ด่วน! ตร.กองปราบฯ เรียก ฟิล์ม รัฐภูมิ เปลี่ยนข้อหาจากพยายามกรรโชกเป็นพยายามฉ้อโกง
ไนน์เอ็นเตอร์เทน
อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 18.10 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทยเมื่อเวลา 13.20 น.วันนี้ (8 ก.ค.68) ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ทั้งในฐานะผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา
ต่อมาเวลา 15.00 น. ทนายประมาณ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ว่า วันนี้ไม่มีรายละเอียดคดีใหม่เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มีการเปลี่ยนแปลงในข้อหาที่ฟิล์ม รัฐภูมิ ถูกกล่าวหา จากเดิมเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา ฟิล์มพร้อมทนายความได้เข้าพบ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.สธาปน์ ปัญญาพยัคฆ์ รอง ผกก.2 บก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์และหมิ่นประมาท ข้อหาดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีคลิปเสียงที่ถูกระบุว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างฟิล์ม รัฐภูมิ และ นางสาวกฤษณ์อนงค์ หรือ เจ๊พัท เพื่อเรียกรับเงินจำนวน 20 ล้านบาทจาก “บอสพอล ดิไอคอนฯ” รวมถึงข้อหาหมิ่นประมาทนักจัดรายการชื่อดัง
แต่ในการเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ ข้อหาได้ถูกเปลี่ยนแปลงจาก “พยายามกรรโชกทรัพย์” เป็น “พยายามฉ้อโกง” แทน ซึ่งทนายประมาณได้ตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนแปลงข้อหานี้ โดยให้เหตุผลว่า ข้อหากรรโชกทรัพย์คือการทำให้เกิดความกลัวเพื่อหวังทรัพย์สิน แต่ข้อหาฉ้อโกงหมายถึงการหลอกลวงให้หลงเชื่อและส่งมอบทรัพย์สินโดยทุจริต ซึ่งหากกระทำไม่สำเร็จจะเรียกว่าพยายามฉ้อโกง
ทนายประมาณยังกล่าวเสริมว่า แม้เจ๊พัทจะถูกศาลตัดสินจำคุกอยู่ในเรือนจำแล้ว แต่กรณีของเจ๊พัทไม่เกี่ยวข้องกับฟิล์ม รัฐภูมิ และพยายามโยงเรื่องให้เกี่ยวข้องกัน ดูแล้วไม่เข้าองค์ประกอบความผิดใด ๆ เลย และยังได้ย้ำข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนข้อหาเป็นพยายามฉ้อโกงว่า “ฉ้อโกงตรงไหน?” โดยระบุว่าการฉ้อโกงจะต้องมีการหลอกลวง ทำให้หลงเชื่อ ส่งมอบทรัพย์สิน และมีการได้ไปซึ่งทรัพย์สินโดยทุจริต หากทำไม่สำเร็จจึงจะเป็นการพยายามฉ้อโกง.-ไนน์เอ็นเตอร์เทน