โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Mayhem งานเพลงป๊อปแนวรื้อสร้าง ที่ตกผลึกที่สุดของ Lady Gaga

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 01.38 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 01.38 น.

บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์

Mayhem งานเพลงป๊อปแนวรื้อสร้าง

ที่ตกผลึกที่สุดของ Lady Gaga

ท่อนแรกของเพลง Disease ซิงเกิลแรกจาก Mayhem สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 6 ของ Lady Gaga มีเนื้อร้องที่เขียนว่า “จากนี้จะไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว ฉันได้ยินเธอร้องขอชีวิต เพราะยารักษาโรคได้หมดลงไปแล้ว”

ส่วนท่อนที่สื่อถึงใจความสำคัญที่สุดของเพลงนี้มีเนื้อร้องว่า “ฉันจะเป็นหมอเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ เพื่อเยียวยาโรคที่รักษาไม่หายให้กับเธอ ถ้าหากเธอเป็นคนบาป ฉันจะทำให้เธอเชื่อเอง”

เนื้อเพลงดังกล่าวสื่อให้เห็นถึงความเจ็บปวดภายในของตัว Lady Gaga เอง หัวใจสำคัญของเพลงเพลงนี้พูดถึงความทรงจำที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานนี้ไม่ต่างไปจากการภาวนาขอให้ใครสักคนมาช่วย แต่ไม่มีใครสักคนที่ได้ยิน ไม่ต่างจากพระเจ้าที่ไร้ซึ่งผู้ศรัทธา

ความทุกข์และความเจ็บปวดถือเป็นคอนเซ็ปต์สำคัญในอัลบั้ม Mayhem ที่แปลเป็นไทยได้ว่า “การถูกประทุษร้าย”

เห็นได้ชัดว่าตัว Lady Gaga เองก็มีบาดแผลทางใจซุกซ่อนอยู่มานาน อย่างน้อยก็ตั้งแต่เธอแต่งเพลง The Cure ออกมาในปี 2017 และ Disease ก็เป็นเหมือนภาคต่อของเพลง The Cure

แต่ดูเหมือนว่าความรักที่เธอเคยเชื่อว่าสามารถรักษาอาการป่วยของเธอได้จะไม่ได้เป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุดอีกต่อไปแล้ว

Lady Gaga เคยให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร Vogue ก่อนที่ซิงเกิล Disease จะปล่อยออกมาไม่นานว่า

“บนเส้นทางแห่งชีวิต ฉันเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วยทางใจมาตลอดและเมื่อฉันพยายามที่จะค้นลึกลงไปถึงต้นตอของมัน ฉันกลับได้พบกับอีกด้านหนึ่งของความเป็นศิลปินที่ฉันไม่เคยพบมันมาก่อน สำหรับฉันการทำเพลงในสตูดิโอทำให้ฉันผ่อนคลาย มันทำให้ฉันกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจที่อยู่ภายในตัวเอง ทั้งหมดนี้นำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ นั่นก็คือเสียงดนตรีที่ทำให้ฉันมีความกล้าที่จะกลับไปฟังมันทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง”

ดูเหมือนว่า Lady Gaga จะตามหามานานว่า “ใครกันแน่?” ที่เป็นผู้ประทุษร้ายเธอ

และท้ายที่สุดแล้วก็พบว่าตัวเธอเองนั่นแหละที่ทำตัวของเธอเอง

สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดก็คือการทำเพลงที่ไม่ได้มาจากความรู้สึกในฐานะศิลปินที่แท้จริง

แต่ในที่สุดเธอก็ค้นพบแล้วว่าดนตรีแบบไหนกันแน่ที่เธออยากทำจริงๆ และอัลบั้ม Mayhem ก็คือคำตอบ

คนที่ Lady Gaga ต้องให้เครดิตมากที่สุดก็คือ ไมเคิล โปลันสกี คู่หมั้นของเธอเอง เพราะเขาเป็นคนบอกให้เธอกลับไปทำเพลงป๊อปเหมือนเดิม เนื่องจากเขารู้ดีว่านี่คือแนวเพลงที่แสดงตัวตนของคนที่เขารักออกมาได้ดีที่สุด

ถ้าหากไม่ได้ไมเคิลแล้ว หนทางในการเยียวยารักษาความเจ็บป่วยของ Lady Gaga อาจจะย่ำแย่หนักกว่าเดิมก็ได้

ก่อนที่จะเข้าห้องอัด Lady Gaga ตั้งใจที่จะทำอัลบั้มชุดใหม่ในแนว กรันจ์ ร็อก ทั้งชุด!

ซึ่ง ไมเคิล โปลันสกี มองออกว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่นอน เพราะมันจะทำให้เธอหลงทางและอาจจะหาทางออกไม่ได้อีกเลย

Mayhem เป็นงานเพลงที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ด้านที่อับแสงแสดงให้เห็นถึงการเลือกทางเดินที่ผิดทิศผิดทางในอดีต ซึ่ง Lady Gaga สื่อแนวคิดนี้ออกมาผ่านเครื่องแต่งกายที่เป็นสีขาวดำเกือบจะตลอดการโปรโมตอัลบั้มชุดใหม่นี้

ในส่วนของแฟชั่นเป็นการนำคอสตูมสไตล์ Modern Goth ที่ผสมผสานความลึกลับสไตล์คลาสสิคจากยุคกลางเข้ากับแฟชั่นสไตล์ Cyberpunk ที่มีความเป็นแฟนตาซีกึ่งจริงกึ่งฝัน รวมถึงความหรูหราตามแบบฉบับ High Fashion ด้วย

คอนเซ็ปต์นี้มีการตีความว่า Lady Gaga ใช้ยุคปลายของสมัยกลาง (Late Middle Ages) ที่เป็นช่วงตกต่ำที่สุดของยุคสมัยนี้เพื่อสื่อให้เห็นถึงความเจ็บปวดของเธอด้วย

ด้านที่เจิดจ้าไปด้วยแสงสว่างหรือความตื่นรู้ (อยู่ในช่วงฟื้นฟูศิลปะวิทยาการในยุคกลาง) Lady Gaga ตีความมันออกมาผ่านการทำงานเพลงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอมองว่า Shangri-La สตูดิโอของโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ริก รูบิน ที่อยู่ในเมืองมาลิบู, แคลิฟอร์เนีย ซึ่งใช้เป็นสถานที่ในการบันทึกเสียงอัลบั้ม Mayhem เกือบทั้งชุดเป็นเหมือนห้องรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลของเธอเอง

“Mayhem คืออัลบั้มที่เป็นบทสรรเสริญความรักที่ฉันมีต่อดนตรีอย่างแท้จริง นี่คืองานเพลงที่ผสมผสานดนตรีหลากหลายตระกูล (Genre) รวมถึงความฝันที่แตกต่างกันออกไปของฉันเข้าไว้ด้วยกันด้วย” Lady Gaga กล่าวไว้เช่นนี้ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทาง Los Angeles Times

ความฝันที่เธอสื่อถึงก็คือการนำ Industrial Music (การสร้างเสียงสังคราะห์ที่ฟังคล้ายกับเสียงเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมมาทำเป็นเสียงดนตรี) ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จากหลากหลายยุคมาหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันให้เป็นดนตรีป๊อปในแบบของเธอเอง

โดย Lady Gaga เผยว่า Mayhem เป็นงานเพลงที่สนุกมาก เพราะเธอได้ทำลายกฎเหล็กในการทำเพลงที่แต่ก่อนเธอเคยยึดถือลงอย่างสิ้นเชิง กฎเหล็กดังกล่าวก็คือความคิดที่ว่าแนวเพลงบางแนวไม่ควรที่จะอยู่ในอัลบั้มชุดเดียวกัน

ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์

Lady Gaga นำดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มาผสมผสานกับดนตรี กรันจ์ ร็อก และดนตรีอัลเทอร์เนทีฟจากยุค 90 ซึ่งไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน

เธอฟังเพลงของ Prince และ เดวิด โบวี จนตกตะกอนและนำเมโลดี้ที่เป็นลายเซ็นของศิลปินระดับตำนานผู้ล่วงลับทั้ง 2 คนมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเรียบเรียงดนตรีและนำเบสไลน์สไตล์ฟังก์, ดนตรี เฟรนช์ เฮาส์

รวมถึงการนำ แอนาล็อก ซินธิไซเซอร์ จำนวนมากมาทดลองใช้เพื่อนำบรรยากาศดนตรีเต้นรำและซินธ์ป๊อปจากยุค 80 ให้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งด้วย

Killah เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงสาวทรงเสน่ห์ที่ใช้ความเย้ายวนของเธอในการฆาตกรรมเป็นแทร็กที่ถือว่าสดใหม่มากสำหรับ Lady Gaga หากมองในแง่มุมที่ว่า เธอตั้งใจข้ามขีดจำกัดทางด้านตระกูลดนตรีไปสู่ขอบเขตใหม่ของดนตรีป๊อปในแบบของเธอเอง นี่คือเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

เพลง Killah ได้ดีเจหนุ่มชาวฝรั่งเศส Gesaffelstein มาร่วมงานด้วยเป็นเพลงที่มีซาวด์อินดัสเทรียล ที่ได้รับอิทธิพลมาจากเพลง Closer ของวง Nine Inch Nails มาแบบเต็มๆ ส่วนริฟฟ์กีตาร์แบบ ป๊อป ฟังก์ ก็คล้ายกับงานเพลงของ Prince อยู่ไม่น้อย

กล่าวโดยสรุปได้ว่านี่เป็นเพลงในแบบที่ Lady Gaga ไม่เคยทำมาก่อนในงานเพลงชุดไหนเลยก็หน้านี้

เนื้อหาของเพลง Blade of Grass พูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ต้องการอะไรมากเกินไปกว่าใบหญ้าที่นำมาพันรอบนิ้วนางของเธอแทนแหวนแต่งงาน และถึงแม้ว่าจะยืนอยู่บนซากปรักหักพังของโบสถ์ ผู้หญิงคนนี้ก็จะรักผู้ชายเจ้าของแหวนแต่งงานที่ทำจากใบหญ้านี้ตลอดไป

นี่คือเพลงแนวเพาเวอร์ บัลลาด ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในฐานะนักแต่งเพลงของ Lady Gaga อย่างชัดเจน

โดยเธอได้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงเพลงนี้มาจากความรู้สึกเมื่อครั้งที่ ไมเคิล โปลันสกี อยากจะขอเธอแต่งงานและถามว่าเขาควรทำอย่างไรดี

ซึ่งเธอตอบกลับไปว่า “คุณแค่ไปถอนหญ้ามาทำเป็นแหวนให้ฉันเท่านั้นก็พอแล้ว เพราะฉันจะตอบตกลงทันที”

Zombieboy เป็นเพลงป๊อป ฟังก์ ที่คิดเบสไลน์ได้อย่างน่าทึ่ง ฟังแล้วคิดถึงเพลงดิสโก้ และโซล จากยุค 80 เพลงนี้แต่งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับ ริก เจเนสต์ นายแบบและศิลปินผู้ล่วงลับที่ได้รับการจารึกชื่อลงบน Guinness World Records ในฐานะที่เป็นบุคคลที่มีรอยสักทั่วทั้งร่างกายมากที่สุดในโลก โดยริกเคยร่วมแสดงในเอ็มวีเพลง Born This Way ของเธอมาก่อนด้วย

ส่วน How Band Do U Want Me เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากอัลบั้ม 1989 ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ไม่มีผิด นี่คือเพลงในแนวซินธ์ป๊อปที่ติดหูสุดสุด

เพลงอื่นๆ ในอัลบั้มอย่าง Abracadabra, Garden of Eden, Perfect Celebrity, Vanish Into You รวมถึง Die With a Smile ที่เธอร่วมร้องกับ บรูโน่ มาร์ส มีส่วนผสมของดนตรีหลายแนวไม่ว่าจะเป็น อิเล็กโทรป๊อป, แกลม ร็อก, อารีน่า ร็อก และอื่นๆ จนยากจะหาคำมาจำกัดความได้ว่า Mayhem เป็นงานเพลงแนวไหน

แต่ที่บอกได้แน่ๆ ก็คือนี่คืออัลบั้มเพลงป๊อปที่มีความกล้าหาญและฉีกออกจากกรอบมากที่สุดชุดหนึ่ง ท่ามกลางงานเพลงป๊อปร่วมสมัยมากมายในปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้ทำให้ Mayhem กลายเป็นงานเพลงที่ตกผลึกมากที่สุดเท่าที่ Lady Gaga เคยทำมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Mayhem งานเพลงป๊อปแนวรื้อสร้าง ที่ตกผลึกที่สุดของ Lady Gaga

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...