โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ซีเค พาวเวอร์” พลิกฟื้นกำไร ธุรกิจเติบโตมั่นคง-แข็งแกร่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • เดลินิวส์
“ซีเค พาวเวอร์” ธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีความสำคัญในฐานะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาและความก้าวหน้าของทุกภาคส่วน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต

ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมผ่านการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ โดย บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เป็นบริษัทที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศผ่านธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างธุรกิจโรงไฟฟ้า

รู้จัก ซีเค พาวเวอร์

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 18 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,640 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่ง โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่น 2 แห่ง และ โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 13 แห่ง โดยในปัจจุบันร้อยละ 93 ของกำลังการผลิตติดตั้งมาจากพลังงานหมุนเวียน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งมั่นจะเป็นหนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดภายในปี 2586

พลิกฟื้นทำกำไร

“ซีเค พาวเวอร์” มีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วม จำนวน 991 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 139 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จำนวน 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 305 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่รับรู้ขาดทุนจากการดำเนินงาน 242 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานสำคัญมาจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 สามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าเดือน ม.ค.-พ.ค. 2568 มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 3 และยังมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 อยู่ที่ 363 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณน้ำไหลเข้า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย

ซีเค พาวเวอร์ พลิกกลับมาทำกำไรได้ เนื่องจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ของบริษัท โดยรายได้การขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำในช่วงต้นปี 2568 ที่มากกว่าปีก่อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าสามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าได้มากขึ้นร้อยละ 7

นอกจากนี้การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมลดลงถึง 563 ล้านบาท เหลือเพียง 7 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลงร้อยละ 99 จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 41 ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การเงินแข็งแกร่ง

ฐานะการเงินของ ซีเค พาวเวอร์ มีความแข็งแกร่งต่อเนื่อง ณ วันที่ 31 มี.ค. 2568 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.72 เท่า มีหนี้สินรวมลดลงร้อยละ 3 จากสิ้นปี 2567 และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมในระดับต่ำที่ 0.53 เท่า

ที่สำคัญ ซีเค พาวเวอร์ ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตตราสารหนี้ “จากทริปเปิ้ลบีบวก” เป็น “เอลบ” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2568 พร้อมคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “เอลบ” และแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” โดยอันดับเครดิตที่ปรับสูงขึ้นนี้สะท้อนถึงโครงสร้างหนี้ที่แข็งแกร่งขึ้น จากการบริหารหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ การทยอยลดภาระหนี้ของบริษัทย่อย และการรักษาระดับความสามารถในการชำระหนี้ให้อยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง ส่งผลให้ภาพรวมทางการเงินของบริษัทมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ซีเค พาวเวอร์ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานในปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.085 บาท เป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 691 ล้านบาท

เปิดแผนกลยุทธ์

แผนงาน ปี 2568-2573 “ซีเค พาวเวอร์” ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบไพรเวท พีพีเอ และยื่นประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเฟส 2 จากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน ด้านโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ที่ร่วมกับบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีอีเอ็ม ในเฟสแรก จะทยอยแล้วก่อสร้างแล้วเสร็จและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับบีอีเอ็ม ได้ครบทุกโครงการในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 ด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2568 อยู่ที่ร้อยละ 48 ซึ่งเป็นไปตามแผน

ก้าวต่อไปของ “ซีเค พาวเวอร์” มีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ด้านการเงินสีเขียว (กรีน ไฟแนนซ์) โดยใช้กลไกการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน

มุมมองความยั่งยืน

โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในเครือของกลุ่มบริษัทซีเค พาวเวอร์ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 8.8 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ

ซีเค พาวเวอร์ ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (กรีนบอนด์) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท นำไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างของบริษัทเป็นหลัก และส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

“สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อซีเค พาวเวอร์ ในฐานะองค์กรที่มีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคง การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาด พร้อมทั้งมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติของห่วงโซ่อุปทาน”

“ซีเค พาวเวอร์” ถือว่าเป็นธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีความสำคัญในฐานะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาและความก้าวหน้าของทุกภาคส่วน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาส ในการสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการเติบโตของประเทศอย่างสมดุลในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...