โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โกลาหล! “สถานทูตไทย” ในเตหะรานสั่งคนไทยอพยพด่วน ท่ามกลางอิหร่านหนีตายกลางดึกหลัง “ทรัมป์” สั่งทุกคนหนีออกไปทันทีก่อนรีบออกจากที่ประชุม G-7 ในแคนาดา

Manager Online

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 11.27 น. • MGR Online

เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – สถานทูตไทยประจำอิหร่านออกหนังสือสั่งการเรียกอพยพประชาชนไทยออกนอกกรุงเตหะรานด่วนชี้ ไม่ปลอดภัยสูง ส่วนประชาชนอิหร่านคืนวันจันทร์(16 มิ.ย) ในกรุงสุดอลหม่านหนีจ้าละหวั่น รวมนักศึกษาจากอินเดีย บางส่วนหนีเข้าอาร์มีเนีย หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนดุทุกคนให้รีบอพยพ ก่อนออกจากการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G-7 ที่แคนาดาเร็วก่อนกำหนดโดยไม่เปิดเผย

ไทม์สออฟอิสราเอลของรายงานวันนี้(17 มิ.ย)ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความแตกตื่นในอิหร่านคืนวันจันทร์(16)จากคำเตือนให้ทุกคนรีบหนีออกไปจากกรุงเตหะราน อ้างเหตุที่อิหร่านไม่รับข้อตกลงจำกัดนิวเคลียร์อิหร่านของสหรัฐฯท่ามกลางการสาดขีปนาวุธระหว่างกันไปมาระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียมีใจความว่า “ อิหร่านสมควรลงนามใน ‘ข้อตกลง’ ที่ผมบอกให้พวกเขาลงนาม มันช่างน่าละอายอะไรเช่นนี้และทำให้ชีวิตมนุษย์ต้องสูญเสียไปโดยไร้ประโยชน์”

และเสริมต่อด้วยการพิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่ว่า “ขอให้รู้ว่า “อิหร่านไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้”

ก่อนกล่าวต่อที่ทำให้ทุกคนต้องตาค้างว่า “ผมขอพูดซ้ำอีกครั้งและอีกครั้ง! ทุกคนต้องอพยพออกไปจากกรุงเตหะรานทันที!”

สื่ออิสราเอลรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยสาเหตุการที่ประชาชนอิหร่านภายในกรุงเตหะรานที่มีถึง 10 ล้านคนต้องรีบอพยพออกไปในทันที

อย่างไรก็ตาม สถานทูตไทยประจำอิหร่านออกหนังสือคำสั่งอพยพลงวันที่ 17 มิ.ย พ.ศ 2568 ให้ประชาชนไทยที่อาศัยในเมืองหลวงให้อพยพออกไปทันทีโดยอ้างอิงไปถึงสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยในกรุงเตหะราน

โดยในหนังสือสั่งการมีใจความว่า “เนื่องมาจากสถานการณ์ภายในกรุงเตหะรานทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยและยังไม่มีแน้วโน้มในระยะใกล้ที่จะกลับมาเป็นปกติ”

“สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอให้คนไทยเดินทางออกนอกพื้นที่กรุงเตหะราน”

ทั้งนี้ได้กล่าวว่า “ ‘ในโอกาสแรก’ สามารถเดินทางไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเมืองเมือง Amol (สำหรับบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น) หรือเดินทางไปพักกับญาติพี่น้องนอกกรุงเตหะรานก่อนเพื่อความปลอดภัย”

โดยในคำแถลงจากสถานทูตไทยประจำอิหร่านยังเตือนไปยังพลเมืองไทยให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงดขตทหาร สถานที่พลุกพล่านหรือมีการชุมนุม

การอพยพพลเมืองต่างชาติออกจากกรุงเตหะรานไม่ใช่เฉพาะแค่ไทยเพราะ กระทรวงต่างประเทศอินเดียตามการรายงานของไทม์สออฟอินเดียได้ออกมายืนยันวันอังคาร(17)ว่า บรรดานักศึกษาอินเดียได้หนีออกไปจากกรุงเตหะรานเพื่อความปลอดภัยด้วยความช่วยเหลือจากสถานทูตอินเดีย

ขณะที่นักศึกษาอินเดียที่สามารถเดินทางออกไปเองได้ได้รับคำแนะนำให้หนีออกนอกเมืองหลวงอิหร่านไปโดยไวจากมุมมองของการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับ อ้างอิงจากแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศอินเดีย

นอกจากนี้กระทรวงยังเปิดเผยต่อว่า มีพลเมืองแดนภารตะบางส่วนได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกไปจากอิหร่านผ่านทางพรมแดนอาร์มีเนีย

ไทม์สออฟอินเดียรายงานต่อว่า ไม่นานหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯโพสต์สั่งให้ทุกคนอพยพออกจากกรุงเตหะราน โฆษกทำเนียบขาวออกแถลงว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางออกจากการประชุมสุดยอดผู้นำ G-7 ที่แคนาดาเร็วกว่ากำหนดโดยจะเดินทางกลับมาที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เนื่องมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง

และสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯถูกเรียกเข้าห้องมอนิเตอร์สถานการณ์ฉุกเฉิน (Situation Room) จากการที่ทรัมป์ส่งสัญญาณให้สหรัฐฯอยู่ในความพร้อมขั้นสูง

ไทม์สออฟอิสราเอลรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯออกมาปฎิเสธว่า การรีบออกมาจากที่ประชุม G-7 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อตกลงหยุดยิงอิสราเอล-อิหร่าน แต่เป็นอะไรที่ใหญ่กว่านั้นมาก โดยไม่อธิบายในรายละเอียด

ทั้งนี้สื่ออิสราเอลอ้างว่า สถานีโทรทัศน์ช่อง 14 ของอิราเอลที่เป็นสถานีโปรนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้เคยรายงานอ้างว่า สหรัฐฯตัดสินใจเข้าร่วมอิสราเอลทำสงครามต่อต้านอิหร่าน

แต่อย่างไรก็ตามผู้ช่วยโฆษกทำเนียบขาวรีบออกมาปฎิเสธโดยยืนกรานว่า “กองกำลังสหรัฐฯนั้นยังคงต่อสถานะการป้องกันตัวเองและนั่นยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง พวกเราจะปกป้องผลประโยชน์อเมริกัน”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...