โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮอตเวอร์ นักศึกษาจีน แห่สมัครเรียนโครงการแลกเปลี่ยน มหาลัยในเชียงใหม่

Campus Star

เผยแพร่ 21 พ.ค. 2562 เวลา 08.25 น.
นักศึกษาจีน แห่สมัครเรียนโครงการแลกเปลี่ยน มหาลัยในเชียงใหม่ หลักสูตรที่เข้าเรียนส่วนใหญ่ก็คือ ด้านมนุษยศาสตร์, เศรษฐศาสตร์, วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี

เรียกได้ว่าในยุคปัจจุบันเทรนด์ทางด้านการศึกษา ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีการปรับเปลี่ยนให้ตามทันกระแสโลกและความต้องการของตลาดแรงงานที่มีความต้องการเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และล่าสุด! ผู้บริหารสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาหลายแห่งในเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากเด็กจีนที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่แล้วจะสนใจมาเรียนด้านภาษาไทยและด้านบริหารธุรกิจ

นักศึกษาจีน แห่สมัครเรียนโครงการแลกเปลี่ยน ในไทย

ซึ่งจากเท่าที่ได้มีการสอบถามนักศึกษามานั้น ส่วนใหญ่แล้วมองว่าศักยภาพของเชียงใหม่ สามารถสร้างโอกาสทางด้านธุรกิจได้สูง ดังนั้นการเพิ่มทักษะทางด้านการสื่อสาร จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก และจากการติดตาม ประเมินผลพบว่ามีการลงทุนในพื้นที่อย่างหลากหลาย ทั้งด้านท่องเที่ยว การค้านำเข้า-ส่งออก และนอกจากนี้ยังมีการทำการตลาดกระจายสินค้าจากประเทศจีนไปยังแหล่งการค้าชั้นนำของเมืองอีกด้วย เช่น กาดนวรัฐ และกาดหลวง เป็นต้น

ด้าน รศ.รอุษณีย์ คำประกอบ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่รวม 1,058 คน ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี-โท-เอก และในกลุ่มนี้ก็มีนักศึกษาที่เป็นชาวจีนถึง 688 คนเลยทีเดียว และหลักสูตรที่เข้าเรียนกันเป็นส่วนใหญ่ก็คือ ด้านมนุษยศาสตร์, เศรษฐศาสตร์, วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี ทั้งนี้ในแต่ละปีการศึกษาก็ยังมีเข้ามาเรียนคอร์สพิเศษระยะสั้นอีกประมาณ 1,000 คน/ปี และในระดับปริญญาโท หลักสูตรที่นักศึกษาจีนสนใจมากที่สุดก็คือ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ นั่นเอง

การเตรียมความพร้อม ปรับหลักสูตรการเรียน

ส่วนทางด้าน คณะกรรมการการอุดมศึกษา กลุ่มมหาวิทยาลัยไทย ทั้งในกำกับรัฐ มรภ. และของรัฐ ตลอดจนมหาวิทยาลัยเอกชน ก็ได้มีความพยายามปรับแผนการเรียนการสอนหรือหลักสูตรต่าง ๆ ให้มีความตอบโจทย์ตลาดนักศึกษาต่างชาติให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากนักเรียน นักศึกษาจีน สนใจเข้ามาเรียนต่อที่เมืองไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง (โดยเฉพาะที่เชียงใหม่มีนักศึกษาชาวจีนกว่า 7,000 คน)

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้กล่าวว่า หลักเกณฑ์การรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 ตอนนี้ สพฐ. กำลังกำหนดความชัดเจนของแผนการรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการและโรงเรียนที่แข่งขันสูง ส่วนโครงการแลกเปลี่ยนนั้นขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่งที่จะทำการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ตนเองกำหนดเอาไว้อย่างเหมาะสม

นโยบายรัฐบาลจีน โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา

นอกจากนี้ นักวิชาการศึกษา มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังในเชียงใหม่ ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า จากการศึกษาและทำการวิจัยกลุ่มนักเรียน นักศึกษาจีนที่มาเรียนในเมืองไทยโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจัยสำคัญส่วนสำคัญนั้นมาจากนโยบายของรัฐบาลกลางของประเทศจีน ที่มีการส่งเสริมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา และยังพ่วงด้วยการลงทุน การค้า ประกอบด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนที่เชียงใหม่ เมื่อเทียบค่าเงินหยวนกับเงินบาทแล้วถือว่าได้เปรียบ จึงไม่แปลกใจเลยที่นักเรียน นักศึกษาชาวจีนจะเลือกมาเรียนต่อที่เมืองไทย โดยเฉพาะที่เชียงใหม่

โรงเรียนนานาชาติ มีจำนวนนักเรียนจีนเพิ่มขึ้น

กลุ่มโรงเรียนนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ยืนยันข้อมูลอีกด้วยว่า กลุ่มนักเรียนจีนได้เข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนนานาชาติเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าค่าเทอมจะอยู่ในหลักแสนบาทก็ตาม และยังมีผลบวกด้านอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดฯ ที่ได้รับประโยชน์ไปด้วย เนื่องจากผู้ปกครองชาวจีนส่วนใหญ่จะซื้อคอนโดฯ เอาไว้ลูกหลานอาศัยระหว่างที่เรียนอยู่ที่เชียงใหม่

โครงการแลกเปลี่ยนม.เชียงใหม่

ช่วยให้นักศึกษาประมาณ 900 คน จากมากกว่า 20 ประเทศมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เข้าร่วมในโปรแกรมเหล่านี้ มีส่วนร่วมที่มีคุณค่าต่อชุมชนของมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดมุมมองระดับโลก ในบริบททางวิชาการและสังคม โปรแกรมเหล่านี้ ยังช่วยให้นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับวุฒิการศึกษา ในขณะที่ศึกษาในสถาบันชั้นนำของโลก อีกด้วย

จำนวนนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเร็ว ๆ นี้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่มากกว่า 100 คน ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย 10 แห่งในต่างประเทศ และนอกจากนี้ยังมีโครงการอื่น ๆ ที่คอยสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการแลกเปลี่ยนมาศึกษาที่ไทยด้วย ได้แก่

– Asean-European Academic University Network (ASEAN-UNINET)
– Asia-Europe Meeting (ASEM)-DUO Fellowship Program
– Asian University Network (AUN)
– Erasmus Mundus Program (European Union)
– Faculty and Student Exchange Programs between Thailand and Neighboring Countries (THAI-ASEAN)
– University Mobility in Asia and Pacific (also called UMAP)

ดูรายละเอียการรับสมัครแต่ละโครงการได้ที่ : http://inter.oop.cmu.ac.th/

มหาวิทยาลัยไทย เริ่มปรับหลักสูตรใหม่

ทั้งนี้ การปรับหลักสูตรการเรียนการสอน และสถานศึกษาจากเชียงใหม่เท่านั้น ที่ได้รับความนิยมจากนักเรียน นักศึกษาชาวจีน เพราะในสถาบันการศึกษาแห่งอื่น ๆ ของไทยก็ได้รับความนิยมเช่นกัน อาทิ

มหาวิทยาลัยรังสิต

ม.รังสิต จากเดิมที่มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ของประเทศจีนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยหลางฝ่าง ในมณฑลเหอเป่ย์, หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว ในมณฑลกุ้ยโจว, หลักสูตรภาษาไทย มหาวิทยาลัยกวางสี ในมณฑลกวางสี, มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินยูนนาน กับวิทยาลัย Oxbridge และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคุนหมิง ซึ่งจากความร่วมมือโดยตรงนี้ก็ทำให้เชื่อว่าในปีการศึกษา 2562 จะมีนักศึกษาชาวจีน (แรกเข้า) อยู่ที่ประมาณ 400-500 คน

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ได้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ เพื่อต้อนรับนักศึกษาจีนที่มีจำนวนมากขึ้น โดยในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาจีนศึกษาอยู่ประมาณ 3,000 คน ซึ่งจากการที่มีจำนวนนักศึกษาจีนเพิ่มมากขึ้นทำให้ทางมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรใหม่ขึ้นมาก็คือ หลักสูตรแนวใหม่ หรือจับวิชาเป็นโมดูล สาขาบริหารธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มวิชาพื้นฐาน, กลุ่มด้านนวัตกรรม และกลุ่มดิจิทัล ซึ่งมีเป้าหมายให้นักศึกษาเป็น นวัตกร (inovater) หรือสร้างผู้ประกอบการแห่งอนาคต

และนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างมหาวิทยาลัยบางส่วนเท่านั้น ที่มีการเปิดสอนหลักสูตรใหม่ หรือปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์นักศึกษาชาวจีนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจ หลักสูตรภาษาไทย และหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ ฯลฯ

อ้างอิงข้อมูลจาก : www.chiangmainews.co.th, www.cmu.ac.th, www.prachachat.net

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...