โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สืบนครบาลจับเพิ่ม 1 ราย ผู้ต้องหาปล้นเงิน 3.4 ล้าน ในห้างกลางกรุง พบหลบหนีพลาดท่าตกบ้านกระจกบาด

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.16 น. • RS PCL
สืบนครบาลจับเพิ่ม 1 ราย ผู้ต้องหาปล้นเงิน 3.4 ล้าน ในห้างกลางกรุง พบหลบหนีพลาดท่าตกบ้านกระจกบาด ด้านพ่อใน 1 ผู้ต้องหา เผยลูกเป็นคนดี เชื่อถูกเพื่อนชักชวนก่อเหตุ

ความคืบหน้าคดีกลุ่มคนร้าย 7 คน ก่อเหตุปล้นเงิน 3.4 ล้านบาทภายในศูนย์การค้าย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายและสามารถจับกุมได้แล้วคือ นายเฌอพัชญ์หรือหนาว และ น.ส.นานา

กระทั่งเมื่อวานนี้ช่วงเย็น ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ ผู้ต้องหาในคดีนี้อีก 5 คน ได้แก่
- นายวรวัฒน์ หรือปุ่น หรือ "เสือปุ่น" อายุ 43 ปี
- นายบอล อายุ 35 ปี (ชื่อจริงว่าบอล)
- นายรุ่งนิรันดร์ หรือ "โบ้" อายุ 32 ปี
- นายนนทวัฒน์ หรือ "สอง" อายุ 28 ปี
- นายอนันต์ชัย หรือ "ไอซ์" อายุ 26 ปี
ทั้งหมดถูกออกหมายจับในข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.ค. 68) มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาลสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มอีก 1 คน คือ นายนนทวัฒน์ หรือ "สอง" ภายในบ้านพักย่านนนทบุรี แต่ปรากฏว่านายสองได้พยายามหลบหนีด้วยการปีนหลังคาบ้านและตกลงมาถูกเศษกระจกบาดที่ขาได้รับบาดเจ็บ จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ก่อน แล้วหลังจากนั้นถึงค่อยนำตัวมาสอบปากคำที่ สน.พหลโยธิน โดยมีรายงานข่าวว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะเข้ามาสอบปากคำนายสองด้วยตนเอง

ขณะที่บรรยากาศช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ สน.พหลโยธิน จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจสิบเวรควบคุมหน้าห้องขังทราบว่า นายเฌอพัชญ์ หรือ "หนาว" และ น.ส.นานา สองผู้ต้องหาในคดีปล้นเงิน 3.4 ล้านบาท ในศูนย์การค้าย่านลาดพร้าว ยังคงกินได้นอนหลับอยู่ภายในห้องขังและไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ แต่ดูออกว่าทั้งคู่มีอาการซึมและเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยมีพ่อของนางสาวนานา เดินทางมาเยี่ยมและเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่า ลูกสาวมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด เท่าที่คุยลูกสาวบอกว่าถูกหลอกให้มาร่วมก่อเหตุ เพราะลูกสาวไม่รู้เรื่องด้วย คิดว่าจะมาซื้อขายเงินดิจิตอลกันอย่างเดียว คาดว่าลูกสาวน่าจะรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุจากการเที่ยวที่สถานบันเทิง ส่วนตัวไม่เคยทราบว่าลูกสาวมีหนี้สินหรือไม่ เพราะไม่เคยพูดคุยกันเรื่องส่วนตัว โดยตอนนี้ยังไม่ได้หารือหลักทรัพย์เกี่ยวกับการประกันตัวแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...