โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮุนเซนเงิบ!ผู้เชี่ยวชาญจีนยันเองอาวุธที่มอบให้เขมรยิงไม่ถึงกทม. ไม่เลือกข้างใครถ้าไทย-กัมพูชาเปิดศึกสู้รบ

Manager Online

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 23.18 น. • MGR Online

กัมพูชาอาจใช้อาวุธที่ผลิตโดยจีนโจมตีไทย แต่อาวุธเหล่านั้นจะมีพิสัยการโจมตีไม่ถึงกรุงเทพฯ และดูเหมือนว่าปักกิ่งจะไม่เลือกข้างใคร ถ้าความตึงเครียดเกี่ยวกับเขตแดน ลุกลามสู่ความขัดแย้งทางทหาร ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์เมื่อวันอาทิตย์(29มิ.ย.) อ้างอิงนักวิเคราะห์ชาวจีนรายหนึ่ง

"อาวุธที่ส่งออกของจีน เป็นลักษณะของการป้องกันตนเอง และหลังจากซื้อแล้ว สิทธิความเป็นเจ้าของและการใช้งานจะตกเป็นของประเทศผู้รับทั้งหมดทั้งมวล" ซ่ง จงปิง (Song Zhongping) ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร อดีตครูฝึกแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีนกล่าว

"จีนไม่ปรารถนาเห็น 2 มิตรเก่าแก่ของพวกเขาทำสงครามกัน แม้กระทั่งเกี่ยวกับประเด็นพิพาทด้านดินแดน" เขากล่าว พร้อมระบุปักกิ่งจะหาทางอำนวยความสะดวกการเจรจาและข้อตกลงหยุดยิงหนึ่ง "ไทยเป็นทั้งมิตรเก่าแก่ของจีนและเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ ส่วนกัมพูชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน"

คำประเมินของ ซ่ง จงปิง มีขึ้นตามหลังรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เมื่อวันศุกร์(27มิ.ย.) อ้างคำกล่าาวของ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่บอกว่าประเทศของเขามีอาวุธที่สามารถโจมตีได้ถึงกรุงเทพฯ

ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาพุ่งสูงขึ้น เกี่ยวกับพื้นที่พิพาทตามแนวชายแดนที่เรียกว่าสามเหลี่ยมมรกต มีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 ราย ระหว่างการปะทะกันช่วงสั้นๆเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ลุกลามบานปลายทางทหาร ตามรายงานของเซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์

จีนคือแหล่งที่มาหลักในด้านอาวุธของทั้ง 2 ประเทศ แต่ ซ่ง บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่กัมพูชาจะคุกคามเมืองหลวงของไทย ด้วยระบบจรวดหลักของพวกเขาที่ผลิตโดยจีน "นอกจากนี้แล้วกัมพูชายังไม่มีเครื่องบินขับไล่ที่มีศักยภาพบรรทุกขีปนาวุธพิสัยไกล" ขณะเดียวกันงบประมาณกลาโหมของกัมพูชายังคิดเป็นสัดส่วนแค่ราวๆ 1 ใน 10 ของงบประมาณกลาโหมของไทย "ศักยภาพของกองทัพไทยแข็งแกร่งกว่ากองทัพกัมพูชาเป็นอย่างมาก"

อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม ( SIPRI ) พบว่าจีนแซงหน้าสหรัฐฯ กลายเป็นผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ที่สุดของไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คิดเป็นสัดส่วนถึง 44% ในการนำเข้าด้านการทหารของไทย

ขณะเดียวกัน กัมพูชา แทบจะพึ่งพิงอาวุธจากจีนโดยสิ้นเชิง โดยหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานว่าอาวุธของจีนคัดเป็นสัดส่วนมากถึง 95% ในอาวุธทั้งหมดของกัมพูชา

ซ่ง ระบุว่าจีนต่างจากสหรัฐฯ ที่ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขต่างๆสำหรับการใช้งานอาวุธของตนเอง "มันแตกต่างจากสหรัฐฯ ที่บ่อยครั้งกำหนดมาตรการควบคุมแนวทางการใช้อาวุธของพวกเขา"

มีข่าวลือไม่ได้รับการยืนยันว่าสหรัฐฯจำกัดอินเดียจากการใช้งานเครื่องบินทหารที่ผลิตโดยอเมริกา ระหว่างทำศึกความขัดแย้งกับปากีสถานเมื่อเร็วๆนี้ ในประเด็นพิพาทเกี่ยวกับแคชเมียร์

ในเดือนพฤษภาคม กองกำลังปากีสถานใช้เครื่องบินขับไล่J-10CE ระบบขีปนาวุธและระบบอาวุธต่างๆ สอยเครื่องบินรบราฟาลของอินเดีย ที่ผลิตโดยฝรั่งเศส ร่วงไปหลายลำ

อย่างไรก็ตาม ซ่ง มองว่ามีความแตกต่างใหญ่ๆกันหลายจุดในประเด็นพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา กับความเป็นปรปักษ์ระหว่างอินเดียและปากีสถาน ซึ่ง 2 ชาติหลังเกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางศาสนาที่หยั่งรากลึก

"ไทยและกัมพูชา ในฐานะประเทศที่มีชาวพุทธเป็นคนส่วนใหญ่ ไม่ได้มีการแตกต่างทางศาสนาอย่างรุนแรง และประเด็นพิพาทด้านชายแดนระหว่างพวกเขามีต้นตอจากการปกครองอาณานิคมของฝรั่งเศส" ซ่งกล่าว อย่างไรก็ตามเขาเน้นย้ำว่า จีน จะยังคงแนะนำให้มิตรประเทศทั้ง 2 อดทนอดกลั้นและคลี่คลายข้อพิพาทผ่านการเจรจา

ซ่ง ระบุต่อว่า จีน คงไม่เลือกยืนอยู่เคียงข้างฝ่ายใด หากว่าความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา ลุกลามบานบายสู่ความขัดแย้งทางทหาร

ทั้งนี้ ซ่ง ชี้แนะว่าสถาบันอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ในฮ่องกง "อาจแสดงบทบาทอย่างสน้างสรรค์ในการช่วยเหลือทั้ง 2 ประเทศ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าติดอาวุธ"

เขาเน้นย้ำว่าจุดยืนของจีนสอดคล้องกับผลประโยชน์อย่างกว้างๆของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) เพราะความขัดแย้งใดๆภายในกลุ่มจะบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค "นอกเหนือจากจีนแล้ว ตัวอาเซียนเองก็อาจจะมีส่วนร่วมในความพยายามเป็นคนกลาง"

(ที่มา:เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...