โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมี๊ยว ๆ ! คนอยู่ได้ แมวจร(ขอ)อยู่ด้วยได้ไหม?

นิตยสารคิด

อัพเดต 20 ก.พ. 2567 เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2567 เวลา 23.42 น.
strays-cat-cover

ภาพของ “แมวจรจัด” ตามท้องถนนและพื้นที่สาธารณะคงเป็นสิ่งที่หลายคนเห็นกันจนชินตา และเป็นหนึ่งในปัญหาเรื้อรังที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาอย่างยาวนาน ทั้งยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน อันส่งผลกระทบหลากหลายมิติ โดยเฉพาะด้านสภาพแวดล้อมและสุขอนามัย

แน่นอนว่า ในหลายพื้นที่หลายชุมชนมีแมวจรอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะ “ชุมชนมุสลิมมหานาค” เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งถือเป็นชุมชนที่มีการร้องเรียนปัญหา “แมวจร” มากกว่าชุมชนอื่นใดในบริเวณย่านนางเลิ้ง จากคำบอกกล่าวของชาวบ้าน จำนวนประชากรแมวจรที่นับได้ภายในชุมชนมีมากกว่า 120 ตัว และยังมีแมวจรอีกจำนวนมากที่ยังนับไม่ได้ โดยชุมชนมุสลิมมหานาคเป็นชุมชนที่ค่อนข้างแออัด ตึกรามบ้านช่องเป็นบ้านแบบทาวน์โฮม บริเวณรอบ ๆ ชุมชนมักจะมีแมวจรเดินเล่นและอาศัยตามซอกเล็กซอยน้อย นอกจากนี้ บริเวณด้านหลังชุมชนยังมีสุสานฝังศพขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “กูโบร์” ซึ่งเป็นที่ที่แมวชอบมาอาศัยอยู่และใช้เป็นบริเวณขับถ่าย เนื่องจากเป็นบริเวณพื้นดินเพียงไม่กี่จุดของชุมชน ทำให้ชุมชนมุสลิมมหานาคประสบกับปัญหาแมวจรมากกว่าชุมชนอื่น ๆ

คุณแจ่ม - ศุภสิริ มุตตามระ และ คุณกานต์ - กฤติธี สิตะยัง

ปัญหาแมวจรในชุมชนมุสลิมมหานาคนี้ได้ถูกหยิบยกมาเป็นหนึ่งในกรณีศึกษา เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาแมวจรให้หมดไป และเพื่อให้มนุษย์ทั้งที่ชอบหรือไม่ชอบแมวสามารถอยู่ร่วมกับแมวจรได้อย่างสันติ ผ่านการเวิร์กช็อปแมวจร “Feral Cat Station Brainstorming Workshop” โดยมูลนิธิรักสัตว์ป่าที่จัดภายในงาน Bangkok Design Week 2024 ที่ผ่านมา เวิร์กช็อปนี้นำทีมโดย คุณแจ่ม - ศุภสิริ มุตตามระ และ คุณกานต์ - กฤติธี สิตะยัง ณ ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (FREC Bangkok) เพื่อหวังว่าความรู้จากเวิร์กช็อปครั้งนี้ จะทำให้เกิดความเข้าใจถึงธรรมชาติของสัตว์และการอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าในเมืองอย่างแมวจรได้ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คนอยู่ได้ แมว(จร)อยู่ด้วย”

“แมวเลี้ยง” สู่ “แมวจร” กับวิถีแมวที่เลือกเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง
“แมวจรจัด” ถูกจัดเป็นหนึ่งใน “สัตว์ป่าในเมือง” ที่สามารถใช้ชีวิตทั้งหาอาหารและที่อยู่อาศัยได้เองโดยไม่ต้องอาศัยการช่วยเหลือใด ๆ จากมนุษย์ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณนักล่าสูง สามารถจับสัตว์ขนาดเล็กกินเป็นแหล่งอาหารได้ หาแหล่งน้ำเองได้ และด้วยการเคลื่อนไหวที่มีความคล่องตัวสูง ทำให้แมวสามารถเดินทางไปได้ในหลายพื้นที่ ขึ้นบน ลงล่าง ก็เป็นไปอย่างอิสระ

Brian Wangenheim / Unsplash

Michael Sum / Unsplash

คุณแจ่มเล่าว่า “เริ่มแรก แมวเป็นสัตว์ป่า แต่ด้วยความน่ารักและมีศักยภาพในการอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ ทำให้ใครหลายคนเอ็นดู แต่เป็นเพราะความไร้ความรับผิดชอบของมนุษย์ ที่พอรู้ว่าการเลี้ยงดูแมวต้องทำอย่างไร ซึ่งอาจยากเกินการรับมือไว้ได้ จึงทำให้เกิดการปล่อยปละละเลยแมว จนกลายมาเป็นแมวจรในที่สุด”

มิหนำซ้ำ แมวจรจัดยังเป็น “สัตว์รุกราน” ที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเสื่อมลง โดยแมวมักจะกัดสัตว์อื่น ๆ ในเมือง จากข้อมูลที่เก็บสถิตออกมาได้ มีเพียงจำนวน 10-20% จากสัตว์ขนาดเล็กที่แมวตัวหนึ่งฆ่าได้ โดยยังมีอีกหลายชีวิตที่ถูกแมวฆ่าซึ่งไม่สามารถนับได้อีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น นก กบ จิ้งจก กิ้งก่า เขียด งูตัวเล็ก กระรอก และต่าง ๆ นานา นอกจากนี้ แมวจรยังส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพทั้งต่อมนุษย์และสัตว์ด้วยกันเอง เนื่องจากแมวจรคือแมวที่ไม่มีเจ้าของ ทำให้แมวเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนและการรักษาโรคได้ เป็นเหตุให้แมวจรเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคร้ายมาสู่สัตว์เลี้ยงในบ้านและมนุษย์ ทั้งยังสร้างผลกระทบและความเสียหายอื่น ๆ ต่อพื้นที่อยู่อาศัย เช่น ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นผนัง กำแพง และสิ่งของต่าง ๆ ภายในบ้านที่เกิดการชำรุดเสียหายจากการลับเขี้ยวเล็บของแมว การวิ่งเล่นซุกซนจนเผลอทำลายข้าวของหล่นแตกหรือพังเสียหาย หรือแม้กระทั่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากฉี่และมูลของแมว รวมไปถึงซากสัตว์เน่าตายจากผลงานการล่าของแมวจรจัด เป็นต้น

ปัจจุบันปัญหาแมวจรในเมือง นับเป็นปัญหาที่ถูกซ่อนเร้น ไม่มีใครพูดถึงมากนัก โดยเฉพาะแมวในชุมชนที่ซุกซ่อนอยู่รวมกันในเมือง ทำให้ปัญหาแมวจรถูกมองข้ามจากผู้คนและไม่ได้รับการตระหนักถึงมากเท่าที่ควร โดยเฉพาะจำนวนแมวจรที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี จากข้อมูลสำรวจประชากรแมวทั่วประเทศที่จัดทำขึ้นโดยศูนย์บัญชาการเพื่อการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies One Data) พบว่า ในปี 2565 สถิติประชากรแมวอยู่ที่ 1,905,477 ตัว มีเจ้าของ 1,098,534 ตัว และไม่มีเจ้าของ 55,236 ตัว และในปี 2566 สถิติประชากรแมวอยู่ที่ 2,626,407 ตัว มีเจ้าของ 1,541,702 ตัว และไม่มีเจ้าของ 70,793 ตัว

ด้วยสถิติจำนวนประชากรแมวที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่า ปัญหาแมวจรนับเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกำลังประสบปัญหาและได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าการทำหมันจะเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาประชากรแมวที่ยั่งยืน แต่ก็เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาแมวจรได้กับทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกับชุมชนมุสลิมมหานาค เนื่องจากตามหลักศาสนาอิสลาม การทำหมันแมวหรือการทำหมันสัตว์ ถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม ถือเป็นการทรมานสัตว์และไปปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิมของสิ่งมีชีวิต แต่หากการทำหมันมีเหตุผลเพื่อต้องการรักษาชีวิตของมัน หรือเพื่อขจัดความเดือดร้อนอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ ก็สามารถทำหมันแมวได้

อย่างไรก็ตาม ผู้คนในชุมชนส่วนใหญ่กลับยังคงมีความเชื่อว่า การทำหมันแมวคือการทรมานสัตว์ และด้วยพฤติกรรมของบางกลุ่มคนที่ไม่คิดว่าแมวจรคือปัญหา จึงไม่ต้องการให้เกิดการทำหมันแมวจร รวมถึงคนในชุมชนบางส่วนที่ยังคงนำข้าวและน้ำมาให้แมว แต่ไม่รับผิดชอบดูแลในฐานะเจ้าของ อีกทั้งพื้นที่ชุมชนไม่เหมาะกับการเลี้ยงแมวแบบระบบปิด สุท้ายพอนำแมวมาเลี้ยงแบบระบบเปิดจึงกลายเป็นแมวจร ด้วยเหตุทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชุมชนมุสลิมมหานาคมีแมวจรจำนวนมาก แม้ทางสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จะให้ความรู้เรื่องการทำหมันแมวจรเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อปลูกฝังถึงปัญหาและผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ทว่ากลับยังใช้ไม่ได้ผลกับชุมชนแห่งนี้เท่าที่ควร

ทั้งหมดข้างต้น จึงนำมาสู่กิจกรรมเวิร์กช็อปแมวจร เพื่อระดมสมองและแชร์ไอเดียในการแก้ไขปัญหาแมวจร โดยมีชุมชนมุสลิมมหานาคเป็นชุมชนกรณีศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาแมวจรให้หมดลงอย่างยั่งยืนในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

Aleksandar Popovski / Unsplash

สรุปปัญหาแมวจร ผิดที่แมวหรือผิดที่มนุษย์?
จากการระดมสมองแชร์ไอเดียร่วมกัน ภายใต้คำถาม “อะไรคือสาเหตุของปัญหาแมวจร” พบว่าสาเหตุของปัญหาแมวจร มีดังต่อไปนี้

  • แมว - ที่เป็นแมวจรอยู่แล้ว เนื่องจากแมวจรสามารถออกลูกได้จำนวนมากอย่างรวดเร็ว ซึ่งปกติแมวออกลูกได้ 4 คอกต่อปี โดย 1 คอก สามารถมีลูกได้มากสุด 4 ตัว เท่ากับในปีหนึ่ง แมวสามารถออกลูกได้มากสุด 10 - 16 ตัว รวมถึงไม่มีหน่วยงานหรืออาสาสมัครใดเข้าช่วยเหลือทำหมันแมวจรอย่างยั่งยืน ทำให้จำนวนแมวจรเพิ่มขึ้นจำนวนมากตามมา
  • มนุษย์ - อดีตเจ้าของแมวนั่นเอง ทั้งที่ขาดความรับผิดชอบ เปลี่ยนใจไม่อยากเลี้ยง หรือไม่พร้อมแต่ยังเลี้ยงไว้โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมที่อาจสร้างผลกระทบต่อชุมชน หรือบางคนได้รับแมวเป็นของขวัญแต่ไม่อยากเลี้ยงไว้ แมวที่ทำร้ายเจ้าของ หรือแมวที่ผสมพันธุ์ออกมาได้ไม่ตรงตามความนิยมหรือความชอบ สุดท้ายพวกมันก็มักจะถูกนำมาปล่อยทิ้ง และยิ่งกว่านั้นคือโดยไม่มีการทำหมันด้วย
  • การเลี้ยงดูที่ไม่ดีพอ - ทำให้แมวหลุด หลง หาย หรือแมวแอบหนีออกจากบ้านโดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว
  • ความใจดี - จากการที่คนในชุมชนสงสารและนำอาหารมาให้แมว รวมถึงการที่คนไม่คิดว่าแมวจรคือปัญหา แม้จะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นก็ตาม
  • กฎหมาย - ประเทศไทยไม่มีกฎหมายและมาตรการจากภาครัฐในการควบคุมการปล่อยสัตว์หรือการซื้อขายสัตว์อย่างเข้มงวดเพียงพอ ทั้งยังขาดการจัดระเบียบศูนย์พักพิงสัตว์ และการสำรวจจำนวนสัตว์เลี้ยง ตลอดจนการขึ้นทะเบียนสัตว์ เพื่อเช็กจำนวนสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรในท้องที่อย่างต่อเนื่อง นำมาสู่ปัญหาแมวจรในทุกวันนี้
  • ปัจจัยภายนอกอื่น ๆ - เช่น ภายในชุมชนมีพื้นที่รกร้างจำนวนมากที่แมวสามารถไปหลบซ่อนและอาศัยอยู่ได้ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้นที่มีขยะอาหารมาก และมีการจัดการขยะอาหารไม่ดีพอ กลายเป็นขยะอาหารกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดเป็นอาหารแมว ส่งผลให้แมวมีแหล่งอาหารมากขึ้น ตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นของประชากรแมวที่ต่อเนื่อง

โดยคุณแจ่มได้เล่าเพิ่มเติมว่า “จริง ๆ แล้ว รัฐบาลก็พยายามช่วยแก้ปัญหาแมวจรนี้อยู่เหมือนกัน แต่ด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างน้อยและขาดความร่วมมือกับชุมชน ทำให้ชุมชนยังประสบปัญหาแมวจรอยู่ มีเพียงบางกลุ่มคนที่คอยจัดการและดูแลกันเอง แต่วิธีการก็ยังไม่เป็นรูปธรรม ไม่มีการจัดสรรพื้นที่และการทำงานอย่างชัดเจน เป็นการต่างคนต่างทำ ทำให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร นอกจากนี้ ศูนย์เลี้ยงดูแมวจรของภาครัฐหรือเอกชนส่วนใหญ่ไม่ได้มีการดูแลที่ดีหรือเป็นไปตามสุขลักษณะมากพอ ทั้งยังให้ความรู้สึกเชิงลบ มากกว่าจะทำให้เป็นสถานที่ที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมาเลือกรับสัตว์ไปเลี้ยง”

คุณกานต์เสริมว่า “เราควรให้ความรู้กับคนในชุมชนที่มีแมวจร เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสร้างสุขภาวะที่ดีของชุมชนร่วมกับสัตว์ป่าในเมือง และควรมีกฎหมายบังคับชัดเจน เพราะทุกวันนี้ส่วนใหญ่แค่เห็นว่าน่ารักก็เอามาเลี้ยงแล้ว สุดท้ายเลี้ยงไม่เป็น ก็เกิดการปล่อยให้เป็นแมวจรในที่สุด”

อย่าทิ้งเหมียวไว้ข้างหลัง กับความเป็นไปได้ของแนวทางการแก้ไขปัญหาแมวจรจัดที่จะหมดไป
การได้มาซึ่งสาเหตุของปัญหานำมาสู่แนวทางการแก้ไข แน่นอนว่า การทำหมันเป็นการทำให้ปัญหาการขยายพันธุ์หมดไป ถึงกระนั้นก็ยังคงเป็นปัญหาเชิงลบกับสิ่งแวดล้อมอยู่ดีว่ากันว่าทางออกที่ดีอีกทางหนึ่งก็คือ Adopt, don’t shop. หรือการรับเลี้ยงแมวจรแทนการเลือกซื้อสัตว์

คุณแจ่มแชร์มุมมองการรับเลี้ยงแมวจรแทนการเลือกซื้อสัตว์ไว้ว่า “ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ไม่สามารถบังคับให้เขารับเลี้ยงแต่แมวจรได้ ถ้าอยากจะซื้อเพียงเพราะสงสาร อยากได้เพื่อนเพิ่ม ฯลฯ ก็อยากให้ลองมองแมวจรก่อน ยังมีแมวอีกมากมายที่ต้องการบ้านที่อบอุ่น เพราะแมวจรก็น่ารักไม่แพ้แมวพันธุ์ดังที่ซื้อขายกันโดยทั่วไปเลย”

นอกจากการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ยั่งยืนข้างต้นแล้ว การแก้ไขปัญหาที่ตัวบุคคล รวมถึงการทำสื่อให้คนที่ไม่เห็นปัญหาได้เห็นว่า แมวจรคือปัญหาก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและไม่ควรมองข้าม

ต่อไปนี้คือ แนวทางการแก้ไขปัญหาแมวจรที่มีความเป็นไปได้ซึ่ง(อาจ)ได้ผลมากกว่าที่คิดไว้

  • การทำสื่อรณรงค์ด้วยการใช้ปัจจัยแห่งความกลัว เช่น การทำสื่อเกี่ยวกับโรคจากแมวจรสู่คน เพื่อให้คนในชุมชนได้เห็นความสำคัญว่า หากปล่อยแมวจรให้มีจำนวนมาก อาจทำให้ผู้คนหรือลูกหลานติดเชื้อโรคดังกล่าวได้ หรือการทำสื่อให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อจากสัตว์สู่สัตว์ด้วยกันเอง หากปล่อยให้มีแมวจรอยู่ อาจนำมาติดแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยง จนนำมาสู่ค่าใช้จ่ายในการรักษาที่เพิ่มสูงขึ้นตามมา
  • การทำพื้นที่นำร่องสำหรับแมวจร ที่มีการจัดการเรื่องอาหาร การดูแลการขับถ่าย การฉีดวัคซีนป้องกันโรค ฯลฯ ที่ครบวงจร เพื่อให้คนในชุมชนได้เห็นความแตกต่างของพื้นที่สำหรับแมวที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น โดยมีอาสาสมัครมาคอยดูแลเป็นประจำ
  • การจัดแบ่งให้คะแนนแต่ละเขตในการจัดการดูแลแมวจร เพื่อให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการจัดการแมวจร โดยหัวหน้าชุมชนต้องเข้มแข็งและมีอำนาจมากพอ ในการโน้มน้าวชุมชนให้เป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง พร้อมมีแนวทางที่เข้าถึงคนในชุมชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่
  • การสร้างความร่วมมือกับโรงเรียน โดยใช้ประโยชน์จากการโน้มน้าวเยาวชนให้เล็งเห็นประโยชน์ของการแก้ปัญหา เพราะเยาวชนนับเป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่ดีสู่การนำไปบอกต่อภายในครอบครัวต่อไป
  • การเก็บและจัดทำฐานข้อมูลแมวจร เพื่อนำมาทำ ID Tag แมวจร ในการระบุว่า แมวตัวนี้ใครเป็นเจ้าของ หากตัวไหนไม่มีข้อมูลในระบบ ก็ทำการเคลียร์ออกด้วยการหาบ้านใหม่ หาคนรับเลี้ยง หรือด้วยวิธีการอื่น ๆ ต่อไป
  • การสำรวจความร่วมมือของคนในชุมชน เนื่องจากความร่วมมือของชุมชนเป็นกำลังสำคัญ การทำการสำรวจจะช่วยให้ได้มั่นใจได้ว่า ชุมชนมีทรัพยากรเพียงพอในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนโดยไม่หยุดลงกลางทาง
  • การขอความร่วมมือกับคาเฟ่แมว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับเลี้ยงแมวจรมากขึ้น

ผลลัพธ์ทั้งหมดจากเวิร์กช็อปในครั้งนี้ถือเป็นการออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาแมวจรภายใต้แนวคิด “คนอยู่ได้ แมวอยู่ด้วย” เพื่อหวังว่าจะสามารถนำไปเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ ต่อไปได้ ด้วยความหวังที่ว่า “คงจะดีไม่น้อย หากแมวทุกตัวจะมีบ้าน และปัญหาจากแมวจรจะหมดไปหรือลดน้อยลง สู่จุดประสงค์แรกที่คนนำแมวมาจากป่านั่นก็คือการให้พวกเขาเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณนั่นเอง” คุณแจ่มกล่าวปิดท้าย

ที่มา : เวิร์กช็อป Feral Cat Station Brainstorming Workshop โดย มูลนิธิรักสัตว์ป่า วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 เวลา 10:00 ถึง 12:00 ณ ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (FREC Bangkok)
ข้อมูลสถิติ “ประชากรแมวทั่วประเทศ (Rabie One Data)” โดย ศูนย์บัญชาการเพื่อการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า จาก http://www.rabiesonedata.ku.ac.th/

เรื่อง : ณัฐธิดา คำทำนอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

“พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล” วัดโพธิ์ สร้างขึ้นทำไม สี่รัชกาลคือพระองค์ใดบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

เปิดตำรา "ดูดาว" ของคนเรือในอดีต แม้ไม่มีโซนาร์-เรดาร์ ไม่ดูดาวเหนือ ดูดาวอะไร?

ศิลปวัฒนธรรม

13 มีนาคม วันช้างไทย วันที่คกก.คัดเลือกสัตว์ประจำชาติ ให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของไทย

ศิลปวัฒนธรรม

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 13 มี.ค. 69

PostToday

พบกับการผจญภัยสุดฮาใน “Zootopia 2 นครสัตว์มหาสนุก” พร้อมสตรีมแล้ววันนี้ บน Disney+

Insight Daily

ยิปซีพยากรณ์ ดวงรายวัน ประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569

แนวหน้า
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...