โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TasteBud: นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตที่ใส่ใจคนกิน และโอบอุ้มผู้ผลิต

The Momentum

อัพเดต 18 ธ.ค. 2563 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 04.00 น. • ศิริวรรณ สิทธิกา

In focus

  • อาหารแห่งอนาคต ไม่ได้หมายถึงอาหารเม็ดแบบแคปซูลในโลกไซไฟ แต่คือการสร้างสรรค์วัตถุดิบทดแทนเพื่อนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารที่เกิดความยั่งยืนทั้งห่วงโซ่วงจร
  • ตัวอย่างของวัตถุดิบที่TasteBud Lab พัฒนา คือขนุนอ่อนที่มีคุณค่าทางอาหาร มีรสชาติเป็นกลาง ง่ายต่อการปรุงรสชาติได้ตามต้องการ และยังมีเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อสัตว์ ในต่างประเทศนำขนุนมาทำเป็นอาหารวีแกนอยู่พอสมควร สำหรับเมืองไทย ขนุนสามารถแปรรูปเป็นเนื้อสัตว์ทางเลือกได้ เปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้จากนวัตกรรมนี้
  • ‘สันติ อาภากาศ’ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอแห่งเทสต์บัด มองว่าการพัฒนาด้านfood innovation หรือfood technology จะต้องมีจุดสมดุล โดยยึดภูมิปัญญาไทยหรือคนไทยเป็นที่ตั้ง และสร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทยและเกษตรกรอย่างแท้จริง เพื่อสร้างจุดสมดุลทั้งภาคเกษตรกรและตลาด

‘TasteBud’ ต้อนรับเราด้วยอาหารจานพิเศษที่ส่งขนุนมาขึ้นโต๊ะแทนเนื้อสัตว์ และเมนูขนุนเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงแกงขนุน ตำขนุน หรือเมนูอื่นๆ ที่เราคุ้นลิ้นกันว่าเป็นอาหารพื้นถิ่น เพราะเขาจัดมาในรูปแบบพูลพอร์กที่อยู่ในไส้แซนด์วิช มีตบอลขนุนที่ฉ่ำซอสอยู่ในพาสต้า มีตบอลขนุนท็อปบนหน้าพิซซ่าที่แป้งพิซซ่ามีฐานเป็นดอกกะหล่ำ ไปจนถึงชีสบอลรสชาติละมุนจากขนุนเนื้อกำลังห่ามเจือรสหวานนิดๆ

อย่าแปลกใจหากเราจะบอกว่านี่คือบทเกริ่นนำให้เรารู้จักกับคำว่า‘อาหารแห่งอนาคต’ ที่ไม่ใช่หมายถึงอาหารแบบเม็ดแคปซูลในโลกไซไฟ

สันติ อาภากาศ

…..

‘สันติ อาภากาศ’ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอแห่งTasteBud Lab ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทชื่อBio Buddy ที่กำลังขับเคลื่อน‘Future of Food’ และพัฒนาวงการอาหาร เพื่อมุ่งไปสู่ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งการสร้างสรรค์วัตถุดิบทดแทนจะช่วยให้เกิดความยั่งยืนไปด้วยกันทั้งห่วงโซ่วงจร 

สันติและเพื่อนเริ่มต้นร้านอาหารและแล็บทดลองอาหารแห่งนี้เมื่อราวสองปีก่อน ในวันที่เขามองเห็นว่าในต่างประเทศซึ่งไม่ได้มีความรุ่มรวยด้านอาหาร กลับมีการพัฒนาและผลักดันสตาร์ตอัพเพื่อนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารกันอยู่มาก ต่างจากเมืองไทยที่จัดได้ว่ามีอาหารอุดมสมบูรณ์ กลับมีการขยับตัวน้อยมาก ทั้งที่วัตถุดิบเหล่านั้นสามารถต่อยอดและพัฒนาได้อีกไกล

“ด้านfood technology ตอนนี้ในต่างประเทศเขาไปไกลมาก ความไปไกลของเขามองในเรื่องความยั่งยืนทางอาหารเป็นหลัก เพราะมีปัจจัยเรื่องclimate change เข้ามา”

Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกี่ยวข้องกับวงการเทคโนโลยีอาหารตรงที่การบริโภคเนื้อสัตว์จากภาคปศุสัตว์ ทำให้เกิดก๊าซมีเทนจากกระบวนการเลี้ยงสัตว์ในระบบอุตสาหกรรม ไปจนถึงการสูญเสียพื้นที่ป่าให้กับการเพาะปลูกพืชเพื่อนำมาผลิตอาหารสัตว์ ก็สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยตรง การคิดค้นนวัตกรรมอาหารอย่างเนื้อสัตว์3D พรินต์ เนื้อสัตว์ทดแทน ที่มาจากพืชหรือการเพาะเซลล์ จึงได้รับความนิยม เช่นเดียวกลุ่มคนที่หันเหมาสู่เส้นทางมังสวิรัติโดยมีนัยเพื่อประโยชน์ทางสุขภาพก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วยเช่นกัน ตลาดของโปรตีนทางเลือกอย่างplant-based meat จึงดูทอดยาวและน่าสนใจ

 “พืชน้ำบางตัวที่ใช้ทรัพยากรน้อย แต่กลับมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า เป็นsuper food เขาจึงมีโมเดลในการทำการเพาะเลี้ยงอย่างสาหร่ายสไปรูลิน่า ซึ่งจริงๆ แล้วพืชทางน้ำของไทยอย่างเช่นไก(สาหร่ายน้ำจืด) หรือผำ ก็อาจเป็นsuper food หรือเป็นโปรตีนทางเลือกได้ในอนาคต ตัวขนุนเองนักวิทยาศาสตร์เยอรมันบอกว่าเป็นMeat of the Future บางประเทศก็มีโปรตีนทางเลือกจากแมลง เรียกว่าfood technology ในต่างประเทศไปไกลมาก ถึงขั้นที่ตอนนี้มีเนื้อสัตว์ที่เพาะจากเซลล์แล้ว” 

สันติพาเราเปิดโลกของโปรตีนทางเลือก ที่ปัจจุบันนี้มีสตาร์ตอัพไทยเริ่มพัฒนานวัตกรรมเนื้อสัตว์ทางเลือกอยู่หลายราย เทสต์บัดก็วางตัวเป็น‘บัดดี้’ ที่ช่วยกันคิดค้นพัฒนาไปด้วยกัน โดยมีหน้าร้านของเทสต์บัดทำหน้าที่นำเสนอให้เห็นผ่านเมนูอาหารที่มีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม นอกจากเมนูมีตบอลขนุนที่กล่าวไว้ตอนต้น เทสต์บัดก็ยังมอบความแปลกใหม่ให้กับเราด้วยกาแฟแฟลตไวต์รมควันอบเชยที่เพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วยผงโปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด เค้กเนยสดสไปรูลิน่า ฯลฯ

“ผมเคยทำงานเป็นที่ปรึกษา หรือเป็นโค้ชให้กับสตาร์ตอัพอยู่ ก็เห็นว่าสตาร์ตอัพเป็นธุรกิจที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ที่มีความคล่องตัว และมีแพสชั่นที่ชัดเจนในการเข้ามาแก้ปัญหาอะไรสักอย่าง เทสต์บัดจึงมีจุดที่ตั้งมั่นว่าจะช่วยทางเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัพในการทำโจทย์ด้านห่วงโซ่อาหารร่วมกัน โดยเราจะอยู่ในฝั่งกลางน้ำกับปลายน้ำ และแนวคิดของเราคืออยากจะทำให้เรื่องความยั่งยืนได้ย้อนกลับไปยังต้นน้ำ คือเกษตรกร ทุกโปรดักต์ที่เราคิดร่วมกันจะต้องกลับไปที่ประโยชน์สูงสุดคือเกษตรให้ได้ ไม่ในวันนี้ก็ในระยะอันใกล้”

…..

ตัวอย่างของวัตถุดิบที่เทสต์บัดพัฒนา คือขนุนอ่อนที่มีรสชาติเป็นกลาง ง่ายต่อการปรุงรสชาติได้ตามต้องการ และยังมีเนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อสัตว์ 

“ขนุนเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางสารอาหาร ในต่างประเทศก็มีการนำขนุนมาทำเป็นอาหารวีแกน จำพวก plant-based diet อยู่พอสมควร แต่เมืองไทยยังไม่มี เรามองว่าการแปรรูปขนุนให้เป็นเนื้อสัตว์ทางเลือก จะทำให้เกษตรกรที่ปลูกขนุนมีโอกาสในการสร้างรายได้จากนวัตกรรมนี้ หรืออย่างใบเคลก็เป็นsuper food ตัวหนึ่ง ที่เอามาทอดแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนกินเบคอน90% ตอบโจทย์คนที่อยากกินเบคอนแต่ยังห่วงสุขภาพ หรือเห็ด พืชทางน้ำ ที่ผมเล่าไป ก็เป็นโจทย์ที่เราจะทำกันต่อในอนาคตเพื่อเป็นทางเลือกและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงได้”

เชฟของเทสต์บัดทำหน้าที่เหมือนคิวเรเตอร์ในการดึงคุณค่าของวัตถุดิบออกมาสร้างสรรค์ต่อยอด โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Food Innovation จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อคิดค้นและทดลองร่วมกัน เมื่อได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ จึงพัฒนาต่อเป็นวัตถุดิบทางเลือก อย่างที่เรียกกันว่าplant-based meat หรืออื่นๆ ซึ่งนอกจากขนุนที่พัฒนาสำเร็จจนกลายเป็นมีตบอลหลากหลายรสชาติอย่างที่เราได้ชิมแล้ว ยังมีการศึกษาเพื่อนำพืชผลอื่นๆ ของเกษตรกรมาพัฒนาด้วยในอนาคต 

“ห่วงโซ่อาหารในอนาคตมันควรก้าวไปสู่Bio Circular Economy คือการเกื้อกูลกัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นในมุมของอาหารในอนาคตที่เราพูดกันอยู่ จะมีมุมมองที่ต่างไปเหมือนกัน คือไม่ได้พูดถึงแค่การเป็นalternative food หรือfunctional food  แต่มันต้องจะมีเรื่องของความยั่งยืนด้วย 

“เรารู้กันว่าประเทศเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพก็ต้องการทางเลือก แล้วจะทำอย่างไรในการที่จะยกพืชผลเกษตรกรให้เกิดความยั่งยืน เราจึงมองเรื่องอาหารอนาคตว่าทางเลือกควรจะต้องมาจากวัตถุดิบเกษตรกรของเราเอง ไม่ใช่นำเข้า ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ได้ยั่งยืนจริงๆ” 

…..

มีตบอลขนุนในจานสลัด

การระดมไอเดียจัดขึ้นเป็นประจำ โดยเทสต์บัดจะเชิญเหล่าบลอกเกอร์ และผู้บริโภคที่สนใจเรื่องอาหารทางเลือก มาร่วมกันออกแบบอาหารในอนาคต 

“เราช่วยกันออกไอเดียและช่วยกันปรับจนแน่ใจ จากนั้นจึงจะเข้าไปสู่โมเดลการผลิตที่พร้อมรับประทานในรูปแบบต่างๆ บางครั้งผู้บริโภคก็ให้ไอเดียกับเราว่า ถ้าเอาแมลงมาทำเป็นโปรตีนก็จะทำให้เขากินได้ง่ายขึ้น เรื่องแมลงนี่ต่างประเทศเขาทำเป็นเบอร์เกอร์ ไปทำเป็นไส้กรอก จนถึงทำเป็นพาวเวอร์บาร์ เขาก็บอกเราว่าทำลูกชิ้นสิ ตรงนี้ก็จะกลายเป็นการบ้านให้สตาร์ตอัพกลับไปทำต่อแล้วว่าทำอย่างไรจะให้แมลงกลายเป็นลูกชิ้นที่คนชอบกิน และที่สำคัญคือมีต้นทุนที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ด้วย 

สาหร่ายสไปรูลิน่า  

ในตอนเริ่มต้น สันติเล่าว่าเขาและเพื่อนๆ ชาวสตาร์ตอัพมองเป้าหมายของเทสต์บัดอยู่ที่การเติบโตทางตัวเลข และไปไกลถึงตลาดต่างประเทศ แต่การได้เข้าร่วมอบรมในโครงการพอแล้วดีThe Creator โจทย์ของเขาจึงปรับทิศมาสู่การคิดค้นเพื่อคนไทยมากขึ้น 

“ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็งมันทำให้เรามองเห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจซึ่งอยู่บนยอดเหนือผิวน้ำ แต่ข้างใต้นั้นมันมีปัญหาเรื่องเกษตรกร เรื่องภูมิปัญญา ภาพนั้นติดตาผมมา แล้วให้เราได้คิดว่า การพัฒนาด้านfood innovation หรือfood technology จะต้องมีจุดสมดุลเหมือนกัน บางอย่างเราอาจไม่ต้องล้ำสู่อวกาศ แต่เราเอาเรื่องภูมิปัญญาไทยหรือคนไทยเป็นที่ตั้ง และมีนวัตกรรมออกมาเพื่อคนไทยจริงๆ เพื่อเกษตรกรจริงๆ ที่เขาจะได้ใช้ประโยชน์ได้ จุดสมดุลของเราจึงอยู่ทั้งทางภาคเกษตรกรและตลาด

กาแฟแฟลตไวต์รมควันอบเชยโรยผงโปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด

“ตอนนี้เราต้องทำภาพของปลายน้ำให้แข็งแรงกว่านี้ก่อน ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจเรื่องplant-based meat ได้มากขึ้น ทำให้ราคาเข้าถึงง่าย เห็นได้บ่อย หาซื้อได้ง่าย และรู้ว่าเขาจะนำมาปรุงเป็นอะไรเพื่อเป็นเมนูในชีวิตประจำวันได้ เพื่อที่จะได้กลับไปสู่ต้นน้ำ อย่างตัวขนุนที่เราพัฒนาขึ้นมา ตอนนี้เริ่มมีร้านอาหารอื่นๆ สนใจนำไปขาย เกิดดีมานด์ในตลาดfood service แล้ว เราก็ต้องพัฒนาต่อเพื่อให้ขายในโมเดิร์นเทรดได้ ไปจนถึงสามารถส่งออกได้ ถึงตรงนั้นเมื่อไร ก็จะมีความแข็งแรงที่ต้นน้ำเกิดขึ้น”

Fact Box

  • ติดตามกิจกรรมที่TasteBud Lab จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของห่วงโซ่อาหาร ได้ในFuture of Food & Bio Economy งานBANGKOK DESIGN 2021 ผู้สนใจเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนนี้ สามารถเข้าร่วมกลุ่มได้ที่ Future Food Network
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...