ชวนมนุษย์เงินเดือนรู้จัก “PVD” กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่มีดีมากกว่าฝากๆ ไปแล้วจบ
ทันข่าว Today
อัพเดต 16 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว ChannelHighlight
สำหรับใครที่ทำงานบริษัทเอกชน หรือที่เราชอบเรียกกันว่า มนุษย์เงินเดือน
มีการลงทุนที่สำคัญที่สุดอันหนึ่ง คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund or PVD)
คนที่ทำงานบริษัทเอกชนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักคุ้นชื่อ “PVD” กันพอสมควร เพราะโดนหักเงินกันทุกเดือน และหลายคนก็จะรู้สึกว่าทำไมเงินเดือนเราโดนหักไป แทนที่จะได้เงินเดือนเต็ม ๆ มาใช้
เพื่อให้พอเห็นภาพ ลองยกตัวอย่าง ง่ายๆ ที่อาจจะคุ้นเหมือนเจอกันตัวทุกๆ เดือน ก็คือ
สมมติเงินเดือนเรามี 100% กองทุนนี้จะหักเงินเราไปลงทุนเลยตั้งแต่ก่อนจ่ายเงินเดือนให้ บางบริษัทอาจจะหัก 5% บางบริษัท 10% คือหักไปก่อนตั้งแต่แรก เรียกว่าเอาไปตั้งแต่ก่อนเราจะเห็นเงินเดือน เรียกว่าเป็นการลงทุนที่ดีก็ได้ เพราะเรา “จ่ายให้ตัวเองก่อนโดยอัตโนมัติทันที”
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund or PVD) คืออะไร และมีเพื่ออะไร ?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บออมเงินให้ลูกจ้างใช้จ่ายตอนเกษียณอายุแล้วและถือว่าเป็นสวัสดิการส่วนหนึ่งที่นายจ้างมีให้แก่ลูกจ้าง
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะมาจาก:
1. ลูกจ้างหรือสมาชิก ซึ่งถูกหักเงินส่วนหนึ่งจากค่าจ้างเข้ากองทุนเป็นรายเดือน หรือที่เรียกกันว่า “เงินสะสม”
2. นายจ้าง ซึ่งจะจ่ายเงินอีกส่วนหนึ่งเข้ากองทุนเป็นประจำทุกเดือน นอกเหนือจากการจ่ายเงินค่าจ้างประจำให้แก่ลูกจ้าง โดยเงินส่วนนี้จะเรียกกันว่า “เงินสมทบ”
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการที่จะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ เพื่อหาผลตอบแทนสูงสุดภายใต้ระดับความเสี่ยงที่รับได้หรือตามนโยบายการลงทุน โดยกองทุนมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากนายจ้างและบริษัทจัดการโดยเด็ดขาด ‼️
และจะต้องนำไปจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ลูกจ้างหรือสมาชิกจึงสามารถมั่นใจได้ว่าแม้นายจ้างหรือบริษัทจัดการจะปิดกิจการลง เงินจำนวนนี้ก็ยังถือเป็นของลูกจ้างหรือสมาชิกทั้งหมดโดยไม่ผูกพันธ์กับภาระหนี้สินใดๆ ของบริษัทนายจ้าง
เงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ
1. เงินสะสม คือ เงินที่เรา(พนักงาน)จ่ายเข้ากองทุน
2. ผลประโยชน์ของเงินสะสม คือ ดอกผลที่ได้จากการนำเงินสะสมไปลงทุน
3. เงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้าง(บริษัท)จ่ายเข้ากองทุน
4. ผลประโยชน์ของเงินสมทบ คือ ดอกผลที่ได้จากการนำเงินสมทบไปลงทุน
ข้อดีของกองทุน PVD ที่เป็นประโยชน์กับมนุษย์เงินเดือน
พลังของเงินสมทบจากนายจ้าง
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดเท่าที่มีในทุกสินทรัพย์แล้ว เพราะ “มันมีคนทบทวีเงินออมของเราเพิ่มให้ด้วย” เช่น คุณหักเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 5 บาท ถ้าบริษัทสมทบให้ 100% บริษัทจะใส่เงินให้มาอีก 5 บาท ทำให้เงินที่เราจะได้ลงทุนรวมแล้วคือ 10 บาท แถมยังสามารถนำเอา 5 บาทที่ว่าไปหักลดหย่อนภาษีได้อีก
พยายามลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยหักเงินให้เต็มตามอัตราสมทบและเลือกแผนที่มีนโยบายลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเรา
ในปัจจุบันนั้น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ถูกปรับปรุงด้วยกฎหมายใหม่ อนุญาตให้ลูกจ้างสามารถหักเงินได้มากกว่าที่นายจ้างสมทบ เช่น เราสามารถเลือกว่าจะหักเงิน 5-7-9-11-13-15% ของเงินเดือนก็ได้ แม้นโยบายของบริษัทที่เราทำงานจะสมทบเงินให้แค่ 5% ก็ตาม
แต่การสมทบเงินของนายจ้างก็ยังอยู่ตามที่บริษัทหรือนายจ้างกำหนดอยู่ เช่น แม้เราจะสะสม 15% นายจ้างก็จะจ่ายเงินให้ 5-10% สมทบตามอายุงาน เพียงแต่กฎหมายปรับใหม่ให้ดีกว่าแต่ก่อน เพราะเดิมนั้นลูกจ้างจะหักเงินเกินกว่าที่นายจ้างสมทบไม่ได้
ผลตอบแทนจากการลงทุน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของบางบริษัท ฯ เป็นแบบ Employee’s Choice ครับ พูดง่าย ๆ ก็คือ สามารถเลือกแผนการลงทุนได้ว่าจะ ให้มีสัดส่วนของสินทรัพย์ลงทุนเท่าไหร่บ้าง เช่น รับความเสี่ยงได้น้อย ก็อาจจะเลือกแผนที่ปลอดภัยหน่อย อย่างแผน เลือกลงทุนในหุ้น 20% ที่เหลือ 80% จะลงทุนในตราสารมีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้
ในทางกลับกัน หากรับความเสี่ยงได้สูง (คนที่อายุยังน้อย หรือว่าคนที่เน้นลงทุนระยะยาว เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น) ก็สามารถเลือกสัดส่วนการลงทุนแบบหุ้น 50-60% ขึ้นไปได้ครับ
หลายคนไม่รู้ว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ถืออยู่นั้น ปรับสัดส่วนการลงทุนได้ระหว่างทาง หรือไม่ได้สนใจ แต่แผนที่แตกต่างทำให้ผลลัพธ์แตกต่างมากทีเดียว
ดังนั้น ถึงจะหักเงินเดือนเท่าๆ เพื่อนร่วมงานทุกๆ เดือน แต่การที่เราเลือกแผนลงทุนที่ต่าง ผลตอบแทนตอนจบอาจจะห่างกันแบบไม่เห็นฝุ่นเลยก็ได้
สิทธิประโยชน์ทางภาษี
เงินส่วนที่โดนหักไปลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น เราสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ รัฐเข้ามาส่งเสริมในส่วนนี้เพื่อจะทำให้คนลงทุนระยะยาว
ถ้าเราลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปเรื่อย ๆ จนอายุ 55 ปี โดยไม่มีการขายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมา ภาระภาษีจะไม่เข้ามายุ่งกับเราแล้ว และเมื่อครบเงื่อนไขที่อายุ 55 ปีแล้ว เงินก้อนนี้ซึ่งเราจะได้รับก็ยังยกเว้นภาษีเงินได้ให้อีกด้วย
เริ่มออมให้ไว ออมให้นาน สะสมให้มาก เข้าใจสิทธิ์ PVD โอกาสมีเงินล้านเป็นไปได้ไม่ยาก