โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกศาล แจงยิบเหตุให้ผู้ต้องหาเยอรมัน คดี "อนาจารเด็ก"ประกันตัว-ออกนอกประเทศ

The Better

อัพเดต 05 ธ.ค. 2566 เวลา 00.31 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2566 เวลา 00.30 น. • THE BETTER
โฆษกศาลยุติธรรม แจง อธิบดีศาลภาค 2 สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงศาลพัทยาให้ประกันผู้ต้องหาชาวเยอรมัน คดีอนาจารเด็ก ขอบินกลับบ้านเกิด แล้วไม่กลับมารายงานตัวศาล พร้อมแจงเหตุให้ออกนอกประเทศ 

ตามที่ปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสกู๊ปข่าวคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงซึ่งมีผู้ต้องหาสัญชาติเยอรมันรายหนึ่งถูกจับและได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างถูกดำเนินคดี แต่กลับหลบหนีไม่เดินทางมารายงานตัวตามนัดหลังได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศระหว่างประกันตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น

นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เผย เรื่องนี้ประธานศาลฎีกาทราบข้อมูลตามที่ปรากฏข่าวแล้ว แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยได้ติดตามความคืบหน้าและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเหตุและข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว ซึ่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 2 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลในเขตศาลภาค 2 รวมถึงศาลจังหวัดพัทยาที่เป็นที่เกิดเหตุในกรณีนี้ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และลำดับเหตุการณ์ของคดีนี้ว่าเป็นมาอย่างไร เมื่อได้ผลสรุปการตรวจสอบเป็นอย่างไรแล้วจึงจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

โดยคดีนี้ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทยา นำตัว นายเจนส์ คริช (Mr.Jens Krich) อายุ 55 ปี สัญชาติเยอรมัน ผู้ต้องหา มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 65 ตามข้อกล่าวหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งได้ร่วมประเวณีเด็กหญิง 3 ครั้ง

เหตุเกิดที่คอนโดแห่งหนึ่งต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยช่วงเดือนมิถุนายน 65 ซึ่งระหว่างการฝากขังชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ผู้ร้องไม่คัดค้านการให้ปล่อยชั่วคราว และผู้ต้องหาก็ไม่คัดค้านการฝากขัง โดยชั้นฝากขังศาลอนุญาตตามคำร้อง ขณะที่เพื่อนคนไทยของผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 200,000 บาท ขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน/พิจารณา/อุทธรณ์/ฎีกา ให้ทำสัญญาประกัน ตีราคาประกันตามาตรฐานกลาง วางหลักประกัน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้แจ้ง ตม.ทราบคำสั่งด้วย ซึ่งตามสัญญาประกัน นายประกันรับว่าจะนำตัวผู้ต้องหามาส่งศาลตามนัดทุกครั้ง หลังจากมีการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหายังมาติดต่อขอดำเนินการต่างๆ กับศาลอยู่

ต่อมาวันที่ 7 พฤศจิกายน 65 นายเจนส์ ผู้ต้องหา ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชั่วคราวกลับไปประเทศเยอรมัน ในวันที่ 7 พฤศจิกายน65 เนื่องจากมีความจำเป็นติดต่อธนาคารที่ประเทศเยอรมันเพื่อแสดงตนและขอให้ธนาคารเปิดการใช้ระบบการเบิกเงินออนไลน์ที่ถูกระงับไปเนื่องจากมีผู้พยายามเข้าใช้บัญชี 3 ครั้ง และกิจการเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาร่วมทำธุรกิจกับหุ้นส่วนในประเทศเยอรมันมีปัญหาที่เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาจำเป็นต้องเดินทางไปแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งผู้ต้องหาระบุด้วยว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาและประสงค์จะขอต่อสู้คดีถึงที่สุด โดยผู้ต้องหาจะเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 13 พฤศจิกายน 65 และจะรีบกลับมารายงานตัวต่อศาลทันทีในวันที่ 14 พฤศจิกายน 65 โดยผู้ต้องหายินดีวางประกันต่อศาลโดยเสนอวางเงินสด 500,000 บาท ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือข้อบังคับที่ศาลกำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ศาลพิจารณาเอกสารคำร้องและเอกสารเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ผู้ต้องหาแนบมาด้วยแล้วอนุญาตให้ผู้ต้องหาออกนอกราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในประเทศไทย มีธุรกิจในประเทศไทย มีภรรยาเป็นคนไทย และประสงค์ขอต่อสู้คดี ซึ่งผู้ต้องหามีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศตามเอกสารของธนาคารและหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยให้มารายงานตัววันที่14 พฤศจิกายน 65 มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน แต่เพื่อเป็นการประกันการมาศาลตามกำหนด จึงเห็นสมควรให้ผู้ต้องหาวางหลักประกันเงินสด 500,000 บาท

ต่อมาวันที่ 14 พฤศจิกายน 65 ทนายความผู้ต้องหายื่นขอขยายเวลารายงานตัวต่อศาลเป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 65 ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาต แต่เมื่อถึงวันนัดดังกล่าวปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ได้มารายงานตัวตามนัด ศาลจึงมีคำสั่งวันที่ 1 ธันวาคม 65 ให้ออกหมายจับผู้ต้องหา พร้อมสั่งปรับนายประกันตามสัญญาประกันและยึดเงินวางประกันออกนอกประเทศ รวมทั้งหมด 700,000 บาท ซึ่งศาลมีหนังสือส่งถึง ผบ.ตร.ทราบในวันที่ 2 ธันวาคม 2565 แล้ว

ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 65 พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา จึงนำสำนวนคดีมายื่นฟ้องนายเจนส์ เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดพัทยาคดีหมายเลขดำ อ.1210/2565 ความผิดตาม ป.อ.มาตรา 91 , 277 , 279

ท้ายฟ้องอัยการโจทก์ระบุว่า หากจำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัวขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล ซึ่งวันเดียวกันศาลจังหวัดพัทยาได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตรวจสำนวนฝากขังแล้วพบว่าศาลมีคำสั่งออกหมายจับนายเจนส์ เลขที่ 457/2565 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 65 และปรับนายประกัน ซึ่งจนถึงวันฟ้องยังจับตัวจำเลยไม่ได้และนายประกันยังไม่นำตัวจำเลยมาส่งศาล ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับใหม่ (ชั้นพิจารณาหลังถูกฟ้อง) และกรณียังไม่แน่ว่าจะจับตัวจำเลยได้เมื่อใด จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว หากจับจำเลยได้เมื่อใด ให้อัยการโจทก์แถลงศาลเพื่อให้ยกคดีมาพิจารณาใหม่ต่อไป โดยศาลมีหนังสือแจ้งถึง ผบ.ตร.และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ทราบวันที่ 19 ธันวาคม 65 ดังนั้น ขณะนี้ ขั้นตอนจึงอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานตำรวจจะติดตามตัวจำเลยตามหมายจับใหม่ มาส่งศาลเพื่อพิจารณาคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...