักคนให้ตกตายไปพร้อมกัน
ผู้คนต่างก็บอกว่าเธอโชคดีที่ไม่ถึงตาย ทว่า…อันซูหยวนกลับไม่คิดเช่นนั้น ปวดของเธอที่ปวดร้าวมาจนถึงตอนนี้ถูกเรียกว่าโชคดีได้อย่างไร แต่ก็นั่นแหละ…เพราะอาการบาดเจ็บนี้ ก็เลยทำให้อันซูหยวนมีเวลาศึกษาที่นี่มากขึ้น
“วันนี้ก็พักผ่อนให้มากหน่อยล่ะเข้าใจไหม อีกสองสามวันคงจะไปทำภารกิจได้แล้ว”
เสียงทุ้มของชายร่างใหญ่เอ่ยกับเธอ บุรุษผู้นี้ไม่ค่อยมีความอ่อนโยนมากนัก ทั้งยังแข็งกระด้างไปบ้าง ดูเอาเถอะ…ขนาดว่าคุยกับลูกสาวที่เพิ่งบาดเจ็บมาใหม่ๆก็ยังใช้น้ำเสียงดุดันเสียขนาดนี้ ทว่า…นี่ก็เป็นภาพที่คุ้นตาจริงๆ
“พูดเรื่องทำภารกิจอะไรกัน ลูกยังเจ็บอยู่แท้ๆ ให้ลูกได้พักอีกสักสัปดาห์ก็ยังได้” พร้อมกับเสียงของสตรีผู้หนึ่งแทรกขึ้นมา หญิงวัยกลางคนอยากจะยกมือขึ้นตีหน้าอกของชายร่างใหญ่นั้นสักสองสามครั้ง แต่เพราะอยู่ต่อหน้าลูก เธอจึงไม่ต้องการใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่าย
“นอนพักเถอะนะซูหยวน เดี๋ยวพ่อแม่ก็กลับมา ไม่ต้องกังวลเรื่องภารกิจอะไรมากนักหรอก” หญิงวัยกลางคนยกมือขึ้นลูบหัวลูกสาวของตนเอง ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินออกไปนอกห้องพักขนาดเล็กที่มีเพียง 2 เตียงวางใกล้กัน
ในห้องขนาดเล็กนี้เล็กมากจริงๆ ก่อนหน้านี้ซูหยวนเคยคิดว่าคอนโดของเธอนั้นเล็กเกินไปเพราะไม่มีที่ให้เก็บของ แต่ห้องเล็กๆนี้….ไม่มีที่แม้จะให้เดินด้วยซ้ำ มันไม่ควรถูกเรียกว่าห้อง แต่อาจจะเรียกว่า “ตู้” ขนาดเล็กสำหรับเก็บคนทั้งสามคนเอาไว้น่าจะดีกว่า
นอกจากเตียงแล้ว ก็ไม่มีพื้นที่สำหรับอย่างอื่น สิ่งของที่หามาหรือซื้อมาได้ก็เอาเก็บไว้ใต้เตียง หรือไม่ก็ต้องตอกเหล็กไปที่ผนังเพื่อทำที่แขวน แต่ก็ต้องเสี่ยงว่าเมื่อไรของที่แขวนนั้นจะร่วงลงมาใส่หัวหรือไม่
ดีที่อาหารของพวกเขาไม่มีอะไรเลยนอกจาก “ยาเม็ด” ไม่สิ! พวกเขาเรียกว่า “อาหารสังเคราะห์” เพื่อให้สามารถรับสารอาหารเพียงพอ ไม่สนใจว่าจะอิ่มท้องหรือไม่
สำหรับเรื่องนี้ อันซูหยวนคิดว่ามันเป็นปัญหามากที่สุดแล้ว เพราะว่าเธอไม่คุ้นเคยกับการที่ต้องใช้ชีวิตเช่นนี้ อาหารที่ควรจะได้กินกลับต้องกลืนเป็นยาเม็ดแทน ในขณะที่น้ำเปล่ามีกำหนดให้กินได้แค่วันละ 1 แก้ว เพื่อไม่ให้ต้องตายเท่านั้น ทุกๆวันจะมีน้ำมาแจกจ่ายหน้าห้องเล็กตามจำนวนคน ถ้าอยากกินมากกว่าเดิมก็ต้องซื้อเอา ซึ่งราคาของมันแพงมาก
เจ้าของร่างเดิมไม่มีเงิน พ่อแม่ก็ไม่มีเช่นกัน พวกเขาเป็นกลุ่มชนชั้นล่างถึงล่างที่สุด เงินติดตัวมีเพียงเอาไว้ใช้เพื่อซื้ออาหารสังเคราะห์เท่านั้น แต่เพราะการบาดเจ็บของซูหยวน ครอบครัวจึงใช้เงินสำหรับซื้ออาหารสังเคราะห์ชุดต่อไปทั้งหมดมาซื้อยา ตอนนี้จึงลำบากมากๆ
พ่อแม่ของอันซูหยวนต้องทำงานเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่าเพื่อหารายได้มาชดเชย ในขณะที่แรงงานอย่างอันซูหยวนกลับไม่สามารถออกไปช่วยเหลือได้
เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กดีไม่น้อย ที่ผ่านมาคงจะคอยกังวลแทนครอบครัว ไม่อย่างนั้นบิดาของเธอคงไม่พูดเรื่องทำงานให้ฟังบ่อยๆ แม้ว่าคำพูดของเขาจะดูเหมือนอยากไล่ให้เธอไปทำงาน แต่เขาพูดคำว่า “อีกสองสามวันก็ไปทำงานได้แล้ว” ตั้งแต่วันที่อันซูหยวนตื่นขึ้นมาแล้ว
ราวกับคำว่า “อีกสองสามวัน” ก็คือการปลอบลูกสาวไม่ให้คิดมากเกินไป เพราะมันจะเป็นสองสามวันเช่นนี้ไปอีกนานอย่างไรล่ะ
“เฮ้อ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อย อันซูหยวนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง วันนี้ยังคงเป็นอีกวันที่เธอจะได้อยู่ที่นี่คนเดียว ดีที่ในโลกนี้มีเทคโนโลยีล้ำสมัยมาก มันทำให้เธอหาข้อมูลสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วผ่านกำไลระบุตัวตนและไม่ต้องเสียเงินในการเข้าถึงข้อมูลด้วย
อ่า…พูดเช่นนี้ก็ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด
กำไลข้อมือก็ยังมีแบ่งคุณภาพของมันอยู่ ถ้าเป็นคุณภาพที่อันซูหยวนใช้นี้ มันจะเป็นของเก่าตกรุ่นที่เลิกใช้ไปนานแล้วสำหรับคนมีเงิน เนื่องจากมีน้ำหนักมาก และมีฟังก์ชั่นน้อย อีกอย่าง…ถ้าใส่ไปเรื่อยๆก็จะรู้สึกถึงน้ำหนักที่ค่อนข้างมากของมัน เวลาขยับตัวย่อมทำให้ติดขัดไม่น้อย
การเข้าถึงข้อมูลก็เข้าถึงข้อมูลได้แค่ทั่วไป หากต้องการข้อมูลเฉพาะหรือตัวเลือกในการค้นหาดีๆ จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อยกระดับการเข้าถึงข้อมูลทุกๆปีด้วย
แต่ถ้าแค่เงินกินก็ยังไม่เพียงพอ อย่างนั้นก็ไม่ต้องนึกถึงการซื้อของไม่จำเป็นเหล่านี้เลย หากอันซูหยวนต้องการยกระดับให้กับชีวิตของตนเอง สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการหาเงิน
ก่อนหน้านี้เธอสนใจแค่ข้อมูลทั่วไปและลักษณะการใช้ชีวิตของคนที่นี่เพื่อให้สามารถแนบเนียนไปกับมันได้ ดังนั้นวันนี้เธอจึงวางแผนที่จะหาบางอย่างทำเพื่อแลกเงินในบัญชีให้มากกว่าการ “เก็บขยะ” เช่นที่ครอบครัวของเธอทำอยู่
การเก็บขยะนั้นเป็นงานยากและไม่มีใครต้องการจะทำ เว้นเสียแต่ว่าเป็นพวกไม่เอาไหนและไร้ความสามารถ ซึ่งคนไร้ความสามารถกลับเป็นประชากรส่วนใหญ่ของดาวเคราะห์นี้เสียด้วย
เนื่องจากผู้มีความสามารถส่วนใหญ่จะถ่ายทอดวิชาของตนเองจากรุ่นสู่รุ่น คนไหนที่มีฐานะ มีตระกูลดีๆ มีบรรพบุรุษที่แข็งแกร่ง พวกเขาสามารถกลายเป็น “นักรบ” “นักสู้” “นักบุญ” และอื่นๆอีกมากมาย ทว่าครอบครัวไหนมีพื้นเพจากคนธรรมดาๆ นานวันเข้า…สิ่งที่พวกเขาจะเป็นได้ก็คือคนเก็บขยะเช่นที่พวกเธอเป็นนั่นแหละ
ดาวเคราะห์ใบนี้ไม่เหมือนกับโลกอันแสนสงบสุขที่เธอจากมา ที่นั่นนอกจากกินนอนและทำงานไปวันๆแล้ว ชีวิตไม่ได้เสี่ยงอันตรายอะไรเลย หรือต่อให้เสี่ยงก็เทียบอัตราส่วนเป็นน้อยนิดกับที่นี่เท่านั้น
ดาวเคราะห์แห่งนี้ นอกบาเรียป้องกัน กลับมีสัตว์และพืชกลายพันธุ์เป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมถึงสารพิษอันตรายข้างนอกที่ทำให้มนุษย์ต้องตายหลังจากได้รับพวกมันเกินพอดี
ก่อนหน้านี้อันซูหยวนก็เกือบจะไม่รอด ยังดีที่ค่าสารพิษในเลือดของเธอยังไม่พุ่งสูงเกินไปและถูกช่วยชีวิต พากลับมาในพื้นที่ปลอดสารพิษได้ก่อน
ระดับสารพิษนั้นจะลดลงได้ตามธรรมชาติหากอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่เท่าที่อันซูหยวนลองดูค่าสารพิษในร่างของตนเอง เธอพบว่าเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน สารพิษนั้นจะลดลง 1 หน่วยไปด้วย และตอนนี้สารพิษที่ว่าก็คือ 67 หน่วย โดยที่มนุษย์จะทนรับไม่ได้เมื่อสารพิษสะสมในร่างกาย “80 หน่วย” ขึ้นไป
ที่บอกว่าขึ้นไปก็เพราะว่ามีผู้มีความสามารถบางคน สามารถทนได้แม้ว่าสารพิษจะสะสมอยู่เกิน 80 บางคนตายเพราะสารพิษสะสม 100 หน่วยด้วยซ้ำ
ซึ่งไม่ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไร นั่นยังไม่เกี่ยวกับซูหยวน ในเวลานี้…หากเธอสามารถซ่อนตัวในชุดป้องกันระดับต่ำได้ เธอก็จะยังคงปลอดภัย แต่ถ้าเกิดเรื่องเหมือนก่อนหน้านี้อีกครั้ง อันซูหยวนจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งอย่างแน่นอน ไม่น่าแปลกใจที่พ่อกับแม่ของเธอจะยังให้เธอรักษาตัวอยู่ที่นี่ บางทีพวกเขาคงคาดหวังให้สารพิษในตัวของลูกสาวหมดไปเสียก่อน ต่อให้ทั้งสองจะลำบากมากขึ้นก็ไม่เป็นอะไร….
ที่จริง งานเก็บขยะนั้นอันตราย แต่ก็ไม่ถือว่าอันตรายที่สุด พวกมันอันตรายเนื่องจากคนที่ทำภารกิจเป็นพวกอ่อนแอไร้พลัง ซึ่งงานที่อันตรายจริงๆ กลับเป็นงานที่พวกนักล่าเหล่านั้นรับไปทำ
พวกเขาต้องเจอกับอันตรายโดยตรงกับพวกสัตว์และพืชกลายพันธุ์ หน้าที่ของพวกเขาก็คือการกำจัดพวกมันให้ได้มากที่สุด ไม่ให้พวกมันเติบโตเร็วเกินไป ไม่อย่างนั้นอาจจะก่อปัญหาใหญ่ขึ้นได้
ก็เหมือนกับวัชพืช ถ้ามีอยู่รอบๆบ้านไม่กี่ต้น สามารถจัดการได้ง่ายดาย แต่ถ้าปล่อยให้มันเติบโตจนท่วมหัว ครานี้แค่ใช้มือดึงไม่ได้อีกแล้ว บางทีอาจจะทำให้มือเลือดหรือโดนหนามตำก็ได้ สิ่งที่ผู้คนกลัวมากที่สุดก็คือฝูงของสัตว์กลายพันธุ์ หากพวกมันมีจำนวนมากและไม่ถูกจัดการไปเสียบ้าง วันหนึ่งอาจจะรวมตัวกันมาโจมตีบาเรียป้องกันจนเสียหายก็เป็นได้
ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเสียหน่อย….
นอกจากนี้ “ขยะ” ที่เป็นชิ้นส่วนของสัตว์และพืชกลายพันธุ์ยังนำมาสกัดเป็นอาหารให้กับพวกคนระดับต่ำรอดตายได้ด้วย ในขณะที่พวกระดับสูงที่มีเงิน พวกเขาจะใช้ “แกนกลาง” ของสัตว์และพืชกลายพันธุ์เหล่านั้นมาเป็นพลังงานในการฝึกฝนตนเองด้วยเทคนิคพิเศษที่พวกเขาได้รับสืบทอดมา
ดังนั้นแกนกลางจึงมีราคาสูงมาก เพราะมันเป็นของที่พวกระดับสูงต้องการ นักล่าต้องการพวกมัน และไม่ได้สนใจ “ขยะ” ราคาถูกเหล่านี้ จึงได้ทิ้งพวกมันเอาไว้ข้างหลังเมื่อล่าเสร็จ พวกอาชีพผู้เก็บขยะจึงได้เริ่มกำเนิดขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาสามารถแลกมันเป็นเงินได้ หรือจะทำภารกิจกับภาครัฐก็ได้เช่นกัน
ครอบครัวของอันซูหยวนนั้นทำภารกิจกับภาครัฐ เนื่องจากพวกเขาต้องยืมอุปกรณ์ป้องกันต่างๆจากภาครัฐ เมื่อไรก็ตามที่มีเงินเพียงพอ หลายครอบครัวจะทำงานนี้ด้วยตนเองหลังจากที่ซื้ออุปกรณ์ป้องกันส่วนตัวมาแล้ว นี่ก็เพื่อให้ได้รับส่วนแบ่งที่มากขึ้นนั่นเอง
หากรับภารกิจจากภาครัฐ จะต้องเสียส่วนต่างให้กับภาครัฐด้วย ราคาที่พวกเขาจะได้จึงถูกกว่าพวกที่ขายร้านค้าเองข้างนอก แต่โอกาสนั้นไม่ได้มีสำหรับทุกคน..อย่างน้อยๆ พวกเขาต้องมั่นใจว่าตนเองมีอาหารกินครบทุกมื้อก่อนแล้วจึงค่อยคิดลงทุนเพิ่ม
อันซูหยวนตรวจสอบรายละเอียดในเครือข่ายอีกครั้ง แต่ดูแล้วไม่มีอะไรที่เธอทำได้เลย ของที่มีราคาแพงที่สุดยังคงเป็นของที่ให้พลังงานสำหรับการฝึกฝน และรองลงมาก็คือ “อาหาร” ที่หมายถึงอาหารจริงๆ
ในพื้นที่บาเรียป้องกันพิษนี้ ผู้คนสามารถคิดค้นวิธีการเพาะปลูกพืชผักในห้องเพาะปลูกพิเศษได้ โดยผู้ที่สามารถเช่าห้องเพาะปลูกพิเศษได้นี้ ต้องมีเงินอย่างน้อยขั้นต่ำคือ “ 1 แสนเครดิต” เป็นอย่างต่ำ เพราะในการเปิดห้องเพาะปลูกต้องใช้พลังงานปริมาณมาก นอกจากค่าเปิดห้องพลังงานเพาะปลูกแล้ว ยังต้องดูว่าตนเองสามารถซื้อน้ำ แสง และอาหารสำหรับพืชได้หรือไม่ด้วย
การลงทุนก้อนใหญ่นี้มากเกินกว่าที่คนระดับต่ำและระดับกลางจะเข้าถึง ขนาดคนที่อยู่ระดับสูงและมีเงินมากมาย พวกเขายังไม่เสี่ยงกับการเพาะปลูกเหล่านี้เลย
จะมีก็แค่ตระกูลที่มีวิธีการดูแลรักษาพืชให้เติบโตขึ้นด้วยเทคนิคลับเท่านั้นที่ยังกอบโกยรายได้เข้ากระเป๋าของตนเองอยู่
“ถ้าหากว่าเป็นที่โลกเดิม พืชใบจิ๋วราคาแพงพวกนี้คงจะมีไว้เพื่อแถมฟรีในก๋วยเตี๋ยว…” หญิงสาวพึมพำอย่างเสียดาย รู้สึกว่าชีวิตช่างน่าแปลกเสียเหลือเกิน ยามมีมากมายกลับไม่เห็นค่า เวลานี้แค่ผักใบเล็กกลับมีราคาหลายหมื่นเครดิตเสียแล้ว…
…………………………………….
บทที่ 3 ฟาร์มของอันซูหยวน
บทที่ 3 ฟาร์มของอันซูหยวน
อันซูหยวนนอนพักผ่อนอยู่ในห้องพร้อมทั้งศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ในการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ประการแรก…เธอคิดว่าการที่มีชุดป้องกันเป็นของตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาภารกิจจากรัฐอีกจะทำให้ชีวิตดีขึ้นอยู่บ้าง แต่ที่นี่ไม่ปล่อยให้คนระดับต่ำเช่นพวกเธอกู้ยืมเงิน ดังนั้นต้องหาทุนก้อนแรกสำหรับซื้อชุดป้องกันด้วยตนเอง
อันซูหยวนมองราคาชุดป้องกันเก่าที่ถูกที่สุดที่วางขายในเครือข่ายก็ต้องท้อใจ ราคาของมันเพียงแค่ชุดเดียวคือ “15,500 เครดิต” นับว่าเป็นราคาที่แพงมากหากเทียบกับรายได้ที่จะทำได้
หากขายพืชหรือสัตว์กลายพันธุ์ให้กับทางการ พวกเธอจะได้กิโลกรัมละ 1-2 เครดิต แต่ถ้าขายให้กับร้านค้าข้างนอกเองจะได้ราคา 4-5 เครดิต ในหนึ่งวันด้วยกำลังของอันซูหยวน เธอเคยทำได้มากที่สุดตามสถิติที่เก็บเอาไว้คือ 40 เครดิต หรือขนขยะกลับมาขายได้ 20 กิโลกรัมต่อวัน
ในขณะที่พ่อแม่ของเธอจะทำได้ประมาณสองเท่าของอันซูหยวน รวมรายได้ต่อวันของครอบครัวอยู่ที่ 200 เครดิต ดูเหมือนไม่น้อย แต่อาหารสังเคราะห์หนึ่งเม็ดมีราคา 50 เครดิตไปแล้ว โดยที่อาหารสังเคราะห์ที่ว่านี้เป็นอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำเสียด้วย
ครอบครัวของอันซูหยวนมีกัน 3 คน 1 มื้อต้องกิน 150 เครดิต ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะได้กินอาหาร 1 มื้อต่อวัน และร่างกายก็เหมือนกับคนขาดสารอาหารกันอย่างนี้
ยังไม่รวมว่าถ้าวันไหนพวกเขาทำรายได้น้อยกว่านี้ ก็เท่ากับว่าเงินค่าอาหารไม่มีอีกต่อไป บางวันจึงต้องมีคนอดอาหารแล้วรอกินทีเดียวในวันรุ่งขึ้น แม้ว่าอันซูหยวนจะไม่เคยเป็นคนที่ต้องอดอาหาร ทว่าการเอาเปรียบผู้ให้กำเนิดทั้งสองก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเช่นกัน
ตอนนี้อันซูหยวนได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถออกไปทำภารกิจได้ หมายความว่าเธอไม่ได้แค่ทำให้ครอบครัวติดลบ 10 เครดิตเหมือนที่ผ่านๆมาแล้ว แต่กลายเป็นติดลบ 50 ไปเลยต่างหาก ไม่สิ! ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการรักษาก่อนหน้านี้ด้วย ซูหยวนไม่รู้ว่าพวกเขาต้องใช้เงินเท่าไรเพื่อรักษาตนเอง ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นจำนวนเงินเล็กน้อยแน่
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ
เสียงสัญญาณเตือนที่ดังขึ้นจากกำไลข้อมือทำให้หญิงสาวชะงักไป เธอตรวจสอบการแจ้งเตือนที่ปรากฏให้เห็นก่อนจะต้องขมวดคิ้วด้วยความกังวล
- แจ้งเตือน มีฝูงสัตว์กลายพันธุ์หนีการล่าไปยังเขต A ขอให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นรีบหนีโดยด่วน –
การประกาศแจ้งเตือนที่ไม่ได้มีขึ้นบ่อยๆนั้นทำให้อันซูหยวนเป็นกังวล เขต A ที่พวกเขาแจ้งเตือนนั้นเป็นเขตที่ผู้เก็บขยะมักจะไปทำงานมากที่สุด โดยบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่เก็บขยะที่ปลอดภัย หากต้องการเข้าไปลึกขึ้น จำเป็นต้องเช่าชุดป้องกันที่มีราคาแพง และทางรัฐบาลก็ไม่ได้มีชุดป้องกันระดับนั้นในการสนับสนุนให้ทำภารกิจ
เขตชั้น A จะสามารถสกัดพลังงานมาเป็นอาหารสังเคราะห์ระดับต่ำสุดได้ ในขณะที่เขตชั้น B จะมีชิ้นส่วนที่สามารถสกัดพลังงานได้สูงกว่า ยิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นคนละระดับกันมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็แลกมากับค่าใช้จ่ายและค่าเสี่ยงภัยที่สูงขึ้น
การที่สัตว์กลายพันธุ์หนีออกมาจากเขตอื่นแล้วพุ่งมายังเขต A พวกมันก็ไม่ต่างกับฝันร้ายของผู้ที่กำลังเก็บขยะอยู่เลย อันซูหยวนคาดหวังให้พ่อกับแม่ของเธอเปิดแจ้งเตือนพวกนี้อ่าน ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องกลายเป็นเหยื่อของพวกมันแน่
น่าเสียดายที่ความต้องการของเธอไม่เป็นจริง หญิงวัยกลางคนที่แสนจะใจดีกลับมาพร้อมกับแขนข้างหนึ่งที่หายไป ในขณะที่คนเป็นพ่อ….เขาถูกโจมตีอย่างรุนแรง หลังของเขามีลอยแผลขนาดใหญ่ ผู้คนเล่าให้ฟังว่าพ่อของเธอนั้นช่วยปกป้องแม่ ไม่อย่างนั้นแม่จะไม่มีโอกาสกลับมาทั้งลมหายใจแน่นอน
อาการบาดเจ็บครั้งนี้ โชคดีที่มันเป็นภัยพิบัติซึ่งไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้เก็บขยะเอง จึงถูกรัฐบาลช่วยเหลือดูแลรักษาให้เบื้องต้น แต่การที่ทั้งสองคนจะรอดตายหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง
ไม่ใช่แค่ครอบครัวของอันซูหยวนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนี้ มีหลายครอบครัวเช่นกันที่สูญเสียสมาชิกในครอบครัวไป อันซูหยวนที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว มองดูทั้งสองที่ไม่สามารถออกไปทำภารกิจในวันต่อไปได้ นี่จึงเรียกว่าเป็นวิกฤติของครอบครัวอย่างแท้จริง และเทียบกันแล้ว เธอมีสภาพดีที่สุดในบรรดาสามคนนี้แล้ว
หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกไปทำภารกิจในวันรุ่งขึ้น ปล่อยให้พ่อและแม่พักผ่อนในห้องพักขนาดเล็ก หญิงสาวรับชุดป้องกันมาถือไว้ สีหน้าของผู้ดูแลค่อนข้างลำบากใจเมื่อเห็นเธอ เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวร่างเล็กผู้นี้ และรู้ด้วยว่าเมื่อวานมีปัญหาเกิดขึ้น เรื่องนี้คงส่งผลให้พ่อกับแม่ของหญิงสาวออกมาทำภารกิจไม่ได้อีก
“จำเอาไว้ว่าอย่าไปไกลนัก วันนี้เธอไม่มีพ่อกับแม่คอยดูแล”
“ขอบคุณค่ะ” อันซูหยวนตอบรับด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ ไม่มีแววตาอ่อนเยาว์เหมือนเช่นเคย เดิมทีผู้ดูแลชะงักไปเมื่อเห็นท่าทางนี้ แต่เขาก็คิดได้ด้วยตนเองว่าเด็กสาวต้องเปลี่ยนความคิดเพื่อเอาตัวรอดต่อไป ไม่อย่างนั้นทั้งครอบครัวเล็กๆนี้จะต้องประสบพบเจอกับความสูญเสียอีกมาก
หญิงสาวไม่ได้สนใจผู้อื่น เธอทบทวนมานับครั้งไม่ถ้วนเกี่ยวกับการทำงานของที่นี่ ไม่น่าแปลกใจที่การสวมชุดป้องกันของเธอจะรวดเร็วมากกว่าคนอื่นๆ ถึงบนหัวจะยังมีผ้าพันแผลและมีรอยเลือดซึมอยู่ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้เธอเชื่องช้าลงไปได้
วันนี้มีคนออกมาทำภารกิจไม่มากนัก ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บกันเมื่อวานแล้ว ดังนั้นบรรยากาศของวันนี้จึงเต็มไปด้วยความหดหู่ใจ คนที่ยังมาทำภารกิจได้ก็เฝ้าเป็นกังวลเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บในครอบครัว บางคนดีหน่อยที่ไม่ได้รับความเสียหาย กระนั้น…บรรยากาศที่หนีตายเมื่อวานก็ยังฝังอยู่ในใจ
อันซูหยวนแทบจะเป็นคนเดียวที่จิตวิญญาณของเธอสงบมาก เหมือนกับ “พนักงานหญิงดีเด่น” คนนั้นไม่มีผิด หากที่นี่มีเพื่อนร่วมงานของเธออยู่ ต่อให้เป็นอันซูหยวนที่ผอมแห้งไร้เรี่ยวแรง แต่พวกเขาก็ต้องจำออร่าของเธอได้แน่นอน
หญิงสาวไม่ยอมเสียเวลาที่นี่ เพราะไม่มีผู้เก็บขยะมากนักในวันนี้ เธออาจจะทำเงินได้มากกว่าเดิม เพียงแค่มองไปข้างหน้า…อันซูหยวนก็เห็นซากพืชซากสัตว์จำนวนมากกองอยู่แล้ว
เท้าเล็กๆก้าวออกไปนอกเขตกำแพงบาเรียอย่างรวดเร็ว แว่นที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้มองเห็นยามกลางคืนทำให้อันซูหยวนต้องปรับสายตาเล็กน้อย ข้างหน้ามืดสนิทจนแทบจะมองไม่เห็นใคร แต่จู่ๆ….เท้าทั้งสองของอันซูหยวนก็ต้องหยุดชะงักไป เธอกำลังสับสนกับภาพที่เห็น…
- ติ้ง! ประกาศจากเกม : ผู้เล่นอันซูหยวนได้เปิดแผนที่ใหม่ เขตพื้นที่ “รังอสูรกลายพันธุ์ เขต A” ถูกเปิดขึ้น ผู้เล่นต้องการเพิ่มเส้นทางเชื่อมต่อกับฟาร์มหรือไม่? –
หน้าต่างสีฟ้าและเสียงแจ้งเตือนในหัวที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวประหลาดใจ เธอรู้จักเสียงนี้เป็นอย่างดี รวมถึงรูปแบบการแจ้งเตือนเหล่านี้ด้วย เพียงแค่ที่ผ่านมา…เธอมองเห็นมันผ่านโทรศัพท์มือถือ เวลานี้มันกลับลอยขึ้นอยู่บนอากาศก็เท่านั้น
“เพิ่มเส้นทางเชื่อมต่อ” อันซูหยวนลองตอบกลับไป หน้าจอแจ้งเตือนจึงหายไปแล้วปรากฏเป็นแผนที่เล็กๆขึ้นให้เห็น
- เส้นทางเชื่อมต่อถูกเพิ่ม ผู้เล่นสามารถเดินทางมายังรังอสูรกลายพันธุ์ เขต A ผ่านทางฟาร์มได้แล้ว –
การแจ้งเตือนหายไปก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาสงบเหมือนเดิม อันซูหยวนกระพริบตาถี่ๆ เธอไม่คิดเรื่องไร้สาระอย่างเช่น เมื่อครู่เป็นแค่ความฝันหรือไม่? หรือว่าตนเองตาฝาดไป เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ไร้สติขนาดนั้น แต่การที่จะเชื่อมต่อกับเกมที่เธอชื่นชอบที่สุดในชีวิตนั้น ต้องทำอีกครั้งอย่างไรต่างหาก
“เปิดเกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลก” อันซูหยวนลองออกคำสั่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ระบบรับคำสั่งจากเสียงของเธอไป ดังนั้นเป็นการยืนยันแล้วว่าระบบฟังเสียงของเธอ
แต่สุดท้าย ความเงียบก็คือคำตอบ อันซูหยวนพยายามคิดเกี่ยวกับเกมฟาร์มออนไลน์วันสิ้นโลกมากขึ้น ตอนที่เธอเล่นเกมนี้ อันซูหยวนเพียงแค่กดที่ไอคอนบนมือถือ จากนั้นฟาร์มของเธอก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ถ้าอย่างนั้น…
“เปิดฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวย”
หญิงสาวทดลองอีกครั้ง เธอเลือกที่จะเอ่ยชื่อฟาร์มของเธอโดยตรง และครั้งนี้ผลลัพธ์นั้นไม่ใช่ความเงียบเหมือนเดิมอีก…ะกรอบข้อความสีฟ้าสว่างท่ามกลางความมืด ปรากฏตัวเลือกมากมายที่คุ้นตารอให้เธอออกคำสั่ง รอยยิ้มเล็กๆของอันซูหยวนปรากฏขึ้นให้เห็นแล้วเริ่มอ่านรายละเอียด
- ผู้เล่นอันซูหยวนต้องการใช้ฟังก์ชั่นใด
ตัวเลือกที่ 1 ตรวจสอบผลผลิต
ตัวเลือกที่ 2 เก็บเกี่ยวผลผลิต
ตัวเลือกที่ 3 จัดการฟาร์ม
ตัวเลือกที่ 4 เบิกถอนผลผลิต
ตัวเลือกที่ 5 ฟังก์ชั่นเสริมในการออกพื้นที่ล่า (พื้นที่ล่าซอมบี้กลายพันธุ์ V1 , รังอสูรกลายพันธุ์ เขต A) –
“หือ?” แม้ว่าตัวเลือกจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย เนื่องจากตัวเลือกที่ 5 มีรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมา โดยการเพิ่มของรังอสูรกลายพันธุ์ เขต A ทำให้ซูหยวนมั่นใจว่าตัวเลือกก่อนหน้านี้ที่ปรากฏขึ้นมา ได้หลอมรวมกันเข้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ถึงอันซูหยวนอยากจะตรวจสอบรายละเอียดของตัวเลือกอื่นๆ แต่นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม หญิงสาวยังจำได้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ด้านหลังยังมีนักเก็บขยะอีกเป็นจำนวนมาก ถ้ายังยืนเหม่ออยู่เช่นนี้ คงจะถูกสงสัยว่าสติไม่สมประกอบแล้วเป็นแน่
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ดูแปลกเกินไป อันซูหยวนจึงพยายามเดินเลี่ยงเข้าไปข้างในพื้นที่เขต A ให้มากขึ้น โชคดีที่วันนี้ผู้เก็บขยะน้อยกว่าทุกๆวัน หญิงสาวจึงหามุมลับตาผู้คนได้มุมหนึ่ง
“ตัวเลือกที่ 5 ฟังก์ชั่นเสริมในการออกพื้นที่ล่า พื้นที่ล่าที่เลือกคือรังอสูรกลายพันธุ์ เขต A” เธอพึมพำออกมาเบาๆ ฉับพลันหน้าต่างสีฟ้าก็กระพริบครั้งหนึ่งแล้วเปลี่ยนข้อความแสดง
- ฟังก์ชั่นเสริมในการออกพื้นที่ล่า : รังอสูรกลายพันธุ์ เขต A
เนื่องจากเป็นการใช้งานพื้นที่ล่ารังอสูรกลายพันธุ์ เขต A ครั้งแรก ข้อแจ้งรายละเอียดและราคาดังนี้
1. ฟังก์ชั่นเก็บรวบรวมผลผลิตในรัศมี 1 เมตรรอบตัว โดยมีค่าใช้จ่าย 5,000 เหรียญต่อชั่วโมง
2. เปิดเกราะป้องกันอันตรายต่อชีวิตผู้เล่น มีค่าใช้จ่าย 100,000 เหรียญต่อการเปิดใช้งาน 1 ครั้ง คงอยู่จนกว่าจะถูกทำลาย
3. เปิดแผนที่แสดงผลผลิตที่ผู้เล่นสามารถรวบรวมได้ โดยมีค่าใช้จ่าย 5,000 เหรียญต่อชั่วโมง –
หญิงสาวมองดูเหรียญในฟาร์มที่ยังเหลืออยู่ก็โล่งใจ ดีที่ฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยนี้ยังไม่ได้ถูกทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่ แต่น่าเสียดายอยู่บ้างที่เธอเพิ่งลงทุนไปกับการเพิ่มขนาดพื้นที่แปลงเพาะปลูกและยกระดับพื้นที่ทั้งหมดเป็นขั้น 6 โดยการยกระดับนี้จะทำให้ผลผลิตเติบโตเร็วขึ้น และมีคุณภาพดีขึ้น ดังนั้นเงินที่เธอมีเก็บจึงอยู่ที่ 200,000 เหรียญเท่านั้น ทว่า…ด้วยจำนวน 200,000 เหรียญนี้ ยังไงก็เพียงพอที่จะเปิดใช้งานทั้ง 3 ฟังก์ชั่นได้อยู่ดี
หลังจากที่เธอทำงานเก็บขยะที่นี่เสร็จ อันซูหยวนจะไปจัดการฟาร์มของเธอเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมอีกครั้งในภายหลัง สำหรับเธอแล้ว…เหรียญพวกนี้ไม่ได้หายากเย็นอะไร แถมยังมีผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเอาไว้แล้วอยู่ด้วย แค่เข้าไปแล้วกดขายให้กับระบบก็เพียงพอ
“เปิดใช้งานทั้ง 3 ฟังก์ชั่น” หญิงสาวออกคำสั่ง เงินในบัญชีฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยหายไป 110,000 เหรียญ เหลือเพียง 90,000 เหรียญเท่านั้น เท่ากับเธอมีเวลาเพียง 10 ชั่วโมงที่นี่เพื่อรวบรวมขยะให้ได้มากที่สุด
เพราะเมื่อวันก่อนมีสัตว์และพืชกลายพันธุ์จากเขต B มาที่นี่จำนวนมาก ดังนั้นการเก็บเกี่ยวครั้งนี้จะต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าพวกพืชและสัตว์กลายพันธุ์ที่เติบโตในเขต A นอกจากนี้ปริมาณของมันก็มากโข อันซูหยวนมองดูแผนที่แล้วไล่เก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยความสบายใจ
นอกจากมันจะแสดงให้เห็นว่ามีผลผลิตไหนบ้างที่กองอยู่เป็นจุดแล้ว ก็ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าจุดไหนยังมีศัตรูอยู่ ดังนั้นอันซูหยวนจะไม่ไปใกล้บริเวณที่มีจุดสีแดงอย่างแน่นอน รวมถึงการที่ผลผลิตบางชิ้นยังไม่ตายดี ครั้งก่อนเธอเพิ่งถูกโจมตีด้วยผลผลิตเหล่านี้ไม่ใช่หรือ? แต่ด้วยแผนที่จากระบบ…หลังจากนี้ เธอจะไม่ต้องพลาดท่าอีก
หญิงสาวทำงานหนักมาก เธอเดินวนไปรอบๆด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงนั้น หลีกเลี่ยงจุดสีฟ้าซึ่งหมายถึง “ผู้เล่น” คนอื่นๆ และจุดสีแดงที่หมายถึงอันตราย เลือกเพียงจุดสีเขียวที่เป็นผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้เลย
“ตรวจสอบผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้”
หลังเดินวนอยู่รอบๆไป 5 ชั่วโมง อันซูหยวนก็พบว่าจุดที่ไม่มีผู้เล่นคนอื่นๆนั้นน้อยลงแล้ว หลังจากนี้เธอคงไม่สามารถใช้วิธีการเก็บรวบรวมผ่านระบบได้อีก หญิงสาวจึงหยุดเพื่อตรวจสอบผลงานของตนเองก่อน หากว่ามันมีมากพอแล้ว เธอก็ต้องการยกเลิกการใช้เหรียญที่สิ้นเปลือง 5,000 เหรียญเพื่อรวบรวมผลผลิตอัตโนมัติที่เธอเดินผ่าน
- ผลผลิตจากรังอสูรกลายพันธุ์ เขต A : ซากพืชกลายพันธุ์จากเขต B จำนวน 41 กิโลกรัม ซากพืชกลายพันธุ์จากเขต A จำนวน 38 กิโลกรัม ซากสัตว์กลายพันธุ์จากเขต B จำนวน 186 กิโลกรัม ซากสัตว์กลายพันธุ์จากเขต A จำนวน 16 กิโลกรัม –
……………………