ไข่เค็มใบเตย
ไข่เค็ม ….เป็นอาหารที่หาซื้อรับประทานได้ง่าย และเป็นที่รู้จักกันมานาน ด้วยรสชาติที่เค็มออกรสจากไข่ ทำให้ไข่เค็มเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน โดยเฉพาะท่านที่ชอบทานข้าวต้ม ก็แทบจะขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว นอกจากนั้น ไข่เค็มยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้อีกหลายเมนู อาทิเช่น ไข่ดาวเค็ม ยำไข่เค็ม ซาลาเปาใส้เค็ม เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าลิ้มลองทั้งนั้น การทำไข่เค็มนั้นเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่จะคงความอร่อยของไข่เป็ดในรูปของการถนอมอาหารเพื่อให้อยู่ได้ยาวนานขึ้น แต่ปัจจุบันได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ได้ปรับรูปแบบการทำไข่เค็มให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยนำใบเตยมาเป็นส่วนประกอบด้วย ซึ่งหลายท่านคงจะเคยได้ยินกันมา กับชื่อที่ว่า ไข่เค็มใบเตย
กลุ่มไข่เค็มใบเตย บ้านผักหนาม ต.หนองกุงใหญ่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น มีคุณตวงพร วัชระธัญทิพย์ เป็นประธานกลุ่ม สมาชิกทั้งหมด 30 คน รวมกลุ่มกันทำไข่เค็มใบเตย มะม่วงดอง และสบู่เหลวจากดอกอันชัน ซึ่งทางกลุ่มมีการแลกเปลี่ยนความรู้กับทางสมาชิกภายในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เป็นการนำผลผลิตทางการเกษตรในชุมชนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้านั้นๆ สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านอีกทางหนึ่ง ซึ่งวันนี้จะมีวิธีการทำไข่เค็มสมุนไพรใบเตย มาฝากกันครับ
วัตถุดิบ
1.ไข่เป็ด จำนวน 100 ฟอง
2.เกลือเม็ด 1 กก.
3.ดินสอพอง 3 กก.
4.น้ำสะอาด 1/2 ลิตร
5.ใบเตย 1 กก.
วิธีทำ
- นำไข่เป็ดและใบเตยมาล้างทำความสะอาด
- นำเกลือมาบดให้ละเอียด
- นำใบเตยมาหั่นฝอย และบดให้ละเอียด (ไม่ควรนำมาปั่นจะทำให้มีน้ำมากเกินไป)
- นำเกลือและใบเตยที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับดินสอพองแล้วคลุกเคล้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน
- นำไข่เป็ดที่เตรียมใว้มาพอกกับส่วนผสมที่เตรียมใว้ ให้มีความหนาประมาน 1 ซม.
- นำไข่เป็ดที่พอกเสร็จแล้วมาวางใส่ในตะแกรง กระจาด (วางให้แห้งดี จัดวางในภาชนะ เก็บไว้ในที่แห้ง มิดชิด ที่โปร่ง)
การเก็บรักษาและนำรับประทาน
1.ประมาณ 3 วัน (นำมาทำเป็นไข่หวาน บัวลอยไข่หวาน)
2.เก็บไว้นาน 7 วัน (นำมาทำเป็นไข่เค็มดาว)
3.เก็บไว้นาน 20-30 วัน นำมาล้าง แล้วต้มรับประทานเป็นไข่เค็ม
สรรพคุณและคุณค่าทางอาหารของไข่เค็มใบเตย
1.ไข่เป็ด มีคุณสมบัติธาตุเหล็กสูง
2.ใบเตย ช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น มีกลิ่นหอม เป็นยาขับปัสสาวะแก้โรคเบาหวาน มีคอโรฟิลด์สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
3.เป็นการถนอมอาหารสดให้ได้นานถึง 1 เดือน โดยไม่พึ่งตู้เย็น สามารถอยูได้ในอุณหภูมิปกติ
4.สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสามารถจำหน่ายได้ราคาที่สูงเกือบเท่าตัว
5.สามารถนำผลิตภัณฑ์มาแปรรูป ในการประกอบอาหารได้หลากหลายอย่าง เช่น ไข่ดาว ยำไข่เค็ม,ผัดเผ็ด
6.ไข่เค็มสามารถนำมารับประทานกับข้าวร้อนๆ ,ข้าวต้มได้ในยามเร่งด่วน
7.สามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพเสริมให้กับครัวเรือน ในชุมชนได้, เพื่อลดปัญหาการว่างงาน, ลดปัญหาการไปทำงานต่างถิ่น, เพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับคนในชุมชน