โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กทท. ลุยแก้รถติดท่าเรือแหลมฉบัง ใช้ระบบ Truck Queue 100% ส.ค.นี้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.08 น.
กทท. เปิดเวทีระดมสมองครั้งใหญ่ แก้จราจรติดขัดท่าเรือแหลมฉบัง เดินหน้าใช้ระบบ Truck Queue 100% ส.ค.นี้

การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ครั้งใหญ่ เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้ประกอบการขนส่ง ผู้นำเข้า-ส่งออก หน่วยงานรัฐและเอกชน ร่วมแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) หลังปริมาณตู้สินค้าที่เข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 10% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ จากผลกระทบนโยบายนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีรถบรรทุกใช้บริการเฉลี่ยวันละ 15,000–20,000 คัน เกินขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานเดิม รองรับไม่ไหว เกิดปัญหารถติดอย่างรุนแรง

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า การประชุมจัดขึ้นในลักษณะการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพราะต้องการเปิดพื้นที่ให้ผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหา และทบทวนมาตรการที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงและผลักดันการดำเนินการให้เกิดผลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยได้เรียนเชิญผู้ให้บริการท่าเทียบเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ส่งออก–นำเข้า และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐและภาคเอกชน ฯลฯ มาร่วมแสดงความคิดเห็นจากปัญหาการจราจรแออัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.)

ซึ่งเกิดจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งตู้สินค้าผ่าน ทลฉ. เพิ่มขึ้นกว่า 10% ใน 5 เดือนแรกของปีนี้ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้รถบรรทุกหนาแน่นและจราจรติดขัดรุนแรงเกินโครงสร้างพื้นฐานที่ ทลฉ. รองรับได้ในปัจจุบัน รวมทั้งปัญหาเรือดีเลย์และตู้สินค้าคงค้างอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าปี 2568 จะมีรถบรรทุกใช้บริการ ทลฉ. กว่า 5.4 ล้านคันต่อปี เฉลี่ย 15,000 คัน/วัน และอาจสูงสุดถึง 20,000 คัน/วัน 820 คัน/ชั่วโมง ที่ผ่านมา กทท. ได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านนโยบาย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านกระบวนการทำงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านกฎหมายและด้านอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้นำมาสู่มาตรการในระยะต่างๆ ได้แก่ มาตรการเร่งด่วน จัดสรรพื้นที่ 70 ไร่ และ 22 ไร่ เพื่อรองรับรถบรรทุกที่เพิ่มขึ้น เพิ่มพื้นที่ภายในศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟเพื่อวางตู้สินค้าขาออก ซึ่งจะสามารถรองรับตู้สินค้าได้เพิ่มอีก 19,410 TEUs

นอกจากนี้ยังนำระบบ IT มาใช้ในการบริหารจัดการ เช่น พัฒนา Mobile Application เพื่อบริหารจัดการจราจร และบังคับใช้ระบบ LCP Truck Queue 100% ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ในด้านการประสานงานจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก อาทิ กรมศุลกากรเพื่ออนุญาตให้จัดเก็บตู้สินค้าขาเข้านอกเขตท่าเทียบเรือเป็นการชั่วคราว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจปล่อยสินค้าให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง เร่งเปิดช่องทางเข้า-ออกใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร เพื่อลดความแออัดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง สำหรับการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม กทท. ได้จัดห้องสุขาเคลื่อนที่เพิ่มเติมอีก 12 จุด และจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันได้ดำเนินมาตรการคู่ขนาน โดยเตรียมพื้นที่นอกเขตรั้วศุลกากรกว่า 83 ไร่ สำหรับเป็นจุดพักรถบรรทุก และปรับพื้นที่ว่างในศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟใช้เป็นพื้นที่สำรองจอดรถบรรทุก

ในระยะยาว กทท. ได้ร่วมมือกับธนาคารโลก (World Bank) จัดทำ Master Plan โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้น และเร่งดำเนินโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างค่าภาระและการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อลดตู้สินค้าคงค้างและเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง

ที่ประชุมมีมติเร่งขับเคลื่อน 3 ประเด็นหลักทันที ได้แก่ การผลักดันระบบ Truck Queue ให้ใช้งานเต็มรูปแบบ การบำรุงรักษาร่องน้ำให้มีความลึกตามมาตรฐานเพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ และการจัดหาพื้นที่วางตู้สินค้าชั่วคราวเพิ่มเติมโดยเร่งด่วน กทท. เชื่อว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือกลไกสำคัญในการผลักดันการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนเวลา และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...