โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อั้นไม่ไหวแล้ว ท่าเรือข้ามฟากหลักสมุทรปราการ ปรับค่าบริการเพิ่ม 2 บาท

แนวหน้า

เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 17.00 น.

อั้นไม่ไหวแล้ว ท่าเรือข้ามฟากหลักของจังหวัดสมุทรปราการ ขอปรับราคาค่าบริการเพิ่ม 2 บาท หลังสถานการณ์น้ำมันขึ้นอย่างต่อเนื่องรับภาระเชื้อเพลิงไม่ไหวแล้ว

31 มีนาคม 2569 จากกรณีน้ำมันในประเทศไทยได้มีการขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค.69 ได้มีการปรับราคาน้ำมันทั้งทุกชนิด ซึ่งโดยแบ่งแบ่ง น้ำมันดีเซลจากเดิม 38.94 เป็น 40.74 บาท เพิ่ม 1.80 บาท และเพิ่มราคาขึ้นอีก 1 บาท ในราคาน้ำมันแก็สโซฮอล์ 95 จากเดิม 41.05 เป็น 42.05 บาท น้ำมันแก็สโซฮอล์ 91 จากเดิม 40.68 เป็น 41.68 บาท เพิ่ม น้ำมันแก็สโซฮอล์ E 20 จากเดิม 36.05 เป็น 37.05 บาท และน้ำมันแก็สโซฮอล์ E 85 จากเดิม 32.79 เป็น 33.79 บาท ทำให้ธุรกิจต่างๆที่ต้องใช้น้ำมันได้ผลกระทบอย่างหนัก

เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังท่าเรือข้ามฟากของจังหวัดสมุทรปราการ คือ ท่าเรือพระสมุทรเจดีย์-ตลาดวิบูลย์ศรี ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฝากหลักของจังหวัดสมุทรปราการที่มีมายาวนานกว่าหลาย 10 ปี เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างฝั่งตัวเมืองจังหวัดสมุทรปราการและฝั่งอำเภอพระสมุทรเจดีย์และใกล้เคียง อีกทั้งยังลดระยะทางและเวลาการเดินทางลงเหลือแค่ 10 นาทีหากน้ำไม่ลดลงต่ำ ก่อนที่จะมีเส้นทางการเดินทางเพิ่มขึ้นในระยะหลังคือ สะพานภูมิพลและสะพานกาญจนาภิเษก ที่สามารถขับรถข้ามไปได้แต่ระยะทางเพิ่มขึ้นและเส้นทางบางเส้นทางเสียค่าบริการ โดยท่าเรือข้ามฝากได้รับผลกระทบอย่างหนักในสถานการณ์น้ำมันขึ้นแต่ยังคงราคาค่าบริการคงเดิมไว้ก่อน

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางสาว อรทัย. จันทร์ธำรง ผู้จักการท่าเรือพระสมุทรเจดีย์ ถึงปัญหาสถานการณ์น้ำมัน ณ.ปัจจุบันว่า ทางท่าเรือข้ามฝากได้รับผลกระทบเยอะมาก อย่างแรกเรือวิ่งบริการประชาชนในแต่ละวันนั้นใช้น้ำมันเยอะประมาณ 400-500 ลิตรต่อวันและตอนนี้ในช่วงแรกเป็นการขาดน้ำมันน้ำมันไม่มีทางเราต้องวิ่งหาซื้อน้ำมันเองเพราะว่ารถน้ำมันที่เคยส่งให้ทางท่าเรือไม่ได้มาส่งให้เหมือนอีกเดิมแล้ว ต้องตะเวนหาน้ำมันเพื่อนำมาเติมเรือบางปั๊มยังพอมีให้แต่บางปั๊มมีไม่เพียงพออีกทั้งน้ำมันยังมาปรับราคาขึ้น อีกทั้งผู้โดยสารที่มาใช้บริการมีจำนวนที่ลดลงแต่เรือยังคงให้บริการปกติจากเดิมที่เรือวิ่งเยอะจำเป็นต้องลดจำนวนลงเพื่อประหยัดน้ำมันกลัวไม่มีน้ำมันใช้และผู้โดยสารจะไม่ได้ข้ามฝั่ง หากจะปิดให้บริการตนคิดว่าไม่น่าได้ทางเราจำเป็นต้องขวนขวายหาน้ำมันมาบริการประชาชน ในส่วนการจัดการการให้บริการประชาชนนั้นจากเดิมจะวิ่งบริการในช่วงเช้าจำนวน 5 ลำและช่วงบ่ายจำนวน 5 ลำรวม 10 ลำ ช่วงหลังมานี้ที่ได้รับผลกระทบเรื่องน้ำมันจะลดเหลือ ในช่วงเช้าจำนวน 4 ลำและช่วงบ่ายจำนวน 4 ลำ รวม 8 ลำ แต่ใน 4 ลำ หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาวันที่ 30 มี.ค.69 สถานการณ์น้ำมันในประประเทศได้ปรับตัวขึ้นอีกโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 1.80 บาท เท่ากับปัจจุบันนี้นำมันดีเซลยังอยู่ในราคา 40.74 บาท ซึ่งมีผลกระทบกับการให้บริการเป็นอย่างมากจึงขอขยับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้นจากเดิมในราคาประชาชน 6 บาทเป็น 8 บาท ในส่วนนักเรียนและข้าราการในเครื่องแบบจากเดิม 3 บาทเป็น 4 บาท โดยเริ่มในเวลา 04.30 น.ของวันที่ 1 เม.ย.69 นี้ ซึ่งเป็นเรือเที่ยวแรกที่เปิดให้บริการ

ทางด้านผลกระทบกับผู้ใช้บริการเรือข้ามฟากนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นางสาว วันวิสา ทิมแก้ว อายุ 44 ปี ผู้ที่ใช้บริการเรือข้ามฟากแห่งนี้ว่า ตนมาใช้บริการเรือข้ามฟากแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี โดยจะข้ามฝั่งอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพราะว่ามาทำงานในบริษัทย่านพระสมุทรเจดีย์แต่มีบ้านพักอยู่ฝั่งปากน้ำโดยเสียค่าโดยสาร 6 บาท ซึ่งในวันพรุ่งนี้ 1 เม.ย.69 ทางท่าเรือจะปรับขึ้นราคาค่าบริการจาก 6 บาทเป็น 8 บาทนั้น ตนเพิ่งทราบข่าวและมีผลกระทบกับการเดินทางด้วยเพราะว่าเราเป็นผู้โดยสารจึงไม่อยากให้ค่าเรือแพงขึ้นแต่เราเข้าใจกับเรื่องค่าน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการมีผลกระทบและเราก็ยังมีผลกระทบอีกด้วย ถ้าทางที่ดีไม่ขึ้นราคาจะดีกว่า เพราะว่าการนั่งเรือข้ามฟากที่นี่เป็นการลดระยะทางและลดเวลาการเดินทางได้ดี ตนเคยนั่งรถโดยสารประจำทางข้ามฟากแล้วจะรอนานและเพิ่มระยะทางและเวลาการเดินทางอย่างมากจึงมาใช้บริการเรือข้ามฟากดีกว่าทั้งลดเวลาและระยะในการเดินทาง

ตนอยากจะฝากไปถึงทางผู้บริหารประเทศอยากจะให้ช่วยในราคาน้ำมันช่วยประชาชนให้ดีขึ้นไม่ใช่ว่าจะขึ้นค่าน้ำมันทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ในส่วนประชาชนคนอื่นยังได้กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าได้รับผลกระทบอย่างมากอย่างเช่นคุณป้าวัย 80 ปี ที่ใช้บริการเรือข้ามฟากทุกวันเล่าว่า ตนเปิดร้านเสริมสวยอยู่ฝั่งปากน้ำต้องมาใช้บริการข้ามฟากที่นี่ทุกวันตนได้รับผลกระทบหลายอย่างทั้งในร้านเสริมสวยในช่วงนี้ลูกค้าเริ่มน้อยลงและค่าใช้จ่ายในร้านยังเท่าเดิมและบางเดือนก็มีเพิ่มขึ้น ในส่วนทางท่าเรือข้ามฟากจะปรับราคาขึ้นนั้นตนไม่ค่อยจะได้รับผลกระทบเท่ารัยแต่คนอื่นๆ ตนไม่ทราบเพราะว่าตนพอจะมีรายได้ใช้จ่ายประจำวันอยู่แล้วจึงไม่ค่อยมีผลกระทบแต่คนอื่นๆที่มีรายได้น้อยอาจจะกระทบเป็นอย่างมาก ส่วนค่าครองชีพนั้นตนตอบเลยว่ามีผลกระทบอย่างมากทั้งค่าลูกน้อง ค่าใช้จ่ายในร้านและจิปาถะอื่นๆ ตนต้องยอมทนกันไป จึงอยากจะฝากให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...