โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขออภัยคนหน้าแปลก กองทัพครูเสดโจมตี “ฮังการี” เหตุเข้าใจผิดว่าเป็นพวกนอกรีต

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 12.05 น.
ความพ่ายแพ้ของกองทัพครูเสดประชาชน, ผลงานของ Jean Colombe ปี 1474 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

กองทัพครูเสดโจมตีฮังการี เหตุเข้าใจผิดว่าเป็นพวกนอกรีต

สงครามครูเสดครั้งแรก (ค.ศ. 1096) มีเหตุการณ์ชวนฉงนเกิดขึ้นระหว่างกองทัพครูเสดเดินทางจากยุโรปไปยังแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่า เป้าหมายของนักรบเหล่านี้อยู่ที่นครศักดิ์สิทธิ์ กรุงเยรูซาเลม ศูนย์กลางแห่งศรัทธาของคริสตชน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในการครอบครองของฝ่ายมุสลิม แต่กองทัพครูเสดกลับบุกปล้นสะดมชุมชนชาวฮังกาเรียนในราชอาณาจักร “ฮังการี”ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป ซึ่งไม่ใกล้เคียงเป้าหมายของพวกเขาเลยสักนิด แถมชาวฮังกาเรียนยังเป็นชาวคริสต์ด้วย

มูลเหตุแห่งการปล้นเกิดจากการเข้าใจผิดภายในกองทัพครูเสดเอง พวกเขาคิดว่า ดินแดนฮังการีเป็นถิ่นของพวกนอกรีต ไม่ใช่ชาวคริสต์ ประกอบกับรูปลักษณ์ของชาวฮังกาเรียนยังดูไม่ละม้ายคล้ายชาวยุโรปตะวันตกที่พวกเขาคุ้นเคย กองทัพผู้ศรัทธาจึงปล้นทำลายพวกนอกศาสนา (ที่คิดไปเอง) เหล่านี้

ชาวฮังกาเรียนเป็นใคร มาจากไหน เหตุใดดูไม่เหมือนชาวยุโรป?

กำเนิดอาณาจักรฮังการี

บรรพชนของชาวฮังกาเรียนคือชาว “แมกยาร์”(Magyar) เคยเป็นอนารยชนบนหลังม้าหรือชนเผ่าเร่ร่อนมาก่อน ถิ่นฐานดั้งเดิมของพวกเขาคือดินแดนยูเรเซีย บริเวณแม่น้ำโวลกากับเทือกเขาอูราล พรมแดนที่แบ่งแผ่นดินรัสเซียฝั่งทวีปยุโรปจากทวีปเอเชีย ลักษณะทางกายภาพของพวกเขาจึงใกล้เคียงกับชาวเติร์กและมองโกลมากกว่าชาวยุโรป ชาวแมกยาร์ยังเป็นผู้สืบเชื้อสายของ อัตติลา (Attila) ราชาคนเถื่อนชาวฮัน ผู้เคยรุกรานทวีปยุโรปมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันตะวันตก-ตะวันออกด้วย

เช่นเดียวกับบรรพบุรุษแมกยาร์เป็นนักรบบนหลังมาที่เก่งกาจ เหี้ยมหาญ และคลั่งสงคราม ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 กองทัพแมกยาร์ภายใต้ผู้นำตระกูล อาร์พาด (Árpád) ซึ่งเป็นทายาทสายตรงของอัตติลา เคลื่อนพลคุกคามทวีปยุโรปด้วยการปล้นสะดมตั้งแต่แม่น้ำโวลกา เรื่อยมาจนถึงคาบสมุทรบอลข่าน (จักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบแซนไทน์)

ศตวรรษต่อมา ชาวแมกยาร์ประสบความสำเร็จในการกำราบชนเผ่าต่าง ๆ บริเวณที่ราบพันโนเนีย หรือประเทศฮังการีในปัจจุบัน พวกเขาสามารถลงหลักปักฐานและสถาปนาอำนาจบริเวณนี้ได้อย่างมั่นคง ก่อนจะบุกตะลุยเข้าไปถึงใจกลางทวีปยุโรป ปล้มสะดมแผ่นดินเยอรมัน ฝรั่งเศส คาบสมุทรอิตาลี ข้ามเทือกเขาพีเรนีสไปถึงคาบสมุทรไอบีเรีย (สเปน) กลายเป็นการรุกรานยุโรปโดยพวกอนารยชนที่กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

กลางคริสต์ศวรรษที่ 10 การคุกคามยุโรปของชาวแมกยาร์ยุติลง สาเหตุสำคัญมาจากความพ่ายแพ้ต่อ พระเจ้าออตโตมหาราช (Otto the Great) ผู้รวบรวมแผ่นดินเยอรมันเป็นปึกแผ่น และรื้อฟื้นจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง แม้ชาวแมกยาร์จะสูญเสียอำนาจการควบคุม และเรียกบรรณาการจากดินแดนตอนในของยุโรป แต่พวกเขาสามารถยืนหยัดอยู่บริเวณที่ราบพันโนเนียอย่างแข็งแกร่ง และสถาปนาอาณาจักรของชาวแมกยาร์ได้สำเร็จ เป็นต้นกำเนิดของราชอาณาจักรฮังการี

โดยปลายคริสต์ศตวรรษที่ 10 พระเจ้าสตีเฟนที่ 1 (Stephen I of Hungary) กษัตริย์ชาวฮังการีราชวงศ์อาร์พาด ประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ ส่งผลให้ฮังการีกลายเป็นดินแดนของชาวคริสต์ และได้รับการยอมรับจากคริสตจักรที่กรุงโรมว่า ฮังการีเป็นส่วนหนึ่งของโลกคาทอลิก พระเจ้าสตีเฟนที่ 1 ยังปฏิรูปสังคมขนานใหญ่ให้อาณาจักรของพระองค์มีลักษณะการปกครองแบบรัฐศักดินาหรือระบบฟิวดัลอย่างยุโรปตะวันตกด้วย

กระทั่งปลายศตวรรษที่ 11 ก่อนที่ สงครามครูเสด จะอุบัติขึ้น ความรับรู้ของชาวยุโรปตะวันตกต่อชาวแมกยาร์หรือชาวฮังกาเรียนถือว่าเลือนลางมาก นั่นเพราะฮังการีไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักสิทธิ์ที่รวบรวมชาติพันธุ์เยอรมันไว้ด้วยกัน

ประกอบกับองค์ความรู้และการติดต่อระหว่างดินแดนทั้งสองในโลกยุคกลางเกิดขึ้นน้อยมาก ชาวฮังกาเรียนยังพูดภาษาที่มีเอกลักษณ์ เป็นภาษาที่พัฒนามาจากภาษาอูราลิกโบราณของบรรพชนจากยูเรเซีย ขณะที่ชาติพันธุ์อื่น ๆ ในยุโรป สื่อสารกันด้วยภาษาที่มีรากเหง้าจากภาษาตระกูลอินโด-ยูโรเปียนแทบทั้งสิ้น

ความวุ่นวายจากพวกคลั่งศาสนา

หลังการประกาศระดมพลของพระสันตะปาปาเออร์บานที่ 2 ที่เมืองเคลมองต์ เพื่อเรียกร้องให้ชาวยุโรปเข้าร่วมในสงครามศักดิ์สิทธิ์ ชาวคริสต์ในยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลี ขานรับพระประสงค์ สงครามปลดปล่อยดินแดนศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นโดยกองทัพครูเสดจะเคลื่อนออกจากยุโรปไปตั้งหลักที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล เมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ก่อนผนึกกำลังกับไบแซนไทน์รุกคืบเข้าสู่อาณาจักรอิสลามในเอเชีย และมุ่งสู่นครศักดิ์สิทธิ์

กองทัพครูเสดแบ่งออกเป็น 2 สายหลัก ได้แก่ กองทัพของบรรดาลอร์ดและอัศวินมีทั้งขุนนาง พระราชวงศ์ชาวฝรั่งเศส ชาวนอร์มันจากฝรั่งเศส และอิตาลี สายนี้เป็นกองทัพที่ผ่านการฝึกฝนและชำนาญการศึกอย่างแท้จริง

แต่มูลเหตุแห่งเรื่องราวสุดอลหม่านคือ กองทัพสายที่ 2 ซึ่งเป็นกองทัพประชาชนนำโดยนักบวชชาวฝรั่งเศสนาม ปิแอร์(Piere) หรือปีเตอร์ เขาท่องไปทั่วฝรั่งเศสและเยอรมันเพื่อเทศนาและปลุกระดมประชาชนให้เข้าร่วมสงครามศักดิ์สิทธิ์นี้ ทั้งอ้างว่าเคยเห็นการกดขี่ข่มเหงนักแสวงบุญชาวคริสต์ในกรุงเยรูซาเลมด้วยตาตนเอง ปิแอร์จุดไฟแห่งความเคียดแค้นและความฮึกเหิมแก่ประชาชนไปจนถึงขุนนางจำนวนมากให้มาร่วมกับกองทัพของเขา โดยส่วนใหญ่เป็นผู้คนจากดินแดนเยอรมัน

ชาวยุโรปขนานนามภารกิจนี้ว่า “การเดินทางของเหล่านักแสวงบุญ”(Journey of Pilgrimage) แม้จะมีเจตจำนงค์เดียวกัน แต่กองทัพครูเสดทั้งสองสายไม่ได้ประสานงานกัน กองทัพประชาชนล่วงหน้าไปตะวันออกก่อนโดยต้องผ่านฮังการี เพื่อเข้าไปยังเขตแดนของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ก่อนจะข้ามช่องแคบบอสฟอรัสไปยังคาบสมุทรอนาโตเลีย หรือฝั่งทวีปเอเชีย ที่นั่นมีอาณาจักรมุสลิมชื่อ รัฐสุลต่านแห่งรุม ตั้งประจันหน้าอยู่ และเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางพวกเขาก่อนจะวกลงใต้ไปยังกรุงเยรูซาเลม

ตลอดเส้นทางของกองทัพประชาชน ปิแอร์และนักบวชในกองทัพจะปลุกระดมมวลชนตามเมืองต่าง ๆ ที่พวกเขาเดินทัพผ่าน จึงมีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับผู้ศรัทธาและคนจำนวนหนึ่งเห็นโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ณ ดินแดนตะวันออก กองทัพสายนี้จึงมีกำลังพลรวมกันถึง 50,000 คน แต่ในจำนวนนี้ยังประกอบด้วย คนแก่ ผู้หญิง และเด็ก อีกจำนวนมาก

เนื่องจากกองทัพครูเสดประชาชนเต็มไปด้วยความฮึกเหิม คึกคะนอง และไร้ระเบียบวินัย พวกเขาทั้งปล้นสะดมและเผาทำลายชุมชนชายยิวตลอดเส้นทางเดินทัพ เนื่องจากชาวคริสต์มองชาวยิวเป็นพวกนอกรีต เป็นผู้ทำให้พระเยซูสิ้นพระชนม์ และมีอคติต่อชาวยิวที่มักเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่ง มีความสามารถในการค้าขาย

เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงเขตแดนของราชอาณาจักรฮังการี ยุโรปตะวันออกดูจะเป็นดินแดนแปลกประหลาดของพวกเขาทันที บรรดานักบวช ประชาชน และอัศวิน ที่ติดมากับกองทัพต่างพากันประหลาดใจปนหวาดหวั่น ต่อรูปลักษณ์ของชาวฮังกาเรียน เพราะพวกเขามีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากชาวยุโรปตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด

กองทัพไร้วินัยและขาดความเข้าใจต่อโลกภายนอกนี้ จึงคิดไปเองว่าชาวฮังกาเรียนต้องเป็นพวกนอกรีต เกิดการบุกปล้นเมืองต่าง ๆ ภายในฮังการี ทั้งชุมชนชาวฮังกาเรียนที่เป็นคริสเตียนและชุมชนชาวยิว เกิดความโกลาหลไปทั่ว มีการปิดล้อมเมืองเบลเกรด หัวเมืองสำคัญของฮังการี กองทัพฮังการีต้องออกมาระงับเหตุ และจัดการพวกครูเสดที่กำลังปล้มสะดมอาณาจักรของพวกเขาด้วยความงุนงง

เมื่อควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว กษัตริย์โคลแมนแห่งฮังการีมีบัญชาห้ามพวกครูเสดที่คลุ้มคลั่งกลุ่มนี้ทำอันตรายหรือคุกคามชุมชนชาวยิวในดินแดนฮังการีด้วย ปิแอร์และนักบวชผู้นำทัพได้แต่รับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

หลังกองทัพครูเสดสายนี้ผ่านดินแดนของ ฮังการี ไปถึง จักรวรรดิไบแซนไทน์ ความกระตือรือร้นเกินพอดีของพวกเขาทำให้ปิแอร์และผู้นำคนอื่น ๆ ในกองทัพลงความเห็นกันว่า ไม่จำเป็นต้องรอทัพหลักของเหล่าอัศวินจากฝรั่งเศสและอิตาลี จากนั้นข้ามช่องแคบบอสฟอรัสไปยังฝั่งเอเชียทันที เพื่อประมือกับพวกมุสลิมแห่งรัฐสุลต่านแห่งรุม

ปรากฏว่า กองกำลังเหล่านี้ถูกกองทัพสุลต่าลแห่งรุมบดขยี้อย่างย่อยยับ ส่วนปิแอร์ถอยกลับไปตั้งหลักฝั่งยุโรป ปิดฉากกองทัพประชาชนอย่างน่าอดสูใจ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภาสพันธ์ ปานสีดา. (2563). ครูเสด มหาสงครามแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์. กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุ๊ป.

Encyclopedia Britannica. Hungarian.Retrieved July 17, 2023. From https://www.britannica.com/topic/Hungarian-people

Encyclopedia Britannica. The First Crusade and the establishment of the Latin states.Retrieved July 17, 2023. From https://www.britannica.com/event/Crusades/The-First-Crusade-and-the-establishment-of-the-Latin-states

George H. Hodos. (1999). The East-Central European Region: An Historical Outline. (Online)

https://www.utoledo.edu/library/virtualexhibitions/mppcoll/images/History/Perry.pdf

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กรกฎาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขออภัยคนหน้าแปลก กองทัพครูเสดโจมตี “ฮังการี” เหตุเข้าใจผิดว่าเป็นพวกนอกรีต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...