โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวดีทะเลไทย! พบฉลามครีบดำ 158 ตัว ในอ่าวมาหยา ถือเป็นสถิติสูงสุดในการสำรวจ

Manager Online

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.38 น. • MGR Online

“กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” เผยเรื่องน่ายินดีพบฝูงฉลามครีบดำ ถึง 158 ตัว ในอ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดในการสำรวจ

วันนี้ (9 ก.ค.) เพจ “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” โพสต์ข่าวดีพบเมื่อทีมนักวิจัยจากศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ค้นพบฝูงฉลามครีบดำ (Carcharhinus melanopterus) จำนวนมากถึง 158 ตัว ในอ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 2-8 กรกฎาคม 2568 ภายใต้โครงการ "Shark Watch Project" ซึ่งเป็นโครงการสำรวจจำนวนและพฤติกรรมตามธรรมชาติของฉลามครีบดำในอ่าวมาหยา

ทีมวิจัยใช้เทคโนโลยีทันสมัย 2 แบบ ด้วยการถ่ายภาพทางอากาศ ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อนับประชากรฉลาม และกล้องถ่ายใต้น้ำ BRUVs (Baited Remote Underwater Video) เพื่อสังเกตพฤติกรรมฉลาม จุดสูงสุดของการสำรวจเกิดขึ้นในตอนเช้าของวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 เมื่อทีมวิจัยพบฝูงฉลามครีบดำจำนวน 158 ตัวพร้อมกัน ตัวเลขนี้ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดในการสำรวจครั้งนี้

การพบฝูงฉลามครีบดำในจำนวนมากนี้เป็นสัญญาณที่ดีต่อสุขภาพของระบบนิเวศทางทะเล แสดงให้เห็นว่าอ่าวมาหยายังคงเป็นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ทะเลชนิดนี้ ฉลามครีบดำถือเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อาหารทางทะเล ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศใต้ทะเลให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

ทีมวิจัยระบุว่าข้อมูลที่รวบรวมได้จะนำไปวิเคราะห์ในเชิงลึกต่อไป เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของฉลามครีบดำในพื้นที่นี้ ผลการวิจัยนี้จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนอนุรักษ์และการจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต

"อ่าวมาหยา" 8203;อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี8203;กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งในแง่บวก หลังจากได้รับการฟื้นฟูระบบนิเวศมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามในการอนุรักษ์นั้นเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม.

ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ Shark Watch Project และผลการวิจัยล่าสุดได้ที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...