โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ภาษี “ทรัมป์” เอฟเฟกต์ 36% จับตา“ข้าว-ถุงมือยาง” เสียตลาดให้เวียดนาม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.34 น.

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งจดหมายแจ้งต่อ 14 ประเทศแรก เกี่ยวกับอัตราภาษีศุลกากร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป โดยรวมถึง “ประเทศไทย” ด้วย เว้นแต่ว่าจะสามารถเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่กับสหรัฐฯ ได้ในเร็วๆ นี้

จากกรณีดังกล่าวนี้ นายอดิศักดิ์ กองวารี นายกสมาคมถุงมือยางไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” รู้สึกผิดหวัง เพราะคาดหวังว่าอย่างน้อยไทยจะได้รับการพิจารณาปรับลดอย่างน้อย 1%-2%จากภาษีทรัมป์ 36% ซึ่งหากภาษียังคงยืนพื้น เช่นจะทำให้ถุงมือยางประเทศไทยขายไม่ได้แพงกว่า ขณะที่มาเลเซีย ภาษี 24% ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้ผลิตอันดับต้นของโลก แล้วยังได้สิทธิเหนือประโยชน์กว่า 10% เพราะฉะนั้นราคาถูกกว่าไม่มีทางสู้ได้แน่นอน ท้ายที่สุดต้องเสียตลาดให้มาเลเซีย ซึ่งตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดเบอร์1 ของโลก มีการใช้จำนวนมากให้ทั้งราคาและเครดิตดีที่สุด หากเสียตลาดนี้ไปไม่มีทางหาตลาดอื่นมาทดแทนได้อีก

“ส่วนตลาดอื่นก็ต้องไปแข่งขันกับประเทศจีนที่เข้าสหรัฐอเมริกาไม่ได้ ก็ต้องเตรียมตอกฝาโลงเพราะว่าปีที่ผ่านมาจีนไปทุ่มราคาประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะของที่ล้นจากการเข้าไปขายที่อเมริกาไม่ได้ ก็ทะลักเข้ามาขายที่ไทยเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลจีนสนับสนุนอัดฉีดเต็มที่เพื่อช่วยสนับสนุนเอกชนจีน โดยสรุปก็คือกลุ่มถุงมือยางไทยได้รับผลกระทบเต็ม จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน”

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ถึงงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทที่ผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอให้รัฐบาลมีการทบทวนใหม่ ให้นำมาเสริมศักยภาพผู้ส่งออกในการหาเงินเข้าประเทศได้ อีกด้านหนึ่งรัฐบาลก็ได้รายได้จากการจัดเก็บภาษี ที่สำคัญไม่กระทบซัพพลายเชนที่เป็นเอสเอ็มอีในประเทศ เพราะเมื่อผู้ส่งออกขายไม่ได้ ผู้ค้าในประเทศจะไปขายใคร จะกระทบเป็นลูกโซ่ ไปถึงสินค้าเกษตร กระทบเกษตรกร สุดท้ายก็เลิกการจ้างงานเป็นทอดๆในที่สุด เพราะฉะนั้นต้องออกมาเป็นนโยบายฉุกเฉินเพื่อนำงบประมาณดังกล่าวมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด

สอดคล้องกับนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงผลกระทบจากสหรัฐฯ เก็บภาษี 36% จะส่งผลกระทบกับการส่งออกข้าวหอมมะลิในปี 2568 ซึ่งจะทำให้ข้าวหอมมะลิ ราคาปรับตัวขึ้นไปเป็น 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เนื่องตลาดสหรัฐอเมริกา เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ปีหนึ่งส่งออกข้าวหอมมะลิไปชนิดเดียวปริมาณ 6.5 แสนตัน แต่หากรวมชนิดอื่นๆด้วย ปริมาณรวม 8.3 แสนตัน ปี 2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...