โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

คุณยายฮัทจัง คุณยายผู้ “ปันสุข” ให้กับผู้อื่น แม้จะขาดทุนถึงเดือนละ 100,000 เยน - เพจ Eak SummerSnow

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 15 พ.ค. 2563 เวลา 17.19 น. • เพจ Eak SummerSnow

จากกรณี “ตู้ปันสุข”ตู้ที่ใส่อาหารและของใช้จำเป็นเพื่อแบ่งปันให้กับคนซึ่งลำบากเพราะการระบาดของไวรัสในช่วงนี้ที่กำลังเป็นข่าวในไทย ซึ่งก็มีทั้งด้านดีในการได้แบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้กับคนที่เดือดร้อนและต้องการมันจริง ๆ แต่ก็มีอีกด้านหนึ่งที่ดูจะเป็นด้านที่ไม่สวยงามเท่าไรเมื่อพบว่ามีตู้ปันสุขหลาย ๆ ตู้ ถูกคนตระเวนไปหลาย ๆ ที่เพื่อกวาดเอาของไปจนหมด จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักถึงว่าตู้ปันสุขแบบนี้ไม่เหมาะกับสังคมไทยรึเปล่า ?

จากกรณีนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง ๆ หนึ่งที่เกิดที่ประเทศญี่ปุ่นครับ นั่นก็คือเรื่องของคุณยาย “ฮัทจัง” คุณยายอายุแปดสิบกว่า คนดังแห่งจังหวัดกุนมะ จังหวัดที่อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง

คุณยายฮัทจังเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ที่บ้านของตัวเองในเมืองคิริว เมืองที่ไม่มีอะไรเลย ร้านอาหารของคุณยายรสชาติอาจจะไม่ได้โดดเด่น หรูหรา หรือใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ แต่กลับมีรายการโทรทัศน์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 20 รายการ เดินทางมาไกลเพื่อสัมภาษณ์คุณยายฮัทจังเป็นเวลามากกว่า 30 ปี ที่เปิดร้านมา 

จุดเด่นของร้านเล็ก ๆ ของคุณยายคืออะไร ทำไมถึงมีแต่คนที่อยากเดินทางมายังเมืองที่ไม่มีอะไรแห่งนี้เพื่อมาร้านคุณยายหรือมาสัมภาษณ์คุณยายด้วย ?

คำตอบก็คือร้านเล็ก ๆ ของคุณยายเป็นร้านที่พิเศษครับ ปกติเราทำธุรกิจร้านอาหารหรือว่าธุรกิจอะไรก็ตาม เราก็ต้องการที่จะได้ผลกำไร ไม่อย่างนั้นธุรกิจก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ หรือที่เรียกแบบเพราะ ๆ ว่า “เจ๊ง” นั่นเอง 

แต่ร้านของคุณยายฮัทจังกลับกล้าแหกทุกกฎของการทำธุรกิจ เพราะร้านของคุณยายนั้น นอกจากไม่เคยได้กำไรแล้วยังขาดทุนทุกเดือน และตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ร้านของคุณยายก็ขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากเดิมขาดทุนแค่ไม่กี่หมื่นเยนก็เพิ่มขึ้นมาเป็นขาดทุนเดือนละ 70,000 เยน (ประมาณ 21,000 บาท) และในปัจจุบันร้านของคุณยายก็ขาดทุนมากกว่า 100,000 เยน (ประมาณ 30,000 บาท) ทุกเดือน

ทำไมคุณยายถึงยังเปิดร้านที่เปิดแล้วทั้งเหนื่อยทั้งขาดทุนแบบนี้อยู่นะ ?

ร้านของคุณยายฮัทจังชื่อว่าร้าน はっちゃんショップ (ฮัทจังช้อป) เป็นร้านเล็ก ๆ ที่ให้บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ ตักกันเอง กินได้ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา ในราคาแค่เพียงคนละ 500 เยน (150 บาท) แม้อาหารในร้านอาจจะเป็นอาหารบ้าน ๆ ที่ไม่ได้หรูหราอะไร แต่ลูกค้าก็แวะเวียนมาที่ร้านของคุณยายฮัทจังจนแน่นร้านทุกวัน เพราะคุณยายเป็นคนที่โอบอ้อมอารีกับทุก ๆ คนเสมอ เด็ก ๆ กินฟรี ใครที่เดินทางมาไกลมาก ๆ ถ้าคุณยายรู้ก็จะให้กินฟรี แถมถ้าในวันนั้นมีวัตถุดิบเหลือ คุณยายก็จะนำมาทำอาหารแจกให้ทุกคนเอากลับบ้านกันไปถุงโต ๆ เลย 

ลำพังค่าอาหารแค่คนละ 500 เยน ซึ่งเป็นราคาเดิมคงที่มาตลอดตั้งแต่สมัยเปิดร้านเมื่อ กว่า 30 ปีที่แล้ว มันก็ไม่เพียงพอกับค่าวัตถุดิบที่คุณยายไปซื้อมาทำอาหารด้วยซ้ำ แถมยังชอบลดแลกแจกแถมให้คนนู้นคนนั้นกินฟรีอยู่เรื่อยอีก แบบนี้จะไม่ให้ขาดทุนได้อย่างไร

สาเหตุที่คุณยายฮัทจังยังคงเปิดร้านต่อไปด้วยตัวคนเดียวที่ทั้งลำบากและเหนื่อย ต้องซื้อวัตถุดิบเอง ทำอาหารเอง ล้างจานเอง ทั้ง ๆ ที่ขาดทุนมาเรื่อย ๆ ทุกเดือน นั่นก็เพราะว่าในสมัยก่อนคุณยายฮัทจังเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนมาก แถมยังถูกคนอื่นกลั่นแกล้งรังแกมาตลอด จึงทำให้คุณยายรู้ว่าความลำบาก และความหิวโหยนั้นมันทรมานมากขนาดไหน 

พอโตขึ้นคุณยายก็ทำงานอย่างหนักจนสามารถเก็บเงินออกไปท่องเที่ยวทั่วประเทศได้ ในช่วงนั้นคุณยายได้สัมผัสกับความมีน้ำใจจากผู้คนในแต่ละที่ ที่หยิบยื่นให้ คุณยายจึงตัดสินใจใช้เงินที่เหลืออยู่จากการเก็บเงินมาค่อนชีวิตมาเปิดร้านอาหารแห่งนี้ เป็นการตอบแทนน้ำใจที่คุณยายเคยได้รับ และไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากหรือหิวโหยเหมือนที่เคยผ่านมาตอนเด็ก โดยสิ่งที่คุณยายต้องการนั้นไม่ใช่เงิน แต่คือรอยยิ้มที่มีความสุขของลูกค้าทุกคน

ความมีน้ำใจของคุณยายฮัทจังก็ส่งผลให้คุณยายกลายเป็นคนดังและเป็นบุคคลสำคัญของเมือง ได้รับฉายาว่าเป็นเหมือนกับแม่ชีเทเรซ่าของญี่ปุ่นเลยทีเดียว นอกจากจะมีลูกค้าที่เดินทางมาจากเมืองอันห่างไกลเพื่อตั้งใจมาหาคุณยายแล้ว ชาวบ้านในละแวกนั้น ก็แวะมาช่วยเหลือคุณยายเป็นประจำ ทั้งมาช่วยเป็นลูกมือทำอาหาร มาล้างจาน มาช่วยเก็บเงิน เช็ดโต๊ะ โดยที่ไม่รับค่าจ้างเลยแม้แต่น้อย เพียงเพื่ออยากตอบแทนคุณยายฮัทจัง

แต่เหรียญก็มีสองด้านเสมอ ด้วยความมีน้ำใจของคุณยายฮัทจังก็ทำให้มีคนที่เข้ามาเอาเปรียบคุณยายอยู่เสมอเหมือนกัน เมื่อก่อนคุณยายมีลูกจ้างเป็นลูกมืออยู่ถึง 5 คนในร้าน แต่ด้วยความใจดีของคุณยาย ลูกจ้างเหล่านี้ก็กลับขโมยของในร้านไปบ่อย ๆ จนคุณยายทนไม่ไหวและต้องไล่ออกไปแล้วทำร้านเองคนเดียวมาจนถึงปัจจุบัน

ชาวบ้านบางคนก็แวะเวียนมายืมเงินคุณยายแล้วไม่ยอมคืน หรือเป็นลูกค้าที่พอกินเสร็จก็เดินออกไปเลยโดยไม่ยอมจ่ายเงิน (แค่ 500 เยนก็ยังจะโกงอีกนะ…) ซึ่งไม่ได้มีจำนวนน้อย ๆ นะครับ 

สำหรับลูกค้าที่กินแล้วชักดาบแบบนี้ เพราะเห็นว่าถึงคุณยายฮัทจังจะรู้ แต่คุณยายก็ไม่เคยว่า ทำให้มีคนที่เข้ามาเอาเปรียบด้วยการเข้ามากินฟรีอยู่เรื่อย ๆ จนเพื่อนบ้านต้องยื่นมือเข้ามาช่วยโดยการเปลี่ยนกฎให้ต้องจ่ายเงินก่อนเข้าร้านไปเลย แล้วก็มีคนแวะเวียนมาช่วยรับหน้าที่ในการเก็บเงินแทนคุณยาย เพื่อให้คุณยายไม่ต้องขาดทุนมากกับการกินแล้วชักดาบของลูกค้าอีกต่อไป

แม้จะถูกเอาเปรียบอยู่เรื่อย ๆ แต่คุณยายฮัทจังก็ยังยืนยันที่จะทำร้านที่ขาดทุนแบบนี้ โดยใช้ราคาเดิมแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตายจากโลกนี้ไป คุณยายเคยบอกว่าคุณยายได้จัดการเรื่องค่าทำศพของตัวเองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และไม่จำเป็นที่จะต้องเหลือเงินเก็บเอาไว้ทำอะไรอีกแล้ว ดังนั้นคุณยายก็จะใช้เงินที่เหลืออยู่เพื่อความสุขของผู้อื่นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนวันสุดท้ายของชีวิต

เรื่องของคุณยายฮัทจังดู ๆ ไปก็มีความคล้ายคลึงกับเรื่องของ “ตู้ปันสุข” อยู่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แม้แต่ในญี่ปุ่นประเทศที่ได้รับความชื่นชมในกฎระเบียบและความมีวินัยของคน แต่ก็ยังมีคนที่เข้ามาเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นอยู่ดี เหรียญมีสองด้านเสมอ จิตใจของคนก็เช่นกัน มีดี มีเลว มีมืด และมีสว่าง มีขาว มีดำ บ้างก็มีสีเทา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเห็นมันในมุมไหน

อ้างอิงข้อมูลจาก: tabelog.com , TBS NEWS

ติดตามบทความใหม่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้และเรื่องแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นทาง LINE TODAY: TOP PICK TODAY จากผมได้ทุกวันเสาร์นะครับ

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

Facebook :Eak SummerSnow

Youtube : Eak SummerSnow

 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...