Mayhem งานเพลงป๊อปแนวรื้อสร้าง ที่ตกผลึกที่สุดของ Lady Gaga
บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
Mayhem งานเพลงป๊อปแนวรื้อสร้าง
ที่ตกผลึกที่สุดของ Lady Gaga
ท่อนแรกของเพลง Disease ซิงเกิลแรกจาก Mayhem สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 6 ของ Lady Gaga มีเนื้อร้องที่เขียนว่า “จากนี้จะไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว ฉันได้ยินเธอร้องขอชีวิต เพราะยารักษาโรคได้หมดลงไปแล้ว”
ส่วนท่อนที่สื่อถึงใจความสำคัญที่สุดของเพลงนี้มีเนื้อร้องว่า “ฉันจะเป็นหมอเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ เพื่อเยียวยาโรคที่รักษาไม่หายให้กับเธอ ถ้าหากเธอเป็นคนบาป ฉันจะทำให้เธอเชื่อเอง”
เนื้อเพลงดังกล่าวสื่อให้เห็นถึงความเจ็บปวดภายในของตัว Lady Gaga เอง หัวใจสำคัญของเพลงเพลงนี้พูดถึงความทรงจำที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานนี้ไม่ต่างไปจากการภาวนาขอให้ใครสักคนมาช่วย แต่ไม่มีใครสักคนที่ได้ยิน ไม่ต่างจากพระเจ้าที่ไร้ซึ่งผู้ศรัทธา
ความทุกข์และความเจ็บปวดถือเป็นคอนเซ็ปต์สำคัญในอัลบั้ม Mayhem ที่แปลเป็นไทยได้ว่า “การถูกประทุษร้าย”
เห็นได้ชัดว่าตัว Lady Gaga เองก็มีบาดแผลทางใจซุกซ่อนอยู่มานาน อย่างน้อยก็ตั้งแต่เธอแต่งเพลง The Cure ออกมาในปี 2017 และ Disease ก็เป็นเหมือนภาคต่อของเพลง The Cure
แต่ดูเหมือนว่าความรักที่เธอเคยเชื่อว่าสามารถรักษาอาการป่วยของเธอได้จะไม่ได้เป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุดอีกต่อไปแล้ว
Lady Gaga เคยให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร Vogue ก่อนที่ซิงเกิล Disease จะปล่อยออกมาไม่นานว่า
“บนเส้นทางแห่งชีวิต ฉันเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยทางใจมาตลอดและเมื่อฉันพยายามที่จะค้นลึกลงไปถึงต้นตอของมัน ฉันกลับได้พบกับอีกด้านหนึ่งของความเป็นศิลปินที่ฉันไม่เคยพบมันมาก่อน สำหรับฉันการทำเพลงในสตูดิโอทำให้ฉันผ่อนคลาย มันทำให้ฉันกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจที่อยู่ภายในตัวเอง ทั้งหมดนี้นำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ นั่นก็คือเสียงดนตรีที่ทำให้ฉันมีความกล้าที่จะกลับไปฟังมันทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง”
ดูเหมือนว่า Lady Gaga จะตามหามานานว่า “ใครกันแน่?” ที่เป็นผู้ประทุษร้ายเธอ
และท้ายที่สุดแล้วก็พบว่าตัวเธอเองนั่นแหละที่ทำตัวของเธอเอง
สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดก็คือการทำเพลงที่ไม่ได้มาจากความรู้สึกในฐานะศิลปินที่แท้จริง
แต่ในที่สุดเธอก็ค้นพบแล้วว่าดนตรีแบบไหนกันแน่ที่เธออยากทำจริงๆ และอัลบั้ม Mayhem ก็คือคำตอบ
คนที่ Lady Gaga ต้องให้เครดิตมากที่สุดก็คือ ไมเคิล โปลันสกี คู่หมั้นของเธอเอง เพราะเขาเป็นคนบอกให้เธอกลับไปทำเพลงป๊อปเหมือนเดิม เนื่องจากเขารู้ดีว่านี่คือแนวเพลงที่แสดงตัวตนของคนที่เขารักออกมาได้ดีที่สุด
ถ้าหากไม่ได้ไมเคิลแล้ว หนทางในการเยียวยารักษาความเจ็บป่วยของ Lady Gaga อาจจะย่ำแย่หนักกว่าเดิมก็ได้
ก่อนที่จะเข้าห้องอัด Lady Gaga ตั้งใจที่จะทำอัลบั้มชุดใหม่ในแนว กรันจ์ ร็อก ทั้งชุด!
ซึ่ง ไมเคิล โปลันสกี มองออกว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่นอน เพราะมันจะทำให้เธอหลงทางและอาจจะหาทางออกไม่ได้อีกเลย
Mayhem เป็นงานเพลงที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ด้านที่อับแสงแสดงให้เห็นถึงการเลือกทางเดินที่ผิดทิศผิดทางในอดีต ซึ่ง Lady Gaga สื่อแนวคิดนี้ออกมาผ่านเครื่องแต่งกายที่เป็นสีขาวดำเกือบจะตลอดการโปรโมตอัลบั้มชุดใหม่นี้
ในส่วนของแฟชั่นเป็นการนำคอสตูมสไตล์ Modern Goth ที่ผสมผสานความลึกลับสไตล์คลาสสิคจากยุคกลางเข้ากับแฟชั่นสไตล์ Cyberpunk ที่มีความเป็นแฟนตาซีกึ่งจริงกึ่งฝัน รวมถึงความหรูหราตามแบบฉบับ High Fashion ด้วย
คอนเซ็ปต์นี้มีการตีความว่า Lady Gaga ใช้ยุคปลายของสมัยกลาง (Late Middle Ages) ที่เป็นช่วงตกต่ำที่สุดของยุคสมัยนี้เพื่อสื่อให้เห็นถึงความเจ็บปวดของเธอด้วย
ด้านที่เจิดจ้าไปด้วยแสงสว่างหรือความตื่นรู้ (อยู่ในช่วงฟื้นฟูศิลปะวิทยาการในยุคกลาง) Lady Gaga ตีความมันออกมาผ่านการทำงานเพลงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอมองว่า Shangri-La สตูดิโอของโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ริก รูบิน ที่อยู่ในเมืองมาลิบู, แคลิฟอร์เนีย ซึ่งใช้เป็นสถานที่ในการบันทึกเสียงอัลบั้ม Mayhem เกือบทั้งชุดเป็นเหมือนห้องรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลของเธอเอง
“Mayhem คืออัลบั้มที่เป็นบทสรรเสริญความรักที่ฉันมีต่อดนตรีอย่างแท้จริง นี่คืองานเพลงที่ผสมผสานดนตรีหลากหลายตระกูล (Genre) รวมถึงความฝันที่แตกต่างกันออกไปของฉันเข้าไว้ด้วยกันด้วย” Lady Gaga กล่าวไว้เช่นนี้ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทาง Los Angeles Times
ความฝันที่เธอสื่อถึงก็คือการนำ Industrial Music (การสร้างเสียงสังคราะห์ที่ฟังคล้ายกับเสียงเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมมาทำเป็นเสียงดนตรี) ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จากหลากหลายยุคมาหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันให้เป็นดนตรีป๊อปในแบบของเธอเอง
โดย Lady Gaga เผยว่า Mayhem เป็นงานเพลงที่สนุกมาก เพราะเธอได้ทำลายกฎเหล็กในการทำเพลงที่แต่ก่อนเธอเคยยึดถือลงอย่างสิ้นเชิง กฎเหล็กดังกล่าวก็คือความคิดที่ว่าแนวเพลงบางแนวไม่ควรที่จะอยู่ในอัลบั้มชุดเดียวกัน
ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์
Lady Gaga นำดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มาผสมผสานกับดนตรี กรันจ์ ร็อก และดนตรีอัลเทอร์เนทีฟจากยุค 90 ซึ่งไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน
เธอฟังเพลงของ Prince และ เดวิด โบวี จนตกตะกอนและนำเมโลดี้ที่เป็นลายเซ็นของศิลปินระดับตำนานผู้ล่วงลับทั้ง 2 คนมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเรียบเรียงดนตรีและนำเบสไลน์สไตล์ฟังก์, ดนตรี เฟรนช์ เฮาส์
รวมถึงการนำ แอนาล็อก ซินธิไซเซอร์ จำนวนมากมาทดลองใช้เพื่อนำบรรยากาศดนตรีเต้นรำและซินธ์ป๊อปจากยุค 80 ให้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งด้วย
Killah เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงสาวทรงเสน่ห์ที่ใช้ความเย้ายวนของเธอในการฆาตกรรมเป็นแทร็กที่ถือว่าสดใหม่มากสำหรับ Lady Gaga หากมองในแง่มุมที่ว่า เธอตั้งใจข้ามขีดจำกัดทางด้านตระกูลดนตรีไปสู่ขอบเขตใหม่ของดนตรีป๊อปในแบบของเธอเอง นี่คือเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
เพลง Killah ได้ดีเจหนุ่มชาวฝรั่งเศส Gesaffelstein มาร่วมงานด้วยเป็นเพลงที่มีซาวด์อินดัสเทรียล ที่ได้รับอิทธิพลมาจากเพลง Closer ของวง Nine Inch Nails มาแบบเต็มๆ ส่วนริฟฟ์กีตาร์แบบ ป๊อป ฟังก์ ก็คล้ายกับงานเพลงของ Prince อยู่ไม่น้อย
กล่าวโดยสรุปได้ว่านี่เป็นเพลงในแบบที่ Lady Gaga ไม่เคยทำมาก่อนในงานเพลงชุดไหนเลยก็หน้านี้
เนื้อหาของเพลง Blade of Grass พูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ต้องการอะไรมากเกินไปกว่าใบหญ้าที่นำมาพันรอบนิ้วนางของเธอแทนแหวนแต่งงาน และถึงแม้ว่าจะยืนอยู่บนซากปรักหักพังของโบสถ์ ผู้หญิงคนนี้ก็จะรักผู้ชายเจ้าของแหวนแต่งงานที่ทำจากใบหญ้านี้ตลอดไป
นี่คือเพลงแนวเพาเวอร์ บัลลาด ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในฐานะนักแต่งเพลงของ Lady Gaga อย่างชัดเจน
โดยเธอได้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเพลงนี้มาจากความรู้สึกเมื่อครั้งที่ ไมเคิล โปลันสกี อยากจะขอเธอแต่งงานและถามว่าเขาควรทำอย่างไรดี
ซึ่งเธอตอบกลับไปว่า “คุณแค่ไปถอนหญ้ามาทำเป็นแหวนให้ฉันเท่านั้นก็พอแล้ว เพราะฉันจะตอบตกลงทันที”
Zombieboy เป็นเพลงป๊อป ฟังก์ ที่คิดเบสไลน์ได้อย่างน่าทึ่ง ฟังแล้วคิดถึงเพลงดิสโก้ และโซล จากยุค 80 เพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ ริก เจเนสต์ นายแบบและศิลปินผู้ล่วงลับที่ได้รับการจารึกชื่อลงบน Guinness World Records ในฐานะที่เป็นบุคคลที่มีรอยสักทั่วทั้งร่างกายมากที่สุดในโลก โดยริกเคยร่วมแสดงในเอ็มวีเพลง Born This Way ของเธอมาก่อนด้วย
ส่วน How Band Do U Want Me เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากอัลบั้ม 1989 ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ไม่มีผิด นี่คือเพลงในแนวซินธ์ป๊อปที่ติดหูสุดสุด
เพลงอื่นๆ ในอัลบั้มอย่าง Abracadabra, Garden of Eden, Perfect Celebrity, Vanish Into You รวมถึง Die With a Smile ที่เธอร่วมร้องกับ บรูโน่ มาร์ส มีส่วนผสมของดนตรีหลายแนวไม่ว่าจะเป็น อิเล็กโทรป๊อป, แกลม ร็อก, อารีน่า ร็อก และอื่นๆ จนยากจะหาคำมาจำกัดความได้ว่า Mayhem เป็นงานเพลงแนวไหน
แต่ที่บอกได้แน่ๆ ก็คือนี่คืออัลบั้มเพลงป๊อปที่มีความกล้าหาญและฉีกออกจากกรอบมากที่สุดชุดหนึ่ง ท่ามกลางงานเพลงป๊อปร่วมสมัยมากมายในปัจจุบัน
ทั้งหมดนี้ทำให้ Mayhem กลายเป็นงานเพลงที่ตกผลึกมากที่สุดเท่าที่ Lady Gaga เคยทำมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Mayhem งานเพลงป๊อปแนวรื้อสร้าง ที่ตกผลึกที่สุดของ Lady Gaga
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com