โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘MK GROUP’ จ่อเปิดโมเดลใหม่ ‘บุฟเฟต์’ ขยายธุรกิจใหม่ หวังฟื้นรายได้-กำไร

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 05.29 น. • The Bangkok Insight

MK GROUP เปิดแผนสู้ศึก เตรียมปรับบางสาขา ชิมลางเปิดโมเดลใหม่ เอ็มเค บุฟเฟต์ พร้อมเพิ่มเมนูและปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น เผยไตรมาสแรก คว้ารายได้รวม 3,626 ล้านบาท

รายงานข่าวจาก บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP และบริษัทย่อย แจ้งว่า เตรียมแผนปรับโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อตอบรับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการปรับตัวและวางแผนกลยุทธ์การตลาดของร้านอาหารทุกแบรนด์ในเครือ โดยมุ่งเน้นเพิ่มประสบการณ์รอบด้านที่ตอบโจทย์ลูกค้า ปลื้มแบรนด์น้องใหม่ HIKINIKU TO COME โตต่อเนื่อง และมองธุรกิจใหม่เสริมแกร่งพอร์ตเพิ่ม

MK GROUP

ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ถึงแม้ว่าภาพรวมยังไม่เติบโตเท่าที่ควร จากรายงานผลดำเนินการในไตรมาส 1 ของปี 2568 เผยรายได้รวม 3,626 ล้านบาท ซึ่งมีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 3,541 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิ 234 ล้านบาท ลดลง 32.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในธุรกิจร้านอาหาร และต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น จนสร้างผลกระทบต่อตลาดธุรกิจร้านอาหารในไทยเป็นวงกว้าง ตั้งแต่เชนร้านอาหารขนาดใหญ่ ขนาดกลาง จนถึงร้านอาหารขนาดเล็ก

เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ MK Buffet

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทเตรียมแผนรับมือ พร้อมปรับโมเดลธุรกิจใหม่ โดยทาง MK Restaurants จะมีการปรับ Store Conversion บางสาขาเป็นโมเดลรูปแบบบุฟเฟต์แทน (MK Buffet) ทั้งยังมีการเพิ่มเมนูและปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อตอบรับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบการทานบุฟเฟต์

ส่วนแบรนด์ แหลมเจริญ เตรียมปรับโมเดลให้ทันสมัย และเมนูให้เข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีเรื่องการปรับรูปแบบการสื่อสารที่สนุกสนาน เพื่อสร้าง engagement อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการกระตุ้นยอดขายด้วย Value Promotion ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึก คุ้มค่า ที่สุดในการตัดสินใจซื้อ

ความโดดเด่นของแบรนด์น้องใหม่ล่าสุดคือ HIKINIKU TO COME (ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ) ร้านแฮมเบิร์กเจ้าดังจากประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันก็ยังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จนสามารถสร้างยอดขายโตในเวลาไม่นาน คาดมีโอกาสเติบโตและวางแผนเตรียมขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ยังได้พัฒนาระบบสมาชิก Group Member ครั้งแรกกับการเชื่อมต่อทุกแบรนด์ในเครือไว้ในที่เดียว ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบ CEM (Customer Experience Management) เพื่อให้ตลอด Customer Journey สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดและสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด และแบรนด์ยังรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายและคุ้มค่ามากขึ้น คาดเปิดตัวภายในไตรมาส 3

ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 MK GROUP มีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 13 แบรนด์ รวม 723 สาขา โดยในประเทศจำนวน 688 สาขา คือ MK Restaurants, MK Live, MK Gold, YAYOI, แหลมเจริญ ซีฟู้ด, HIKINIKU TO COME, HAKATA Ramen, MIYAZAKI, เลอ สยาม, ณ สยาม, BIZZY BOX (Grab&go), LE PETIT, Multi Brand และสาขาแฟรนไชส์ต่างประเทศอีก 35 สาขา คือ MK Restaurants สาขาประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว, สาขาแฟรนไชส์ แหลมเจริญ ซีฟู้ด สาขาประเทศมาเลเซีย, MIYAZAKI สาขาประเทศลาว

พร้อมกันนี้ มีแผนจะขยายสาขาในประเทศ เพิ่มอีก 15 สาขา แบ่งเป็น MK Restaurants 5 สาขา, Yayoi 3 สาขา, แหลมเจริญ 5 สาขา และ HIKINIKU TO COME 2 สาขา ซึ่งในส่วนของการขยายแฟรนไชส์ต่างประเทศคือ แหลมเจริญ มีแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขาที่ประเทศมาเลเซีย

การสร้างความพร้อมและความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเครือในทุกด้านเป็นสิ่งสำคัญ โดยทางบริษัทได้มีการพัฒนาระบบการจัดการหลังบ้าน ด้วยการใช้ AI เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลด Food Waste หลีกเลี่ยงการสต็อกสินค้าที่มากเกินไปจำเป็น และยังช่วยควบคุมต้นทุนได้เป็นอย่างดี

ด้านธุรกิจค้าปลีก นอกจากเรื่องพัฒนาสินค้าแล้ว ยังมีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า จากร้านสะดวกซื้อไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น

ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์ M-SENKO ที่ให้บริการคลังสินค้าและขนส่งสินค้าแช่เย็น แช่แข็ง ทั้งนี้ได้มีแผนการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ โดยจะมีการเพิ่มศูนย์กระจายสินค้าตามหัวเมืองหลัก เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการส่งสินค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนกับคู่แข่งอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มการให้บริการ Importer นำเข้าวัตถุดิบ และ Forwarding ตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายและช่วยลดความซับซ้อนด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ส่งออกและผู้นำเข้าด้วย

สุดท้ายในส่วนของการลงทุนธุรกิจใหม่ ทาง MK GROUP ยังคงมองหาบริษัทและสินทรัพย์ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักและแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ไปในทิศทางเดียวกันให้เข้ามาเติม Portfolio ให้แข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงการมองหาผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาร่วมทุน (Master Franchise) เพื่อช่วยขยายธุรกิจร้านอาหารให้มากขึ้นอีก โดยตลาดที่ยังคงให้ความสนใจคือ South East Asia เป็นหลัก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...