โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จีนไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชาดับความซ่า ฮุนเซน

แนวหน้า

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

มองจากอาการดิ้นพล่านของพนมเปญ ที่นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต โทรศัพท์ไปหา นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประธานหมุนเวียนอาเซียน 2025 ให้เป็นตัวกลางเจรจาแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา เพียงหนึ่งวัน หลังจากสถานทูตจีนออกแถลงการณ์ไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ที่บ่งชี้ว่า ฮุนเซน เข้าตาจนแล้ว

การสร้างสถานการณ์ขัดแย้งครั้งใหม่ ที่ทุกฝ่ายรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของ ฮุนเซน ว่าเขาสร้างสถานการณ์ขัดแย้งกับประเทศไทย เพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวของลูกชาย ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ที่นำพากัมพูชาสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และเกิดวิกฤตศรัทธาประชาชนในประเทศกัมพูชา

วิกฤตศรัทธาทำให้เสถียรภาพรัฐบาลตลอดกาลของครอบครัว ฮุนเซน โอนเอนซวนเซแต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ ฮุนเซน ก็สร้างสถานการณ์ความขัดแย้งกับไทยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ปลุกกระแสชาตินิยมในหมู่ชาวกัมพูชา ที่ ฮุนเซน กดหัวอยู่ใต้อำนาจเผด็จการ สามารถสั่งการสมุนบริวารในเครือข่ายหันซ้ายหันขวาได้

แหล่งข่าวในกรุงพนมเปญ บอกกับแนวหน้าว่าฮุนเซน สั่งให้ลูกสาวเจ้าของสถานีทีวี “บาเญน” เสนอข่าวปั่นกระแสตั้งแต่ต้นปีว่า นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต มีความกระตือรือร้นเรียกคืนหมู่ปราสาท 25 แห่ง ตามแนวชายแดนไทย กลับมาเป็นของกัมพูชา การปั่นกระแสข่าวครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า ฮุน มาเนต ให้ความสำคัญกับมรดกชาติที่ถูกประเทศไทยอุบไว้เป็นของตน

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ฮุน มาเนต ออกสื่อทุกวัน แสดงความกล้าหาญพร้อมปะทะกับทหารไทยทุกเมื่อ เขาปลุกกระแสชาตินิยม จนได้รับการชื่นชมจากคนในเครือข่าย และสมุนบริวารนาย ฮุนเซน ที่ยกหูชูหาง ฮุน มาเนต เป็น วีรบุรุษผู้รักชาติ ท่ามกลางความอดอยากของชาวกัมพูชา ที่อดอยากแร้นแค้นอย่างไรมีปากก็พูดไม่ได้

ครอบครัว ฮุนเซน และคนในเครือข่าย มั่งคั่งเหลือกินเหลือใช้ มีคฤหาสน์หลังใหญ่ใช้รถหรูกันถ้วนหน้าชนชั้นนำกัมพูชา ไม่รู้สึกรู้สา ราวกับชาวกัมพูชาส่วนใหญ่เหมือนทาสในเรือนเบี้ย สร้างสถานการณ์ขัดแย้งชายแดนไทยแล้วยั่วยุท้าทายรณรงค์แบนสินค้าไทย ทั้งๆ ที่การผลิตในประเทศกัมพูชา เลี้ยงประชากรประมาณ 14 ล้านคนได้เพียง 30% เท่านั้นหมายความว่าชาวกัมพูชา 70% ต้องพึ่งพาสินค้าอุปโภค-บริโภคจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่จากไทย

วันที่ 7 มิถุนายน นายกฯฮุน มาเนต โทรศัพท์ไปร้องเรียน นายอันวาร์ อิบราฮิบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียน โดยโอดครวญว่าประเทศไทยรุกรานกัมพูชา ขอให้อาเซียนช่วยปรามประเทศไทย ซึ่งตามหลักปฏิบัติอาเซียน มีหน้าที่จัดประชุมเท่านั้น ไม่มีอำนาจหน้าที่แทรกแซงกิจการภายในชาติสมาชิก นายฮุน มาเนต โทรศัพท์ไปพูดกับนายอันวาร์ เพียงเพื่อให้เป็นข่าวปั่นกระแสได้ในกัมพูชาเท่านั้น

เย็นวันเดียวกัน กองทัพไทยมีภารกิจหลัก คือ ปกป้องอธิปไตยของชาติ ประกาศกฎอัยการ ศึกสั่งปิดด่านชายแดน 6 แห่งได้แก่ 1. ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 2. ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ 3. บ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว 4. บ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี 5. บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
6. บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

การปิดด่านสำคัญ 6 แห่ง ที่เป็นแหล่งคอลเซ็นเตอร์ และบ่อนการพนันในเขตกัมพูชา ทำให้สมุนบริวารนายฮุนเซน ออกมาโวยวายว่า ทหารไทยปิดชายแดนทำไมไม่บอกเขมรก่อน สมุนบริวารฮุนเซน มีสันดานเหมือนเจ้านายของพวกเขาที่เอาแต่ใจ ยั่วยุ ท้าทาย เรียกร้องให้แบนสินค้าไทย พอทหารไทยสนองตอบให้ก็โวยวายไม่พอใจ

ทหารไทยมีวินัย มีอุดมการณ์รักชาติ ยึดมั่นความสัมพันธ์ชาติต่อชาติ ซึ่งต่างกับครอบครัวนายกรัฐมนตรีไทย ที่ยึดถือความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวต่อครอบครัว เหนือความสัมพันธ์ชาติต่อชาติ เห็นได้ชัดเจนจากท่าทีอ่อนน้อมออมชอมว่าไม่มีอะไรน่ากังวลผู้นำกับผู้นำคุยกันตลอดเวลา

ขณะที่เขมรก้าวร้าวขุดคูเลตล้ำมาในประเทศไทย 200 เมตร พร้อมทหารติดอาวุธรุกล้ำดินแดนไทย ไม่ยอมถอนทหารออกไป ตามที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีกลาโหมไทยตกลงกับ รมต.กลาโหมกัมพูชา

ในเวลาเดียวกัน นายฮุนเซน แสดงท่าทีแข็งกล้าท้าทาย ขู่ว่า หากไทยไม่ถอนทหารออกจากช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พื้นที่ตรงนั้นจะกลายเป็น “กาซา”นายฮุนเซน หมายถึงฉนวนกาซาที่อิสราเอลใช้อาวุธหนักถล่มพลเรือนปาเลสไตน์ตายไปแล้วกว่า 60,000 ศพ กัมพูชาซึ่งมีประวัติฆ่ากันเองภายในตายกว่า 2 ล้านคน ไม่สำเหนียกว่าที่จะกลายเป็นกาซา น่าจะเป็นครอบครัวนายฮุนเซน

ส่วนนายฮุน มาเนต ผู้สืบสันดานบิดา ขู่จะนำความขัดแย้งเขตแดนที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่ขัดแย้งช่องบก ขึ้นฟ้องศาลโลก

ทหารไทยรู้ดีว่าความเคลื่อนไหว ของนายฮุน มาเนต ไม่ว่าจะโทรศัพท์ไปหา นายอันวาร์ หรือจะนำความขัดแย้งขึ้นศาลโลก ล้วนเป็นการสร้างกระแสให้เป็นข่าว ในหนังสือพิมพ์กัมพูชา ที่ทีวีเขมรออกข่าวความเคลื่อนไหวทำให้นายฮุน มาเนต ได้ออกสื่อทุกวัน และ ฮุนเซน ถือว่านั้นประสบความสำเร็จตามแผนการแล้ว ส่วนเรื่องความขัดแย้ง และ เรื่องศาลโลก เมื่อรัฐบาลไทยชุดนี้ล้มหายตายจากไปเรื่องราวก็เงียบหายไปเหมือนในอดีต

อย่างไรก็ตามความขัดแย้งครั้งนี้นายฮุนเซน ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างมหันต์ ที่คิดว่าสหายผู้มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลฝึกงานในประเทศไทย สามารถสั่งการให้ทหารหันซ้ายหันขวาได้เหมือนในกัมพูชา ความผิดครั้งใหญ่ของนายฮุนเซน คือ ประเมินความแหลมคมของจีนต่ำเกินไป ที่เข้าใจเอาเองว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไม่มาเยือนไทย แต่ไปเยือนกัมพูชาแสดงว่า จีนเข้าข้างกัมพูชา ฮุนเซน ไม่รู้ว่านั้นเป็นเพียงการแสดงออกเฉพาะกาลของปักกิ่งเท่านั้น

ปักกิ่งรู้ว่ารัฐบาลฝึกงานของไทยอยู่ได้ไม่นาน ปธน.สี จึงไม่ให้ความสำคัญกับนายกฯไร้เดียงสา แต่นั้นเป็นเพียงการสั่งสอนเฉพาะหน้าเท่านั้น นายฮุนเซน ไม่รู้ว่าจีนกับไทยมีความสัมพันธ์กันอย่างล้ำลึก ระหว่างประชาชนต่อประชาชน และระดับชาติต่อชาติมากกว่ากัมพูชา

จีนตระหนักดีว่าไทยยืนบนลำแข้งลำขาตัวเองมาตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบัน

จีนเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า รัฐบาลไทยปัจจุบัน ควบคุมสั่งการได้เฉพาะนักการเมือง และสมุนบริวารในเครือข่ายนายใหญ่เท่านั้น ในประเทศไทยมีหลายองค์กร หลายสถาบัน ที่อยู่เหนือการควบคุมรัฐบาล เช่นกองทัพและกระบวนการยุติธรรม ที่รัฐบาลนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ ไม่สามารถก้าวก่ายแทรกแซงได้

ซึ่งแตกต่างกับกัมพูชาที่ทุกองค์กร ทุกสถาบัน อยู่ใต้อิทธิพลของฮุนเซน เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปักกิ่งจึงมองกัมพูชาเหมือนคนป่วยวิกฤตที่ยังมีชีวิตได้ เพราะสายออกซิเจนช่วยหายใจของจีน วันไหนจีนถอดสายออกซิเจนคนป่วยกัมพูชาก็สิ้นลมหายใจ

การที่สถานทูตจีนออกแถลงการณ์ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา แสดงว่า จีนไม่ต้องการให้คนป่วยตาย เพราะทหารไทยเหยียบสายออกซิเจน

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า

“หลายวันที่ผ่านมานี้ ประชาชนไทยให้ความสนใจมากต่อท่าทีของฝ่ายจีนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยจึงขอแถลงว่า จีนยึดมั่นในหลักการแก้ไขข้อพิพาทโดยผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือกัน เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ไทยและกัมพูชาล้วนเป็นมิตรประเทศที่บ้านใกล้เรือนเคียงของจีน จีนหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้ความยับยั้งชั่งใจ ส่งเสริมการพูดคุยสื่อสารและเจรจากัน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงโดยเร็ว ทั้งนี้ จีนยินดีที่จะประสานกับทั้งไทยและกัมพูชาต่อไป และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค”

เชื่อว่าแถลงการณ์สถานทูตจีน ปรามความซ่าของฮุนเซน ได้ไม่มากก็น้อย และมั่นใจว่าภายสองสัปดาห์ สถานการณ์ความขัดแย้งต้องคลี่คลาย เพราะถึงเวลานั้น มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในประเทศไทย รัฐบาลฝึกงานอาจล่มสลายไปกับวันที่เทวดาชั้น 14 ตกสวรรค์

สุทิน วรรณบวร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...