โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ส่องมาตรการภาษีรัฐ ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์-ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลดคาร์บอน 18 ล้านตัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.22 น.

ถือเป็นอีกกลไกหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเข้าใกล้เป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2608

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการลงทุนและการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อสร้างแรงจูงใจหรือสนับสนุนให้ผู้ที่สนใจ โดยพุ่งเป้าไปที่ ประชาชนผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะลงทุนในทรัพย์สินประเภทวัสดุ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงหรือฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานระดับ 5 ดาว จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถนำมาหักค่าใช้จ่าย/รายจ่ายในการซื้อหรือการลงทุนในทรัพย์สินประเภทวัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ จำนวน 1.5 เท่าของรายจ่ายจริง

มาตรการดังกล่าวนี้ จะมีผลบังคับใช้นับถัดจากวันที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศ เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571

พพ.ชี้ให้เห็นว่า ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตลอดการส่งเสริมจากมาตรการนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้รวม 254,063.22 ล้านบาท สามารถลดการใช้ไฟฟ้าของประเทศรวมได้ 30,268.16 ล้านหน่วยต่อปี ช่วยลดลดการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีในรูปแบบ Spot LNG เพื่อผลิตไฟฟ้าได้ 110,188.33 ล้านบาท และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 15.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar rooftop) ในบ้านอยู่อาศัย เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนที่เข้าข่ายราว 90,000 ราย ซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 40 (1) - (8) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

สามารถนำเงินลงทุนในการติดตั้งระบบ Solar rooftop มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในวงเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยชื่อผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องตรงกับชื่อเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านอยู่อาศัย และมีสิทธิการลดหย่อนภาษี 1 บุคคล ต่อ 1 มิเตอร์ ต่อ 1 ระบบ และ Solar rooftop ที่ติดตั้งต้องเป็นระบบ On-grid และมีกำลังการผลิตติดตั้งไม่เกิน 10 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ต่อหลัง และต้องเป็นระบบที่มีการจัดซื้อ ติดตั้ง และยื่นขออนุญาตเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย พร้อมหลักฐานใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (Tax Invoice) ของการจัดซื้อและติดตั้งระบบ Solar rooftop และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารขออนุญาตเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า มาตรการนี้ มีระยะเวลานับถัดจากวันที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศให้มีผลบังคับใช้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตลอดการส่งเสริมจากมาตรการนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรวม 20,250 ล้านบาท สามารถลดการใช้ไฟฟ้าของประเทศรวม 585 ล้านหน่วยต่อปี ลดการนำเข้า Spot LNG เพื่อผลิตไฟฟ้า 2,100 ล้านบาท และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 2.64 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

อย่างไรก็ตาม พพ.ประเมินว่า จากการดำเนินการทั้ง 2 มาตรการนี้ จะส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 27,956.35 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับการส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในภาคอุตสาหกรรม และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในระบบของประเทศลงมา จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 274,313 ล้านบาท โดยเป็นการลดการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีในรูปแบบ Spot LNG เพื่อผลิตไฟฟ้าได้ถึง 112,288 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 17.99 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

อีกทั้ง ยังจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการผลิต และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...