CGSI ชู PR9-BDMS หุ้นปลอดภัย รับรายได้ผู้ป่วยต่างชาติโต
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 07.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์นายเกษม พันธ์รัตนมาลา ผู้บริหารสูงสุดสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุด โดยระบุว่า บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ยังคงเป็นหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะจากแนวโน้มรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2568-2569 ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
สำหรับ PR9 คาดว่าในไตรมาส 2/2568 รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะเติบโตถึง 96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 25% ของรายได้รวม โดยในไตรมาส 3/2568 และไตรมาส 4/2568 จะยังเติบโตต่อเนื่องที่ 60% และ 47% ตามลำดับ สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติจะเพิ่มเป็น 25-26% ของรายได้รวมในแต่ละไตรมาส โดยกลุ่มผู้ป่วยหลักมาจากประเทศกาตาร์และบังคลาเทศ
โดยคาดว่า PR9 จะมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 65% จากปีก่อน ในปี 2568 และเติบโตต่อเนื่องอีก 14% จากปีก่อน ในปี 2569 โดยรายได้จากผู้ป่วยในจะเติบโต 28% และ 11% ในช่วงสองปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นเป็น 47% และ 49% ของรายได้รวมในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ เทียบกับ 41% ในปี 2567 ส่งผลบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า
สำหรับไตรมาส 2/2568 คาดว่า PR9 จะมีรายได้เติบโต 16% จากปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อน ขณะที่อัตราส่วน EBITDA จะขยับขึ้นเป็น 25.6% จาก 22.4% ในปีก่อนหน้า และคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ CGSI แนะนำ “ซื้อ” หุ้น PR9 โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 33.5 บาท คิดเป็น P/E ที่ 26 เท่า ในปี 2569 โดยมีความเสี่ยงจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติลดลงหรืออัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้สูงกว่าคาด แต่หากรายได้และมาร์จินสูงกว่าคาด อาจหนุนราคาหุ้นปรับขึ้นต่อได้
ด้าน BDMS รายได้ผู้ป่วยต่างชาติในไตรมาส 1/2568 เติบโต 11% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้ผู้ป่วยในประเทศเติบโต 4% จากปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 31% ของรายได้รวม และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 34.7% จาก 34.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้อ่อนตัวลงจาก 35.3% ในไตรมาส 4/2567 ส่วนอัตราส่วน EBITDA อยู่ที่ 25.2% ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า
CGSI คาดว่าอัตราส่วน EBITDA ของ BDMS จะลดลงเล็กน้อยเป็น 24.3% และ 24.0% ในปี 2568-2569 จาก 24.5% ในปี 2567 ตามแรงกดดันจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาดผู้ป่วยต่างชาติ อย่างไรก็ตาม BDMS ได้ลงทุนยกระดับโรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ตทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต, กรุงเทพสิริโรจน์ และโรงพยาบาลดีบุก ให้มีความพร้อมรองรับกลุ่มเป้าหมายครบทุกระดับตลาด และมีส่วนแบ่งเตียงรวมสูงถึง 86% ของจังหวัด
ทั้งนี้ CGSI มองว่า ราคาหุ้น BDMS ที่ปรับตัวลงจากปัจจัยภายนอกในระยะสั้นเป็นโอกาสเข้าซื้อ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายภาษีสหรัฐฯ น้อยกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 34 บาท คิดเป็น P/E 31 เท่า ในปี 2569 พร้อมประเมินว่ากำไรต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส และแนวโน้มผู้ป่วยต่างชาติที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นในระยะยาว