โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

จับหนุ่มไทย สั่ง 'ยาต้องห้าม' จากเว็บเถื่อนกัมพูชา มาขายนับแสนขวด มูลค่ากว่า 20 ล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 05.57 น.

สืบ บชน.ร่วม สาธารณสุขจับกุม ยา Alprazolam – Dormicum ลอบนำเข้าจากกัมพูชา นับแสนขวด มูลค่ากว่า 20 ล้าน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 กรกฎาคม ที่ บก.สส.บชน. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส., นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการสำนักงาน อ.ย. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายสุทธินันท์ หรือ เบนซ์ อายุ 31 ปี พร้อมของกลาง วัตถุออกฤทธิ์ ประเภท 2 ยากลุ่ม Alprazolam และ Dormicum เป็นจำนวนกว่า 82,000 เม็ด ยาน้ำกว่า 1,900 ขวด มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

พล. ต.ท.สยาม กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล สงสัยว่าอาจมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขายสิ่งผิดกฎหมาย ในเว็บไซต์ที่ผู้กระทำความผิดเป็นสมาชิกอยู่ จึงรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเข้าไปตรวจสอบหาข้อมูลในเว็บไซต์ดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นการกระทำความผิดที่อาจเกิดขึ้นในรูปแบบอาชญากรรมออนไลน์

จนกระทั่งตรวจสอบพบ ผู้กระทำความผิดซึ่งมีการโฆษณาว่า สามารถจำหน่ายยาที่มีความเป็นอันตรายและต้องห้ามนำเข้าในราชอาณาจักรจำนวนหลายชนิด หลายประเภททั้งแบบเม็ดแคปซูล และแบบน้ำ อาทิเช่น Alprazolam, MST มอร์ฟีน, Dormicum ผ่านทางช่องทางออนไลน์ และเมื่อทำการตรวจสอบชื่อยาดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทำให้ทราบว่า Alprazolam และ Dormicum เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ที่รัฐต้องควบคุมการนำเข้าและจำหน่ายในราชอาณาจักร ส่วน MST มอร์ฟีน ก็เป็นยาเสพติด
ประเภท 2 ที่รัฐต้องควบคุมการนำเข้าและจำหน่ายในราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน

จากการสืบสวนทราบว่าได้มีการเก็บซุกซ่อนยาผิดกฎหมายดังกล่าวไว้ที่บ้าน 2 หลัง ในพื้นที่ อำเภอคูคต
จังหวัดปทุมธานี โดยหลังที่ 1 ได้ใช้เป็นที่จัดส่งสินค้าให้ลูกค้า และ หลังที่ 2 ได้ใช้เป็นโกดังสำหรับเก็บสินค้าจำนวนมาก จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีขอหมายค้น บ้านทั้ง 2 หลังดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 15 กรกฎาคม เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาล ได้สนธิกำลังร่วมกับ
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ นักเรียนหลักสูตรสืบสวนคดีอาญารุ่นที่ 116 ทำการตรวจค้นบ้าน 2 หลังดังกล่าว ผลการตรวจค้น พบยาที่มีการลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 เป็นจำนวนกว่า 82,000 เม็ด ยาน้ำกว่า 1,900 ขวด มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และสามารถจับกุม นายสุทธินันท์ หรือ เบนซ์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเจ้าของยาผิดกฎหมายดังกล่าว ได้ ซึ่งนับว่าเป็นการจับกุมกระบวนการลักลอบนำเข้ายาและวัตถุออกฤทธิ์ โดยผิดกฎหมาย ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งก็ว่าได้

จากการซักถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ตนได้ทำการสั่งซื้อยาและวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าว มาจาก
ประเทศกัมพูชา ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์โดยผิดกฎหมาย และจะจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์ ให้กับลูกค้าในกลุ่มปิด โดย ยากลุ่ม Alprazolam และ Dormicum มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม มักมีการนำไปผสมกับเครื่องดื่ม เพื่อให้เกิดอาการง่วงซึม และนำไปสู่การล่อลวงเพื่อกระทำผิดอื่นๆ ส่วนยากลุ่ม MST มอร์ฟีน เป็นยาแก้ปวดอย่างแรง แต่ก็เป็นสารเสพติดด้วยเช่นกัน มักนำไปใช้เสพอย่างผิดกฎหมาย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา 1. จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำ เพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 2. จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 3.จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต

และจะได้ทำการสืบสวนขยายผล หาผู้ร่วมกระบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับหนุ่มไทย สั่ง ‘ยาต้องห้าม’ จากเว็บเถื่อนกัมพูชา มาขายนับแสนขวด มูลค่ากว่า 20 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...