โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บ้านปลายเนินใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

MThai.com

เผยแพร่ 28 เม.ย. 2562 เวลา 01.00 น.
ปัจจุบัน บ้านปลายเนินเป็นที่อยู่อาศัยของพระทายาทในราชสกุลจิตรพงศ์ และยังเป็นสถานที่ตั้งของมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๐๖ ณ พระตำหนักในพระบรมมหาราชวัง เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๖๒ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมารดา คือ พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย และทรงเป็นต้นราชสกุล “จิตรพงศ์” เนื่องจากทรงมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าจิตรเจริญ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
คลิกที่ลิงค์ด้านล่างเพื่อดูวีดีโอ

ดูวีดีโอ

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงรับราชการเพื่อสนองพระเดชพระคุณตลอดมา ทรงดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีหลายกระทรวงทั้ง กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงพระคลัง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวัง

ภาพของตำหนักไทยก่อนจะบูรณะ
ตำหนักตึก
ภาพพระอาทิตย์ชักรถ ภาพเขียนในพระที่นั่งบรมพิมาน ผลงานด้านจิตรกรรมของสมเด็จครู
ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัญ
ผนังวัดราชาธิวาส
ทางเสด็จ
วันทำบุญตำหนักไทย
บ้านปลายเนิน
ตำหนักไทยจากมุมบน
ตำหนักตึกกลางคืน
สองกษัตริย์ที่บ้านปลายเนิน ที่มาของชื่อเรียก …ทางเสด็จ
สมเด็จครูที่ตำหนักไทย
ตำหนักไทยช่วงกำลังซ่อมแซม
บันไดตำหนักไทย
ตำหนักตึก
ตำหนักตึก ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่
บานหน้าต่างบนตำหนักตึก
เรือนคุณย่า
ช่องลม
ทางเดินนางรำ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ให้บ้านเหมือนป่า
เรือนละคร
ของใช้ส่วนพระองค์
ของใช้ส่วนพระองค์
ของใช้ส่วนพระองค์
ระหว่างการซ่อมแซม
ของใช้ส่วนพระองค์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

ในปลายรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปีพ.ศ. ๒๔๕๒ ทรงลาออกจากราชการเนื่องจากทรงประชวรด้วยโรคพระหทัยโตและโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง เจ้าพระยาเทเวศรวงษ์วิวัฒน์ ผู้ที่เป็นทั้งพระญาติและมิตร ได้ชักชวนให้พระองค์มาพักตากอากาศที่ตำบลคลองเตย พระองค์มาแล้วรู้สึกทรงพระสำราญ เนื่องจากที่นี่มีอากาศโปร่งบริสุทธิ์ พระองค์จึงทรงหาซื้อที่นาริมคลองมาแปลงหนึ่งและปลูกสร้างตำหนักจนแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๔๕๗ ในที่สุดพระองค์ทรงย้ายจากที่ประทับเดิม คือ วังท่าพระ (ปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร) มาประทับที่ตำหนัก ณ ตำบลคลองเตย และทรงเรียกตำหนักที่ประทับนี้ว่า “บ้านปลายเนิน”

ตำหนักไทยไม้สักทอง

ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ถึงแม้พระองค์ทรงลาออกจากราชการมาประทับที่บ้านปลายเนิน แล้วก็ยังคงทรงงานสนองพระเดชพระคุณในงานช่างและงานประณีตศิลป์ต่างๆ อยู่เป็นนิจ รวมทั้งทรงงานฝีมือสำคัญต่างๆ จากห้องทรงเขียนที่บ้านปลายเนิน

ทางเสด็จ บ้านปลายเนิน
สองกษัตริย์ที่บ้านปลายเนิน ที่มาของชื่อเรียก …ทางเสด็จ

ในปีพ.ศ. ๒๔๖๘ สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสชักชวนให้พระองค์กลับมารับราชการแผ่นดินจึงได้ทรงรับตำแหน่งเป็นอภิรัฐมนตรีที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน เป็นอุปนายกราชบัณฑิตยสภา แผนกศิลปากร และพระองค์ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการราชวงศ์ มีหน้าที่สนองพระเดชพระคุณในพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ ตำแหน่งสุดท้ายในงานราชการ คือ ทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๖ จนตลอดรัชกาล
ในบั้นปลายของพระชนม์ ทรงประทับที่บ้านปลายเนินจนสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๐ ณ ห้องบรรทม ที่ตำหนักตึกในบ้านปลายเนิน รวมพระชันษา ๘๓ ปี

ห้องบรรทมตั้งอยู่บนชั้นสองของตำหนักตึก

ในปีพ.ศ.๒๕๐๖ อันเป็นปีครบรอบ ๑๐๐ ปีการประสูติ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้ยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกประจำปีพุทธศักราช ๒๕๐๖ นับเป็นบุคคลที่ ๒ ของไทยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก

ในด้านชีวิตครอบครัว พระองค์ทรงมีพระชายา พระโอรสและพระธิดา ดังนี้

  1. หม่อมราชวงศ์ปลื้ม จิตรพงศ์ (ศิริวงษ์) มีพระธิดา คือ หม่อมเจ้าหญิงปลื้มจิตร จิตรพงศ์ (เอื้อย)
  2. หม่อมมาลัย จิตรพงศ์ ณ อยุธยา (เศวตามร์) มีพระโอรส คือ หม่อมเจ้าอ้าย และหม่อมเจ้าเจริญใจ จิตรพงศ์ (ยี่)
  3. หม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์ (งอนรถ) มีพระโอรสและพระธิดา คือ หม่อมเจ้าสาม หม่อมเจ้าหญิงประโลมจิตร ไชยันต์ (อี่) หม่อมเจ้าหญิงดวงจิตร จิตรพงศ์ (อาม) หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ (ไส) หม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์ (งั่ว) และหม่อมเจ้าหญิงกรณิกา จิตรพงศ์ (ไ อ )

ปัจจุบัน บ้านปลายเนินเป็นที่อยู่อาศัยของพระทายาทในราชสกุลจิตรพงศ์ และยังเป็นสถานที่ตั้งของมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อมอบรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ หรือรางวัลนริศ เพื่อให้เกียรติและสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่ นิสิต นักศึกษาและนักเรียนจากทั่วประเทศ ในการศึกษา เรียนรู้ และวิจัยศิลปไทยทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น คีตศิลป์ นาฏศิลป์ จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม มาเป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปี เพื่อส่งเสริมศิลปินที่มีความรู้ความสามารถให้สืบสานงานศิลป์คู่กับแผ่นดินไทยต่อไป

สมเด็จครูที่ตำหนักไทย

ในวันที่ ๒๘ เมษายนของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันประสูติ คือโอกาสที่ผู้ได้รับรางวัลนริศและคณะละครสมัครเล่นบ้านปลายเนินจะได้แสดงผลงานต่อสาธารณชน

ผู้ได้รับรางวัลนริศในอดีตคือครูช่างในปัจจุบันและอาจเป็นศิลปินแห่งชาติต่อไป นักเรียนรางวัลนริศหลายคนได้กลับมาสู่บ้านปลายเนินเพื่อสอนรำไทย โขนและดนตรีเมื่อโอกาสอำนวย บุคคลตัวอย่างที่เราภาคภูมิใจ คือ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ นักเรียนรางวัลนริศที่ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดี คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ บ้านปลายเนินจึงเป็นสถานที่ส่งเสริมการอนุรักษ์องค์ความรู้ของครูช่างไทยโดยแท้
ทายาทบ้านปลายเนินเปิดตำหนักไทยให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ในวันที่ ๒๙ เมษายนของทุกปี และได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยวันนริศปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีประชาชนเดินทางมาชมตำหนักไทยมากกว่า ๒,๐๐๐ คน

เรือนละคร ต่อเติมเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สอนละคร สอนรำไทย
เรือนคุณย่า

ทายาทรุ่นที่สี่ของสมเด็จครูวางผังแม่บทอนาคตของบ้านปลายเนินด้วยการจัดทำทะเบียนภาพแบบร่างฝีพระหัตถ์ของสมเด็จครู ศิลปวัตถุโบราณที่ทรงสะสม และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันส่วนพระองค์ อีกทั้งเตรียมการซ่อมแซมและอนุรักษ์อาคารสำคัญภายในบริเวณวังคลองเตย ได้แก่ ตำหนักไทย ตำหนักตึก เรือนคุณย่า และเรือนละคร ด้วยความตั้งใจว่าจะได้อนุรักษ์และปรับปรุงอาคารทั้งหมดเพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ และสถานที่อบรมที่สาธารณชนทั่วไปสามารถเข้าชมและศึกษาได้ในวันข้างหน้า
โครงการที่ได้เริ่มแล้วคือการซ่อมตำหนักไทย ทีมสถาปนิกอนุรักษ์ นำโดยดร.ยุวรัตน์ เหมะศิลปิน และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ฐิติวุฒิ ชัยสวัสดิ์อารี ทำงานร่วมกับรุกขกร นักออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ภูมิสถาปนิกและวิศวกรงานระบบระบายน้ำ ทุกคนตั้งใจที่จะทำให้เสร็จพร้อมจัดงานวันนริศในปี พ.ศ. ๒๕๖๒

ของใช้ส่วนพระองค์ ของสมเด็จครู
โบราณวัตถุอันทรงคุณค่า
โบราณวัตถุอันทรงคุณค่า
ของใช้ส่วนพระองค์
ผลงานของสมเด็จครู แสดงถึงพระอัฉริยภาพด้านศิลปะ โดยมิได้เรียนรู้ หรือมีครูสอนมาก่อน*
ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ  ทรงวาดถวาย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในวันประสูติ**

ทายาทของสมเด็จครูทุกคนมุ่งมั่นที่จะต่อยอดความดีงามผ่านกิจกรรมสำคัญต่างๆ ของบ้านปลายเนิน ด้วยความหวังว่า ทุกเรื่องราวของทุกองค์ประกอบทางกายภาพ เช่น ต้นไม้ใหญ่ สวนการแสดงละครดึกดำบรรพ์ แผ่นทางเดินหิน ตำหนักไทยไม้สักทอง ผลงานฝีพระหัตถ์อันทรงค่า และองค์ความรู้ในสรรพวิชาทุกแขนงจะมีชีวิตยืนยาวคงอยู่เป็นสมบัติของชาติไทยสืบไป

หมายเหตุ :

  • * ภาพพระอาทิตย์ชักรถ เป็นภาพเขียนเหมือนจริงโดยใช้ช่างอิตาลีเขียน บนเพดานในพระที่นั่งบรมพิมาน ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงสเก็ตช์ภาพต้นแบบ รถพระอาทิตย์ทรงรถเทียมม้าด้วยทรงนำม้าจริงมาผูกไว้แล้วเขียนบิด perspective ให้เหมือนม้าลอยอยู่ในอากาศ ภาพนี้โดดเด่นด้วยการเทียมม้า 6 ตัวแต่มีล้อเพียงล้อเดียว
  • ** ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ สมเด็จครูทรงตั้งพระทัยวาดถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงออกแบบกรอบและภาพด้วยองค์เอง แสดงให้เห็นว่าทรงกล้าคิดนอกกรอบโบราณ เนื่องจากเขียนพระวรกายพระอินทร์เป็นสีเรืองเขียวมีกล้ามเนื้อมิติชัดเจน ส่วนช้างเอราวัณก็แตกต่างจากช้างเอราวัณทั่วไป ด้วยช้างมีเศียรเดียว 4 งา เพื่อให้เข้าใจว่านี่คือ ช้างเทวดา
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...