โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทรนด์ “สัตว์แปลก” มาแรง 2 บิ๊ก รพ.สัตว์ ผุดสาขาใหม่รักษา Exotic Pet

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ธ.ค. 2566 เวลา 17.42 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2566 เวลา 10.42 น.

“รสนิยม” เลี้ยง สัตว์แปลก โตก้าวกระโดดดันเทรนด์ Exotic Pet มาแรง “โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ” ผนึกกำลัง โรงพยาบาลสัตว์แอนิมอลสเปซ เปิดสาขาใหม่ บริการดูแลสัตว์เลี้ยงพิเศษโดยเฉพาะ เตรียมเจาะหัวเมืองใหญ่ใน 3 ปี

ปัจจุบัน เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เอ็กโซติก (Exotic Pet) หรือ สัตว์แปลก นั้นนับได้ว่ามีความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในสัตว์กลุ่มกระต่าย และสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนูเควี่ ชินชิล่า และอื่นๆ ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีคนเลี้ยงมากสุด เช่นเดียวกับนกชนิดต่างๆ ที่ปัจจุบันเทรนด์ในการเลี้ยงที่ปล่อยบินอิสระเพิ่มมากขึ้น ไม่ได้ขังในกรงเหมือนแต่ก่อน

จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงสัตว์สมัยนี้ไม่ได้จำกัดแค่สุนัขและแมว และการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษเหล่านี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากการดูแลสมาชิกในครอบครัว เทรนด์ดังกล่าวเป็น “รสนิยม” ส่วนตัว เพราะสัตว์บางประเภทก็ไม่ใช่สัตว์ที่แปลกแบบสุดขั้วเพียงอย่างเดียว แต่กลับเป็นสัตว์น่ารักตัวเล็กที่คนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยง

โดยเฉพาะในกลุ่ม นก เต่า หรือ ปลา เช่นเดียวกับกลุ่มกระต่าย และสัตว์ฟันแทะ ทั้งหนูชนิดต่างๆ และกระรอก ซึ่งจะมีทั้งสัตว์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นหรือเป็นสัตว์แปลกสวยงามที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และเจ้าของสัตว์เลี้ยงพิเศษมักนิยมเลี้ยงสัตว์เหล่านี้แบบลูกรัก ตั้งชื่อน่ารัก และพาไปไหนมาไหนด้วย

จากข้อมูลการสำรวจเกี่ยวกับ“การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นลูกของคนยุคใหม่” สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างคนไทยจำนวน 1,046 คน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเจเนอเรชัน Y ที่มีอายุระหว่าง 24-41 ปี ของ CMMU เกี่ยวกับประเภทสัตว์เลี้ยงที่คนไทยในกลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมเลี้ยง จากการสำรวจพบว่านอกจากสุนัขและแมว คนไทยยังนิยมเลี้ยงสัตว์“เอ็กโซติก” หรือสัตว์แปลก ตามมาเป็นอันดับ 3 อีกด้วย

สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิดเผยในปี 2566 ภาพรวมธุรกิจ รพส.ทองหล่อ นับว่ายังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 12-13% โดยในปี 2567 ยังคงมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการดูแลสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง

โดยตั้งเป้าให้โรงพยาบาลสัตว์ภายใต้แบรนด์ทองหล่อเป็นศูนย์รับส่งต่อสัตว์ป่วย (Referral center) ให้กับโรงพยาบาลสัตว์พันธมิตรบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงในทุกพื้นที่ได้รับการดูแลและรักษาโรคซับซ้อนหรือฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ รพส.ทองหล่อ ต้องการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงในทุก ๆ มิติ ไม่ใช่เพียงแค่สุนัขและแมวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงพิเศษชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ล่าสุดได้จับมือกับ“โรงพยาบาลสัตว์แอนิมอลสเปซ” ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการรักษาสัตว์เลี้ยงพิเศษ (Exotic pet) ในการเปิดตัวโรงพยาบาลสัตว์แอนิมอลสเปซสาขาใหม่ ตั้งอยู่ใน รพส.ทองหล่อ สาขาพระราม 9 ซึ่งเป็นศูนย์ส่งต่อสัตว์ป่วย (Referral center) ที่ใหญ่ที่สุดของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ

“เป้าหมายของการร่วมมือกันของ รพส.ทองหล่อ และ รพส.แอนิมอลสเปซ ในอนาคต เราคาดว่าจะมีการขยายบริการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงพิเศษไปยังสาขาอื่น ๆ ของ รพส.ทองหล่อให้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ในเมืองและ หัวเมืองใหญ่ ๆ อีก 2-3 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปีนี้”

ด้าน น.สพ.เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์แอนิมอลสเปซ และประธานชมรมสัตวแพทย์ สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ความร่วมมือของทั้ง 2 โรงพยาบาลสัตว์ มาจากความต้องการที่ตรงกันคือ ต้องการให้การดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงพิเศษมีคุณภาพมากขึ้น และพัฒนายกระดับวงการสัตวแพทย์ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมจุดแข็งจากทั้ง 2 รพส. พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Know how หรือ Knowledge ที่แต่ละ รพส. ถนัด โดยทาง รพส.แอนิมอลสเปซ มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ ส่วน รพส.ทองหล่อ มีความพร้อมในด้านของเครื่องมือที่ทันสมัยและบุคลากรทางการแพทย์ครบครัน

อีกทั้งเนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน แทบไม่มีโรงพยาบาลสัตว์ที่รักษาสัตว์เลี้ยงพิเศษ ดังนั้นการเปิดสาขาใหม่ บริการดูแลสัตว์เลี้ยงพิเศษ บนทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองในครั้งนี้จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงพิเศษ ให้เข้าถึงการรักษาได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...