โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ล้างบางตัวประกอบ ? เมื่อทุนจีนรัดเข็มขัด ละครยุคใหม่ 'พระรอง' ลงไป อาจใช้ AI แทนคนจริง

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 17.00 น.

วงการละครจีนกำลังก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงานอีกต่อไป แต่กำลังขยายบทบาทอย่างรวดเร็วรุนแรง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้นักแสดงที่เป็นมนุษย์จะยังมีที่ยืนอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักแสดงสมทบที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูงสุด

รายงานล่าสุดที่แพร่สะพัดในโลกโซเชียลระบุถึงทิศทางการผลิตละครในอนาคตว่า อาจไม่มีความจำเป็นต้องจ้างนักแสดงจริงอีกต่อไป หากไม่ใช่บทบาทนำ โดยมีกระแสข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่ววงการว่า บทบาททั้งหมดที่ต่ำกว่านักแสดงนำชายคนที่สองอาจถูกแทนที่ด้วย AI แม้ข้ออ้างนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสตูดิโอใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เหล่านักแสดงตัวประกอบและนักแสดงระดับกลางต่างนั่งไม่ติดเก้าอี้

นักแสดง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ประเด็นนี้ถูกตอกย้ำให้ชัดเจนขึ้นในงานประชุมใหญ่ของอุตสาหกรรมการผลิตรายการโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่า AI รุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง แนวคิดเรื่องทีมผลิตเพียงคนเดียวกำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ ซึ่งบีบให้นักแสดงต้องเร่งสร้างคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อให้กลายเป็นบุคคลที่หาใครมาแทนไม่ได้ หากต้องการอยู่รอดในยุคเปลี่ยนผ่านนี้

หวังหราน นักลงทุนชื่อดังและสามีของนักแสดงหญิงถงเหยา ได้วิเคราะห์เจาะลึกถึงจุดจบของโมเดลค่าตอบแทนสูงแบบเดิม โดยชี้ว่า AI จะช่วยลดระยะเวลาผลิตลงได้อย่างมหาศาล รูปแบบรายได้ของนักแสดงในอนาคตอาจไม่ใช่ค่าตัวเป็นก้อน แต่จะเปลี่ยนไปสู่การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในใบหน้าและรูปร่างและการแบ่งผลกำไรจากทรัพย์สินทางปัญญาแทน

นักแสดง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ข้อมูลจาก DataEye เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในเดือนมกราคม 2026 ละครสั้นที่สร้างด้วย AI มีส่วนแบ่งการตลาดพุ่งสูงถึง 38% จากที่ปีปีก่อนมีเพียง 7% เท่านั้น สิ่งที่ทำให้นายทุนและแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent และ iQIYI ตาโตคือ ความต่างของต้นทุนซึ่งละครสั้นแบบดั้งเดิม ใช้เงินทุนราว 1.5 - 3 ล้านหยวน ในขณะที่ละครสั้น AI ต้นทุนต่ำกว่า 200,000 หยวน และประสิทธิภาพ บางทีมใช้คนเพียง 3 คน ผลิตงานเสร็จทั้งเรื่องภายใน 5 วันเท่านั้น ท่ามกลางภาวะฤดูหนาวของคอนเทนต์ ที่งบประมาณถูกจำกัดและจำนวนการผลิตลดลง AI จึงกลายเป็นทางออกที่หอมหวานสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสความตื่นตระหนก หยู เจิ้ง โปรดิวเซอร์มือทองระดับตำนาน ได้ออกมาแสดงทัศนะที่สวนทางผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเขายอมรับว่าละคร AI คือเทรนด์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขามั่นใจว่า AI ไม่สามารถเลียนแบบความผูกพันทางอารมณ์ที่ผู้ชมมีต่อคนจริงได้

นักแสดง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

หยู เจิ้ง เผยว่า ตนเองพร้อมจะทดลองสร้างละครด้วย AI แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้อาจเป็นเพียงกระแสชั่วคราวและในที่สุดตลาดจะโหยหาการแสดงที่มีจิตวิญญาณของมนุษย์อีกครั้ง พร้อมทั้งให้ความมั่นใจกับเหล่านักเขียน ผู้กำกับ และนักแสดงที่มีฝีมือว่าไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรใช้โอกาสนี้พัฒนาทักษะให้เหนือชั้นกว่าที่จักรกลจะทำได้

ในขณะที่โลกของเครื่องจักรและการเรียนรู้พัฒนาไปไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมละครจีนกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ระหว่างประสิทธิภาพที่ไร้หัวใจ กับ เสน่ห์ของการเล่าเรื่องโดยมนุษย์ แม้ตัวเลขกำไรจะชี้ไปที่ทางแรก แต่ประวัติศาสตร์ศิลปะมักพิสูจน์เสมอว่า จิตวิญญาณและความรู้สึกคือสิ่งที่หาอะไรมาทดแทนได้ยากที่สุดในโลกแห่งการแสดง

นักแสดง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Netizenbuzz

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...