โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์สั่งเก็บภาษีนำเข้า 30% จาก EU และเม็กซิโก เริ่ม 1 ส.ค.นี้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 16.06 น.
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ 30% จากสหภาพยุโรปและเม็กซิโก เริ่ม 1 ส.ค.นี้ อ้างปกป้องความมั่นคงชาติและลดการค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 30% สำหรับสินค้าที่มาจากสหภาพยุโรป (EU) และเม็กซิโก โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นการขยายมาตรการภาษีในวงกว้าง หลังจากก่อนหน้านี้ได้แจ้งเก็บภาษีนำเข้ากับอีก 23 ประเทศทั่วโลก

ทรัมป์เผยรายละเอียดของการตัดสินใจครั้งนี้ผ่านจดหมายที่ส่งถึงนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนางคลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีเม็กซิโก พร้อมโพสต์จดหมายทั้งสองฉบับบนแพลตฟอร์ม Truth Social

ในจดหมายถึงประธานาธิบดีเม็กซิโก ทรัมป์ระบุว่า แม้เม็กซิโกจะพยายามสกัดกั้นการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายและยาเสพติดประเภทเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐฯ แต่ความร่วมมือยังไม่เพียงพอ พร้อมระบุว่าเม็กซิโกต้องมีบทบาทมากกว่านี้ในการควบคุมปัญหาที่เขามองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของอเมริกา

ส่วนจดหมายที่ส่งถึงผู้นำคณะกรรมาธิการยุโรป ทรัมป์กล่าวหาว่าการขาดดุลทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ EU ก่อให้เกิดความเสียเปรียบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจอเมริกัน และถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของชาติ พร้อมทั้งระบุว่า EU ยังไม่ได้แสดงท่าทีที่จริงจังในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ

ที่ผ่านมา EU เคยเสนอร่างข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราสูง โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่จะเรียกเก็บภาษี 50% กับกลุ่มประเทศยุโรป แต่ภายหลังได้ถอนคำขู่ดังกล่าวออก และมีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจา ก่อนที่จะมีคำประกาศล่าสุดนี้

เม็กซิโกและ EU ถือเป็นสองคู่ค้ารายล่าสุดที่ได้รับจดหมายแจ้งการจัดเก็บภาษีในอัตราใหม่จากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยในช่วงสัปดาห์เดียวกัน ทรัมป์ได้ส่งจดหมายลักษณะเดียวกันไปยังประเทศคู่ค้าอีก 23 ประเทศ รวมถึงแคนาดา ญี่ปุ่น บราซิล และไทย ซึ่งกำหนดอัตราภาษีแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 20% ถึง 50%

การตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ที่ทรัมป์ยึดมั่น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าต่างชาติ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมในประเทศ และปกป้องตลาดแรงงานสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปลายปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...