"หลานม่า" กับความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของหนังไทย แม้ไปไม่ถึงรอบสุดท้ายออสการ์
“หลานม่า” คือภาพยนตร์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก ได้เข้าชิงออสการ์ในสาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม แม้จะไม่ได้ไปถึงรอบสุดท้าย แต่ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเดินทางมาไกลขนาดนี้? มาดูกันว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลัง!
- เนื้อหากินใจ ข้ามวัฒนธรรมได้
"หลานม่า" เป็นผลงานของผู้กำกับ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของเอ็ม (รับบทโดย บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) หลานชายที่กลับมาดูแลอาม่าเหม้งจู (รับบทโดย แต๋ว-อุษา เสมคำ) ในช่วงบั้นปลายชีวิต เนื้อหาอบอุ่นและสะท้อนความรักในครอบครัว ทำให้ผู้ชมจากหลากหลายวัฒนธรรมสามารถเชื่อมโยงได้ง่าย - นักวิจารณ์ให้คะแนนสูงสุด
ในเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ภาพยนตร์ได้รับคะแนนรีวิวเชิงบวกจากนักวิจารณ์ถึง 100% จากทั้งหมด 10 รีวิว และผู้ชมให้คะแนนเฉลี่ยที่ 97% ส่วนในเว็บไซต์ Douban ของจีน ผู้ชมกว่า 140,000 คนให้คะแนนเฉลี่ยที่ 8.9/10 อีกทั้งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ว่าเป็น “หนึ่งในภาพยนตร์ที่กินใจที่สุดในปี 2024” - คว้ารางวัลระดับนานาชาติ
"หลานม่า" ได้รับรางวัล Audience Award จากเทศกาลภาพยนตร์เอเชียนิวยอร์ก ครั้งที่ 23 และคว้ารางวัล Best Picture และ Best Original Screenplay จากงาน Asia Pacific Film Festival รวมถึงทำรายได้ทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ก้าวไกลเกินกว่าภาพยนตร์ไทยทั่วไป
แม้ไปไม่ถึงรอบสุดท้ายของออสการ์
แม้ “หลานม่า” จะได้รับเสียงตอบรับดี แต่คู่แข่งก็หนักมาก โดยภาพยนตร์ที่เข้ารอบ 5 เรื่องสุดท้าย ได้แก่ "I'm Still Here" จากบราซิล, "The Girl with the Needle" จากเดนมาร์ก, "Emilia Pérez" จากฝรั่งเศส, "The Seed of the Sacred Fig" จากเยอรมนี และ "Flow" จากลัตเวีย ซึ่งล้วนเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ระดับโลก
- การผลักดันจากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติของไทยได้เลือก "หลานม่า" เป็นตัวแทนประเทศในการชิงออสการ์ โดยให้เหตุผลว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีศักยภาพในการเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกและถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นสากล
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า "หลานม่า" จะไม่ผ่านเข้ารอบ 5 เรื่องสุดท้าย แต่ความสำเร็จนี้ยังคงเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพของวงการภาพยนตร์ไทยในเวทีสากล