โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Hyundai Ioniq 9 เอสยูวีไฟฟ้าเรือธง

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

ในโลกของรถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว Hyundai ได้เปิดตัว “Hyundai IONIQ 9” รถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่แบบ 3 แถว ที่ไม่เพียงแค่เป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของอนาคตผ่านดีไซจ์น พแลทฟอร์มล้ำยุค และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง เป็นเรือธงใหม่ในตระกูล IONIQ ที่เปิดตัวต่อจาก IONIQ 5 และ IONIQ 6

Hyundai IONIQ 9 ได้เปิดตัว และประกาศราคาอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ที่ผลิตในโรงงาน HMGMA (Hyundai Motor Group Metaplant America) รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถ EV ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา

IONIQ 9 เดิมถูกเผยโฉมครั้งแรกในฐานะรถต้นแบบในปี 2021 ที่งาน AutoMobility LA โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “Living Space on Wheels” หรือ “ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่” จุดเด่นคือความกว้างขวาง โล่งโปร่ง และการจัดวางเบาะแบบ Lounge-Style พร้อมใช้เทคโนโลยีไร้สัมผัส การควบคุม ถูกพัฒนาขึ้นบนพแลทฟอร์ม E-GMP (Electric Global Modular Platform) ซึ่งเป็นพแลทฟอร์มสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ที่ใช้ร่วมกันในกลุ่ม Hyundai-Kia โดยใช้ร่วมกับ IONIQ 5, IONIQ 6 และ Kia EV9 โดย E-GMP ออกแบบเพื่อรองรับแบทเตอรีขนาดใหญ่ ส่งผลให้พื้นตัวรถเรียบแบน ง่ายต่อการออกแบบ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายใน และการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุล

ผู้ออกแบบ IONIQ 9 คือ SangYup Lee รองประธานบริหารฝ่ายออกแบบของ Hyundai อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบ Volkswagen AG (2010–2016) ซึ่งผลงานการออกแบบที่โดดเด่นของเขาได้แก่ Chevrolet Camaro (2010), Bentley Continental GT และ Bentley Flying Spur เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังรูปลักษณ์ของ IONIQ 5 และ Hyundai N Vision 74 การออกแบบของ IONIQ 9 ใช้แนวทาง "Parametric Pixel" เช่นเดียวกับ IONIQ รุ่นก่อนหน้า ที่เน้นเส้นสายที่เฉียบคม เรียบง่ายแต่แฝง ไปด้วยพลัง

.
ภายนอก IONIQ 9 โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงพิกเซล แนวเส้นตรงที่ยืดยาวตั้งแต่กระจังหน้าจนถึงท้ายรถ พร้อมด้วยหลังคาลาดต่ำ ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสมรรถนะการขับขี่

ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งแบบ “Relaxation Seat” พร้อมการออกแบบ lounge seat สร้างประสบการณ์การเดินทางที่สบายเหมือนอยู่ในบ้าน การออกแบบ Universal Island 2.0 (คอนโซลกลางแบบเลื่อน) พื้นห้องโดยสารเรียบสนิทช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง และความยืดหยุ่น ในการใช้งาน เบาะนั่งผ่อนคลายระดับพรีเมียมของผู้โดยสารในแถวที่ 1 ซึ่งสามารถปรับเอนได้เต็มที่พร้อมที่วางขาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ช่วยให้คุณเอนหลัง และพักผ่อนได้ระหว่างการชาร์จไฟ

IONIQ 9 ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงรบกวนบนท้องถนนที่ดีเยี่ยม และยังมาพร้อมกับ Active Noise Control-Road ระบบตัดเสียงรบกวน ที่ดังเข้ามาภายในห้องโดยสาร มาพร้อมกับระบบเสียงพรีเมียม BOSE® กระจกมองข้างแบบดิจิทอล มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งสองด้านของรถได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพอากาศเลวร้าย ภาพด้านข้างจะฉายผ่านจอภาพที่ติดตั้งเข้ากับแผงประตูอย่างแนบเนียน

Hyundai IONIQ 9 ใช้ขุมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีขุมพลังให้เลือก ได้แก่
- รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ ให้พละกำลัง 215 แรงม้า วิ่งได้ไกล 540 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ มอเตอร์คู่ 303 แรงม้า วิ่งได้ 515 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD Performance มอเตอร์คู่ 422 แรงม้า วิ่งได้ 500 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
แบทเตอรีรองรับการชาร์จเร็ว ด้วยสถาปัตยกรรม 800V โดยสามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายใน 24 นาที ด้วยเครื่องชาร์จ DC 350 kW นอกจากนี้ยังรองรับพอร์ต NACS (ของ Tesla) และ CCS (มาตรฐานยุโรป) โดยจะมีอะแดปเตอร์มาให้

IONIQ 9 มาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัย Hyundai SmartSense รุ่นล่าสุด ซึ่งรวมถึง
- ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง
- ระบบเบรคอัตโนมัติฉุกเฉิน
- ระบบช่วยเปลี่ยนเลน
- กล้องรอบคัน และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
- ระบบช่วยจอดอัจฉริยะระยะไกล เป็นต้น

IONIQ 9 สามารถจอดรถได้เองจากระยะไกล โดยที่คุณยืนอยู่ข้างนอกรถ สามารถจอดได้ทั้งแบบเฉียง, ตั้งฉาก, จอดขนาน จอดถอยหลัง และขับออกมาจากที่จอดรถได้
ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง ระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 2 ซึ่งควบคุมความเร็ว และระยะทางโดยอัตโนมัติ และช่วยเหลือคุณเมื่อเปลี่ยนเลนในสหรัฐอเมริกา

IONIQ 9 เปิดตัว พร้อมประกาศราคาแล้วในสหรัฐอเมริกา โดยมีราคาจำหน่ายที่ 58,955-78,090 ดอลลาร์ (ราว 1.95-2.58 ล้านบาท) มาพร้อมโปรโมชันพิเศษ อาทิ เครื่องชาร์จฟรี หรือเครดิตการชาร์จ 400 ดอลลาร์ พร้อมสิทธิ์คืนภาษี 7,500 สำหรับผู้ซื้อที่มีสิทธิ์ โดยจะเริ่มส่งมอบภายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ (2025) และเวอร์ชันตลาดเอเชีย จะตามมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2025

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...