ศุลกากรสหรัฐฯ เปิดระบบ CAPE ขอคืนภาษีนำเข้าหลังศาลสูงสหรัฐฯ ไม่ชอบด้วยกม.
วันนี้ (21 เม.ย.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐอเมริกา (CBP) เปิดใช้งานระบบ CAPE (Consolidated Administration and Processing of Entries) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขอคืนภาษีนำเข้าที่ถูกเรียกเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) ภายหลังที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยจะเป็นช่องทางหลักในการบริหารจัดการเอกสาร เพื่อคืนภาษีอากรพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการ
สำหรับขอบเขตในการเปิดใช้งานระยะแรก (Phase I) จะครอบคลุมเฉพาะรายการสินค้านำเข้าภายใต้ 2 เงื่อนไข ได้แก่ 1) รายการที่ยังไม่ได้ชำระบัญชีประเมินอากร (Unliquidated entries) และ 2) รายการที่อยู่ในสถานะการชำระบัญชี (Liquidated entries) ไปแล้วไม่เกิน 80 วัน นอกจากนี้ กำหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติผู้ยื่นคำขอของระบบ CAPE
โดยกำหนดให้สิทธิในการยื่นคำขอจำกัดเฉพาะผู้นำเข้า (Importer of Record) หรือตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่มีบัญชีในระบบ ACE Secure Data Portal สำหรับระยะเวลาและการคืนเงิน ซึ่งหากข้อมูลถูกต้องและได้รับการอนุมัติ ผู้ประกอบการจะได้รับเงินคืนภายใน 60 - 90 วัน ทั้งนี้ หากผู้นำเข้ามีหนี้ค้างชำระกับ CBP ระบบจะดำเนินการหักลบหนี้ชำระ ก่อนโอนเงินส่วนต่างที่เหลือให้แก่ผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cbp.gov/trade/programs-administration/trade-remedies/ieepa-duty-refunds หรือติดต่อสอบถาม CBP โดยตรงในประเด็นด้านเทคนิคได้ที่ IEEPARefunds@cbp.dhs.gov และข้อมูลทั่วไปได้ที่ traderelations@cbp.dhs.gov หรือ สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ โทร. 1385
ทั้งนี้กรมฯ ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทย เร่งประสานกับผู้นำเข้าในสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่ารายการสินค้าเข้าข่ายได้รับการคืนภาษีหรือไม่ และให้ผู้นำเข้าตรวจสอบความพร้อมสำหรับบัญชี ACE Portal รวมถึงข้อมูลธนาคารก่อนกำหนดเปิดระบบ
นอกจากนี้ CBP ยังมีแผนขยายขอบเขตของระบบ CAPE ให้ครอบคลุมกรณีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในระยะถัดไป เช่น รายการขอคืนอากร (Drawback) รายการภาษี AD/CVD และรายการที่สิ้นสุดกระบวนการชำระบัญชีแล้ว ซึ่งกรมฯ จะติดตามและแจ้งให้ทราบต่อไป
อย่างไรก็ตาม กรมฯ เฝ้าระวังสถานการณ์การทางการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะการใช้มาตรา 122 อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา10% จากอัตราปกติกับทุกสินค้า ใช้ถึงวันที่ 23 ก.ค.2569 พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นให้ความร่วมมือทั้งการเร่งเจรจาเชิงเทคนิค และยืนยันเข้าร่วมกระบวนการไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งประกาศเปิดไต่สวนไทยและประเทศต่าง ๆ ใน 2 กรณี
ได้แก่ การมีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต (Excess Capacity) และ การบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) โดยไทยยื่นข้อโต้แย้งต่อการไต่สวนดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2569 และกระทรวงพาณิชย์จะเข้าร่วมในกระบวนการไต่สวนเพื่อแก้ต่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ส่งออกไทยอย่างสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐฯ อย่างดีที่สุด
อ่านข่าว:
“ศุภจี” เตรียมถก USTR พ.ค.นี้ มั่นใจไทยแก้ต่างม.301 แต่ไม่มั่นใจผลพิจารณา
“ส่งออกไทย” โตต่อเนื่อง 20 เดือน ก.พ.ขยายตัว 9.9% ห่วงผลกระทบตะวันออกกลาง
แก้เกมกำแพงภาษีสหรัฐฯ พณ.เร่งปิดดีล FTA กับ 3 คู่ค้า