โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อสส. ตีกลับ 'ไซเบอร์' คดีโรแมนซ์สแกม หลอกเเม่อัยการดาว เหตุตร.ทำสำนวนไม่ครบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.42 น.

อสส.ตีกลับไซเบอร์ คดีโรแมนซ์สแกม หลอกเเม่อัยการดาว เหตุตำรวจทำสำนวนไม่ครบ ไม่ได้สอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงินหลายประเด็น ขณะที่คดีเตรียมครบฝากขังสุดท้าย 10 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีที่น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคดียาเสพติด หรือ อัยการดาว ได้รับมอบอำนาจจากมารดาเข้าเเจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ให้ดำเนินคดีกับขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ซึ่งหลอกลวงมารดาที่เป็น หญิงชราอายุเกือบ 80 ปี โดยมีพฤติการณ์เข้ามาตีสนิทในโลกออนไลน์หลอกให้โอนเงินในช่วงระยะเวลาสั้นๆเพียง 4-5 วัน ให้มีการโอนเงินจำนวนหลายสิบครั้งจนหมดยอดเงินถึง 7 เเสนกว่าบาทเมื่อวันที่ 12พ.ค.2568 ที่ผ่านมาว่า

สำหรับคดีนี้มีรายงานว่า ทาง พนักงานสอบสวน สอท.2 ได้ส่งคำร้องขอให้อัยการสูงสุด พิจารณาคดี ที่มีการกล่าวหา นางธนพน จำปาสุขเเละ น.ส.อัญชลี คำนึงสุขเฉพาะในส่วน 2 บัญชีม้า ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,พรบ.คอมฯ เเละร่วมกันฟอกเงินฯ ว่าเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักรซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของอัยการสูงสุด ตาม ป.วิอาญา มาตรา 20 หรือไม่

โดยมีรายงานว่า ในรอบแรก เป็นช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทาง สอท.ได้ทำสำนวนเสนอมายังสำนักงานอัยการสูงสุด ปรากฎว่า นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด พิจารณาแล้ว ได้ตีสำนวนคืนยัง สอท. เพราะมีหลายประเด็นที่พนักงานสอบสวนยังรวบรวมพยานในประเด็นที่ส่งมาไม่ชัดเจน เช่นการเบิกถอนเงิน จากบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี นายธนพน ที่มีการทำธุรกรรมถอนเงินสดผ่านตู้กดเงินอัดโนมัติ (ATM) ในประเทศกัมพูชา จำนวนหลายครั้ง รวมทั้งการโอนเงินการฝากเงิน ของคนร้ายที่ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้เสียหาย การเดินทางและการกระทำความผิดในขณะที่สนทนากับผู้เสียหายจนได้ทรัพย์สินไปนั้นได้กระทำในขณะอยู่นอกราชอาณาจักรไทย หรือไม่

รวมทั้งประเด็น พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับ กลุ่มผู้ต้องหาและมีบุคคคลอื่นใดที่ได้มีการสมคบกัน ในการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่มีกฎหมายกำหนดเป็นความผิด เพื่อซุกช่อนหรือปกปิด แหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังการกระทำความผิด มิให้ ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อปกบิดหรืออำพราง ลักษณะที่แท้จริงการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่ายการโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการ กระทำความผิด หรือได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มาครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันในการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ที่มีการกระทำความผิดส่วนหนึ่งส่วนใดจากนอกราชอาณาจักรไทย หรือมีตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนอยู่นอกราชอาณาจักรไทย

เนื่องจากข้อหาอื่นๆ ยังไม่พบว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร และผู้ต้องหาก็ทำธุรกรรม รับคำสั่งในประเทศไทย ที่ สอท. ส่ง สำนวนคดีนี้เป็นการกระทำความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร ที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวนคนหนึ่งคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 จึงมีคำสั่ง คืนเรื่องการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวน สอท.เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป หากปรากฏพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าได้มีการกระทำความผิดส่วนหนึ่งส่วนใดซึ่งมีโทษ ตามกฎหมายไทยเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร หรือมีตัวการ หรือผู้สนับสนุน หรือผู้ใช้ให้กระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ก็ให้ส่งไปให้พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20อีกครั้ง และได้คืนสำนวน ให้ทางพนักงานสอบสวน สอท.

ต่อมาครั้งที่ 2 ไม่กี่วันต่อมา สอท.ได้ส่งสำนวน ไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้ง โดยนายไพรัชได้พิจารณาแล้ว ว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับพยานหลักฐาน การทำธุรกรรม กับทางบริษัท ที่ผู้ต้องหาโอนเงินในการทำธุรกรรม ทางโทรศัพท์

แต่เมื่อพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ สอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่อยู่นอกราชอาณาจักร สำนวนที่เสนอมายังไม่เป็นความผิดที่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5,6 ที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดทำการสอบสวนแทน ตาม ป.วิอาญา มาตรา 20
สำนักงานอัยการสูงสุดจึงคืนเรื่องไปยังพนักงานสอบสวน สอท.2 เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง หากรวบรวมพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมจึงค่อยส่งไปให้พิจารณาตามกฎหมาย

ทั้งนี้สำหรับตัว น.ส.อัญชลีได้ถูกนำตัวไปยื่นคำร้องฝากขังเมื่อวันที่ 30 พ.ค.2568 เเละจะครบฝากขังครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 ส.ค.2568 หากยังไม่สามารถยื่นฟ้องศาลได้ทันจะพ้นอำนาจการคุมตัวของศาล ในส่วนนายธนพลผู้ต้องหาที่ 2 อยู่ระหว่างขณะหลบหนี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อสส. ตีกลับ ‘ไซเบอร์’ คดีโรแมนซ์สแกม หลอกเเม่อัยการดาว เหตุตร.ทำสำนวนไม่ครบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...