ราคาน้ำมันดิบร่วงกว่า 2% กังวลภาษีทรัมป์กดเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันดิบโลกวันนี้ปิดลบกว่า 2% หลังตลาดกังวลมาตรการภาษีทรัมป์กดดันเศรษฐกิจโลก ประกอบกับคาดการณ์โอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิต
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 11 ก.ค. 2568 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 66.57 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.81 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 68.64 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.55 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับลดลงกว่า 2% หลังตลาดกังวลเรื่องผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน โดยล่าสุด ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากบราซิลเป็น 50% รวมถึงเพิ่มภาษีนำเข้าจากหลายประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา แอลจีเรีย อิรัก และลิเบีย ที่อัตรา 30% บรูไนและมอลโดวา 25% และฟิลิปปินส์ 20% นอกจากนี้ ยังปรับเพิ่มภาษีนำเข้าทองแดงเป็น 50% โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. 68
ขณะที่ตลาดคาดโอเปกพลัสจะปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 550,000 บาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. 68 ทั้งนี้ การปรับเพิ่มดังกล่าวจะส่งผลให้โอเปกพลัสสามารถบรรลุเป้าหมายการปรับเพิ่มกำลังการผลิตที่ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงบรรลุแผนการปรับฐานการผลิตของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้น 3 แสนบาร์เรลต่อวันภายในเดือน ก.ย. 68 เร็วกว่ากำหนดเดิมราว 1 ปี โดยการประชุมเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับปริมาณการผลิตเดือน ก.ย. 68 จะมีขึ้นในวันที่ 3 ส.ค. 68
ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 4 ก.ค. 68 ปรับเพิ่มขึ้น 7.07 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 426 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล