โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

OR ร่วง 3% เซ่นกัมพูชาแบน “น้ำมันไทย” เร่งระบายสต๊อกเดิม ยันไร้กระทบรายได้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.02 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (23 มิ.ย.68) ราคาหุ้น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ณ เวลา 10:20 น. อยู่ที่ระดับ 10.20 บาท ลบ 0.30 บาท หรือ 2.86% สูงสุดที่ระดับ 10.30 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 68.11 ล้านบาท

โดยมีสาเหตุมาจากวานนี้ 22 มิ.ย. นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยว่า กัมพูชาจะระงับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซจากประเทศไทยทั้งหมด ทั้งนี้ บริษัทจัดหาน้ำมันในกัมพูชาสามารถนำเข้าจากแหล่งอื่นได้อย่างเพียงพอ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซภายในประเทศ

ส่วนก่อหน้าการประกาศดังกล่าวประชาชนกัมพูชาโดยเฉพาะปอยเปตเริ่มกักตุนน้ำมันและน้ำดื่มจากไทย เนื่องจากราคาน้ำมันในกัมพูชาสูงกว่า เช่น น้ำมันเบนซิน 95 ในกัมพูชาราคา 50 บาท/ลิตร เทียบกับ 41.54 บาทในไทย

ขณะที่ล่าสุด OR บริษัทไทยที่ลงทุนเปิดสถานีบริการน้ำมันกัมพูชาจำนวน 186 แห่ง อาทิ กรุงพนมเปญ เมืองเสียบเรียบ และตามเส้นทางหลักต่างๆ กล่าวว่า โดยจากข่าวว่ารัฐบาลกัมพูชาอาจจะประกาศห้ามไม่ให้นำเข้าน้ำมันจากประเทศไทยไปยังสถานีบริการน้ำมันของ OR ในกัมพูชานั้น

ทางผู้บริหารระดับสูงของ OR ระบุว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงยังไม่ขอให้ความเห็นใดๆ และกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในแต่ละวันว่าการห้ามนำเข้าน้ำมันจากประเทศไทยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และจะเริ่มมีผลเมื่อใด

ทั้งนี้ กรณีหากกัมพูชาสั่งห้ามนำเข้าน้ำมันของ OR จำหน่ายในประเทศจากเหตุการณ์นี้ OR จะขายน้ำมันที่มีอยู่ในสต็อกตามปั๊มแต่ละแห่งจนหมดก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไป ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ OR เนื่องจากกัมพูชามีปั๊มน้ำมัน OR เพียง 186 แห่ง และร้านกาแฟอเมซอนอีก 254 แห่ง เทียบกับปั๊มในไทยที่มีมากกว่า 2,000 แห่ง

โดย OR ในถานะผู้ส่งน้ำมันได้วางกลยุทธ์ให้กัมพูชาเป็น “บ้านหลังที่สอง” (Second Homebase) ในการดำเนินธุรกิจผ่านบริษัท PTT Cambodia Limited (PTTCL) เพื่อให้บริการจัดหาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในกัมพูชามาตั้งแต่ปี 1995 ผ่านช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ได้แก่

1.ให้บริการเติมน้ำมันเครื่องบิน ผ่านสนามบินนานาชาติพนมเปญ เสียมเรียบ และ Kong Keng, 2.ให้บริการส่งน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และหล่อลื่นให้กับโรงงานอุตสาหกรรม

3.ขายปลีกน้ำมันผ่านสถานีบริการน้ำมัน พีทีทีสเตชั่นจำนวน 186 สาขา (ณ มี.ค. 68), 4.ทำธุรกิจเสริมอื่นๆ ทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ธุรกิจร้านกาแฟ Café Amazon โดยประเทศกัมพูชามีจำนวนสาขามากเป็นอันดับ 1 มีจำนวนสาขารวม 254 สาขา (ณ มี.ค. 68) ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่, เปิดสถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station PluZ และสถานี battery swapping สำหรับรถสามล้ออีวี รวมถึงการร่วมกับพันธมิตรเปิดร้านสะดวกซัก Otteri wash & dry แห่งแรกในกัมพูชา, 5.ขายส่งผ่านผู้ค้าส่ง และบริษัทน้ำมัน ผ่านคลังน้ำมันเรียม และ 6.บริหารคลังน้ำมันจำนวน 7 แห่ง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายนักวิเคราะห์เชื่อว่าข่าวนี้จะมีผลกระทบจำกัดต่อ OR แม้ว่าปริมาณขายน้ำมันในกัมพูชาจะคิดเป็นประมาณ 28%-30% ของปริมาณขายน้ำมันต่างประเทศทั้งหมดในไตรมาส 1/68 แต่กัมพูชานั้นสร้าง EBITDA คิดเป็นเพียงประมาณ 4% ของ EBITDA ทั้งหมดของ OR เท่านั้น

นอกจากนี้ เชื่อว่าแม้จะมีการห้ามการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากไทย แต่บริษัทย่อยของ OR ในกัมพูชาก็น่าที่จะนำเข้าน้ำมันจากประเทศอื่นมาขายแทนได้ ทั้งนี้ OR มีสถานีบริการน้ำมันรวม 186 แห่ง, ร้าน Cafe Amazon จำนวน 254 ร้าน, และร้านสะดวกซื้อ 71 แห่งในกัมพูชา ณ สิ้นไตรมาส 1/68 ทั้งนี้แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างไทยและกัมพูชาฝ่ายนักวิเคราะห์มองผลกระทบเป็นลบเล็กน้อยต่อ OR เนื่องจาก OR มีกำไรจากขายนํ้ามันและกาแฟในกัมพูชาคิดเป็นประมาณ 4% ของกำไรทั้งหมด ในขณะที่ PTT ไม่มีการส่งก๊าซธรรมชาติไปกัมพูชาอยู่แล้ว ทั้งนี้ยังคาแนะนำ "ถือ" OR ราคาเป้าหมายที่ 15.00 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...