โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เลขาฯ ป.ป.ส. จ่อบินเชียงราย รับตัว 2 นักค้ายารายสำคัญ หลบหนีซุกท่าขี้เหล็ก!

เดลินิวส์

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 03.58 น. • เดลินิวส์
จับตา “เลขาฯ ป.ป.ส.” บินลง จ.เชียงราย รับตัว “เตชินท์”-“ฉมัง” 2 นักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวไทยรายสำคัญ 16 ก.ค. นี้ ชี้ชัดพฤติการณ์ระดับสั่งการขนยาเสพติดเข้าไทย “ยาบ้า-เฮโรอีน-ไอซ์” มีค่าหัวนำจับ 2.5 ล้านบาท หลังหนีหมายจับศาลเกือบปี ซุกกบดาน จ.ท่าขี้เหล็ก

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเคลื่อนไหวภายในสำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ประเด็นการขยายผลติดตามจับกุมบุคคลชาวไทย ที่เกี่ยวข้องในคดียาเสพติดรายสำคัญ ระดับผู้สั่งการ ซึ่งส่วนใหญ่มักหลบหนีหมายจับศาลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกรณี นายเตชินท์ หน่อวงศ์ และนายฉมัง กันทวงศ์ ซึ่งมีพฤติการณ์จัดหายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เครือข่ายผู้ลำเลียงชาวไทย ลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ซึ่งหลังจากทั้งคู่ถูกออกหมายจับในคดียาเสพติด เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 67 ได้ร่วมกันหลบหนีไปอาศัยที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา

อย่างไรก็ดี การติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวไทยทั้ง 2 รายนี้ มาจากกรณีที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาเสพติด เฮโรอีน 154 กก. ที่ จ.ชัยนาท ต่อเนื่อง จ.สุพรรณบุรี จากนั้น ป.ป.ส. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคี เปิดปฏิบัติการต่อเครือข่ายของนายเตชินท์ ในห้วงวันที่ 5 มี.ค. 68 ภายใต้ปฏิบัติการตัดไฟแต่ต้นลม ครั้งที่ 3 ได้มีการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ 10 จุด ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.สุพรรณบุรี จ.อ่างทอง จ.สุโขทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และจับกุมเครือข่ายของนายเตชินท์ ได้อีก 1 ราย คือ นายพรรคภูมิ (สงวนนามสกุล) พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่า 80 ล้านบาท อาทิ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ ทองรูปพรรณ เงินในบัญชีธนาคาร เป็นต้น

นอกจากนี้ ในห้วงเดือน ต.ค. 67-มิ.ย. 68 มีการจับกุมยาเสพติดเครือข่ายของนายเตชินท์ รวม 4 คดี พร้อมของกลางยาเสพติด ไอซ์ 609 กก. เฮโรอีน 154 กก. ยาบ้า 1.3 ล้านเม็ด และสามารถขยายผลออกหมายจับผู้ต้องหา 8 ราย ยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ว่านายเตชินท์และนายฉมัง ได้หลบหนีหมายจับไปอาศัยอยู่ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่ยังคงมีพฤติการณ์สั่งการและจัดหายาเสพติดให้บุคคลในเครือข่ายลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในอย่างต่อเนื่อง สำนักงาน ป.ป.ส. จึงกำหนดให้บุคคลทั้งสอง เป็นเป้าหมายในโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญตามหมายจับประจำปีงบประมาณ 2568 รวมเงินรางวัลนำจับ 2.5 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา เรามักถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงจับได้เพียงผู้คนลำเลียงยาเสพติดและผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น ตนจึงอยากอธิบายว่า การติดตามจับกุมนักค้ายาเสพติด ระดับผู้สั่งการ ส่วนใหญ่คนเหล่านี้มักหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการหลบหนีหมายจับของศาล ดังนั้น จึงต้องมีการเปิดปฏิบัติการตัดไฟแต่ต้นลม ครั้งที่ 1-4 ตามที่ปฏิบัติมา โดยในครั้งที่ 3 ป.ป.ส. ได้มีการยึดทรัพย์ของเครือข่ายนายเตชินท์ ได้กว่า 80 ล้านบาท ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ค. ตนได้เดินทางไปพบกับ ผบ.ตร.ประเทศเมียนมา เพื่อประสานขอความร่วมมือช่วยจับกุม 2 ผู้ต้องหาดังกล่าว จึงทำให้ในวันที่ 16 ก.ค. นี้ ตนและคณะ จะนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ อินทรีย์ 19 เดินทางไปยังด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อรับส่งมอบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 ราย คือ นายเตชินท์ หน่อวงค์ และนายฉมัง กันทวงค์ ซึ่งมีบทบาทเป็นนักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญในระดับผู้สั่งการ มีพฤติการณ์จัดหายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เครือข่ายผู้ลำเลียงชาวไทยลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เผยอีกว่า สำหรับเครือข่ายของนายเตชินท์ และนายฉมัง เกือบทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่จับกุมของกลางยาเสพติดได้นั้น มักมีปริมาณตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักหลายล้านเม็ด จึงทำให้เห็นว่าทั้งคู่มีกำลังในการสั่งยาเสพติดปริมาณมากเข้าไทย หากเราจับกุมระดับผู้สั่งการได้ มั่นใจได้ว่าปริมาณการลักลอบลำเลียงยาบ้าและยาเสพติดประเภทอื่นจะลดลง

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เผยต่อว่า ในวันที่ 17 ก.ค. นี้ เวลาประมาณ 13.00 น. สำนักงาน ป.ป.ส. จะมีการจัดงานที่สโมสรทหารบก มีการกล่าวรายงานโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยการกล่าวปาฐกถามอบนโยบายจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งภายในงานจะมีการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค/ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกันจับมือทำสนธิสัญญา เพื่อที่จะให้แผนปฏิบัติการปี 2568 ที่นอกจากเรื่องการ Seal Stop Safe และโครงการสังคมสงบสุขจากยาเสพติด โครงการสังคมปลอดภัยจากยาเสพติดแล้วนั้น เราจะมุ่งเน้นไปที่การขจัดเรื่องยาเสพติดในหมู่บ้านมากขึ้น เจาะลึกตามตรอกซอย ภายใต้โครงการ “หมู่บ้านปลอดยาเสพติด” ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องไปขับเคลื่อนผ่านกลไกราชการ ทั้งนายอำเภอและผู้ใหญ่บ้าน เสมือนการทำธรรมนูญหมู่บ้านของแต่ละแห่ง ต้องไม่มียาเสพติดทุกประเภทเด็ดขาด แม้อาจยังไม่เห็นผลในเร็ววัน แต่จะต้องทำให้ได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...